Novell

Ximian XD2

เคยเล่าเรื่องบริษัท Ximian ที่เพิ่งจะถูกบริษัท Novell ซื้อไปบ้างแล้วเมื่อคราวก่อนๆ อาจจะสงสัยกันว่าบริษัทนี้มีอะไรน่าสนใจ Novell ถึงต้องซื้อ Ximian เดิมชื่อว่า Helix Code ครับ ก่อตั้งโดยนาย Miguel De Icaza ชาวเม็กซิโก ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ Gnome ด้วย Ximian เลยทำอะไรหลายๆ อย่างสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับลินิกซ์และ Gnome เช่น Evolution ซึ่งเป็นโปรแกรมอีเมล์/กรุปแวร์ ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดบนลินิกซ์ ลินิกซ์เกือบทุกตัวนั้นมี Evolution ให้มาด้วยเสมอ นอกจาก Evolution แล้ว Ximian มีโปรแกรม Red Carpet ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยอัพเดตซอพท์แวร์ในเครื่องโดยอัตโนมัติ (คือดาวน์โหลดและติดตั้งให้เสร็จเรียบร้อย) ไว้ขายลูกค้าที่เป็นองค์กร เพราะผู้ดูแลระบบสามารถอัพเดตซอพท์แวร์ได้สะดวกขึ้น อีกอย่างหนึ่งที่ Ximian ทำ คือ นำ Gnome ซึ่งเป็นซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สมาปรับแต่งให้สวยงาม และใช้งานได้สะดวกขึ้น ภายใต้ชื่อว่า Ximian Desktop



วันนี้เรามาลองเล่น Ximian Desktop ตัวใหม่กันครับ Ximian Desktop เวอร์ชัน 2 หรือเรียกชื่อย่อว่า XD2 นั้นเพิ่งออกมาไม่นาน โดย XD2 นำ Gnome 2.2 มาพัฒนาต่อให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น (ปัจจุบัน Gnome ออกถึงรุ่น 2.4) ก่อนอื่นก็เข้าไปที่เว็บไซท์ของบริษัท Ximian ที่ www.ximian.com/products/desktop จะพบกับรายละเอียดต่างๆ ของ XD2 ดาวน์โหลดและติดตั้ง



ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า XD2 ตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก ที่ดาวน์โหลดมาแบบปกติไม่ได้ปรับแต่งอะไร มีขนาดถึง 360 เมกะไบต์เลย ดังนั้นแนะนำว่าควรใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงดาวน์โหลดมาเป็นอย่างยิ่งนะครับ เครื่องที่ผมใช้ทดสอบเป็น AthlonXP 2600 พร้อมระบบปฏิบัติการ RedHat Linux 9 ในเว็บไซท์ระบุว่าสนับสนุนระบบปฏิบัติการ RedHat 7.3, 8.0, 9 และ SuSE 8.2 เมื่อเตรียมเครื่องพร้อมแล้ว ก็รันเป็น root แล้วเปิดหน้าต่าง terminal ขึ้นมา พิมพ์คำสั่ง

wget -q -O - http://go.ximian.com |sh

จะเริ่มทำการดาวน์โหลดตัวติดตั้ง XD2 เข้ามาในเครื่องของเรา กด Enter 2-3 ที จะเห็นตัวติดตั้ง XD2 โผล่ขึ้นมาครับ เราก็ตอบคำถามเล็กน้อย เช่น ต้องการติดตั้ง XD2 และเลือกซอพท์แวร์ที่ต้องการ ตรงนี้ก็ไม่ต้องปรับอะไรมาก ซอพท์แวร์พิเศษอย่าง adobe acrobat หรือ real player นั้นต้องเป็นเวอร์ชันจ่ายเงิน ถึงจะใช้งานได้ ถัดมาเป็นการเลือก mirror site ที่จะทำการดาวน์โหลด (เลือกใกล้ๆ จะได้เร็วๆ ผมเลือกที่ออสเตรเลีย) แล้วก็รออย่างเดียวเลย เมื่อโปรแกรมทำการดาวน์โหลด XD2 ทั้งหมดแล้ว ก็จะเริ่มติดตั้ง XD2 ลงในเครื่องของเรา [Screenshot 1 Screenshot 2] เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จแล้ว ตัวติดตั้งจะทำการ restart X-Window เพื่อเริ่มทำงาน XD2


XD2





Ximian Desktop 2

พอ restart X-Window แล้ว เข้าสู่หน้าจอล็อกอินตามปกติ ให้ใส่ username และ password เหมือนเดิมครับ เพียงแต่คลิกที่ปุ่ม Session ด่านล่าง ควรจะเห็น Ximian Desktop 2 โผล่ขึ้นมาแล้ว ให้เลือกอันนี้ เมื่อกด Enter อีกที ก็จะเห็นหน้าตาของ XD2 เป็นเงารูปลิง ซึ่งเป็นโลโก้ของบริษัท Ximian โผล่ขึ้นมา การทำงานครั้งแรกนั้น XD2 จะถามว่า ต้องการให้ไอคอนบนเดสก์ทอปนั้นเป็นเหมือนเดิมที่เราเคยใช้บน Gnome/KDE หรือต้องการชุดไอคอนใหม่ที่ XD2 เตรียมไว้ให้ ถ้าเลือกอย่างหลัง ก็ไม่ต้องกลัวว่าไอคอนเก่าๆ จะหายไป เพราะ XD2 จะทำการแบ็คอัพไว้ให้แล้ว



หน้าจอเริ่มต้นของ XD2 ดูโล่งๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ ไอคอนมาตรฐานบนเดสก์ทอปมี 4 อัน คือ My Computer (เหมือนกับของวินโดว์ คือมีซีดีรอม ฟลอปปี้ดิสก์ และการปรับแต่งระบบ) ถัดมาเป็น Home ของเรา (เหมือนกับ My Document), ถังขยะ และแบ็คอัพของไอคอนเดิมที่เราสั่งให้เก็บไว้เมื่อกี้นี้ [Screenshot]



ส่วนที่แปลกออกไปคือทาสก์บาร์ครับ จากทาสก์บาร์ด้านล่างที่ใช้กันในวินโดว์ และลินิกซ์ยี่ห้อต่างๆ ใน XD2 นี้มีทาสก์บาร์มาให้ถึง 2 อันเลยทั้งขอบบนและล่าง ด้านบนจะเป็นเมนูในการเรียกโปรแกรม (เหมือนกับปุ่ม Start) และ System Tray Icon ส่วนด้านล่างนั้นจะเป็นโปรแกรมที่เปิดขึ้นมาในขณะนั้น, ปุ่มย่อหน้าต่างทั้งหมด และปุ่มเลือกเดสก์ทอป (ดูภาพประกอบ) เมนูในการเรียกโปรแกรมด้านบนจะมี 3 อัน อันแรกคือ Programs ประกอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ทั้งจาก RedHat เดิม และโปรแกรมใหม่ๆ ที่มากับ XD2 เรียงเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ใครที่เคยงงกับโปรแกรมชื่อแปลกๆ บนลินิกซ์นั้นก็ไม่ต้องงงอีกแล้ว เพราะว่า XD2 ได้เปลี่ยนชื่อเหล่านั้นเป็นคำอธิบายแทน เช่น Text Editor หรือ Web Browser ส่วนโปรแกรมอื่นๆ นั้นซ่อนอยู่ในเมนูย่อย More [Screenshot]



เมนูอันถัดมาคือ System ส่วนการปรับแต่งต่างๆ การค้นหาไฟล์, Run… และออกจากระบบอยู่ในหมวดนี้ ส่วนเมนูสุดท้ายคือ Help ครับ ด้านขวาของทาสก์บาร์อันบนเป็น Quick Launch เหมือนกับวินโดว์ เป็นการเอาไอคอนของโปรแกรมที่ใช้บ่อยๆ 3 อัน คือ Web Browser, E-Mail และ Office ออกมาไว้ให้ใช้ได้สะดวกๆ รูปร่างหน้าตาโดยรวมของ XD2 นั้นใช้ธีมเฉพาะของ XD2 เองชื่อว่า Industrial ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นธีมที่สวยที่สุดที่ผมเคยเห็นบนลินิกซ์ทุกตัว (เทียบกับธีมต่างๆ ที่มีให้ดาวน์โหลดทั่วไป และธีมเฉพาะตัวของลินิกซ์บางยี่ห้อ เช่น RedHat Bluecurve และ Mandrake Galaxy) ฟอนต์ที่ใช้นั้นเป็นฟอนต์ลิขสิทธิ์ของบริษัท BitStream เมื่อประกอบกับการทำ Anti Alias แล้ว ทำให้ฟอนต์ของ XD2 นั้นชัดเจน และอ่านง่ายมาก [Screenshot]



โปรแกรมต่างๆ

XD2 นั้นใช้โปรแกรม Galeon เป็นเว็บบราวเซอร์ แทนที่จะเป็น Mozilla เหมือนลินิกซ์ตัวอื่นๆ (Galeon เป็นลูกหลานของ Mozilla ครับ ใช้เอ็นจินเดียวกัน ดังนั้นหน้าเว็บที่ได้จะหน้าตาเหมือนกัน) โดย Galeon นี้คุณสมบัติไม่เป็นรอง Mozilla เลย สามารถใช้ Tab Browsing ได้เหมือนกัน ปุ่มลัดต่างๆ ก็เหมือนกัน ทำให้คนที่เคยใช้ Mozilla มานั้นสามารถใช้ได้สะดวก ที่น่าประทับใจกว่านั้นคือ Galeon ให้ทูลบาร์ Google ฒาด้วย ทำให้เราสามารถ Search Google ได้จากทูลบาร์โดยตรง เท่าที่ลองดูการใช้งานภาษาไทยบน Galeon ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ [Screenshot]



ส่วนของอีเมล์นั้นแน่นอนว่าต้องเป็น Evolution อีเมล์ตัวเก่งของ Ximian เอง Evolution นั้นหน้าตาเหมือน Outlook มาก ทำอะไรที่ Outlook ทำได้เกือบหมด สามารถทำตารางนัดหมายและปฏิทินได้ ในรุ่นที่ต้องซื้อนั้นได้เพิ่มความสามารถในการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น Microsoft Exchange ได้ด้วย (ในกรณีที่บริษัทนั้นซื้อ Exchange มาใช้งานแล้ว) เพียงแต่รุ่นนี้ยังใช้งานภาษาไทยไม่ได้ครับ [Screenshot] สำหรับโปรแกรมด้าน Office ใน XD2 นั้นก็เป็น OpenOffice.org (บรรพบุรุษของ OfficeTLE และปลาดาวบ้านเรา) เหมือนกับลินิกซ์ตัวอื่นๆ แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือ OpenOffice.org ตัวนี้เป็นรุ่นพิเศษของ Ximian เอง ที่ได้ปรับไอคอนของ OpenOffice.org (ที่ไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก) ให้มาใช้ไอคอนชุด Industrial ทำให้หน้าตาดูดีขึ้นเยอะ ผมลองอ่านเอกสาร Word ภาษาไทย ก็ไม่มีปัญหาอะไรเช่นกันครับ [Screenshot]



สรุป

อีกอย่างหนึ่งที่ ผมประทับใจมากคือความเร็วครับ XD2 นั้นได้ปรับแต่ง Gnome ที่เราเคยใช้ใน RedHat อย่างเต็มที่ ทำให้มันทำงานได้เร็วมากเลยทีเดียว การทำงานต่างๆ นั้นลื่นกว่า Gnome ของ RedHat จนรู้สึกได้ (ตอนแรกคิดว่าคิดไปเอง แต่อ่านรีวิว XD2 บนเว็บ เค้าก็ว่าอย่างนี้เหมือนกัน) เมื่อรวมกับหน้าตาที่ต้องบอกว่าสวยและใช้งานได้ง่ายแล้ว ทำให้ XD2 เป็นระบบเดสก์ทอปบนลินิกซ์ที่น่าประทับใจมาก ถ้าไม่ติดที่ Evolution นั้นไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้ และขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้ลำบากในการดาวน์โหลด (เวอร์ชันซีดีขายราคา 99 ดอลล่าห์) ถ้าใครมีอินเทอร์เนตความเร็วสูงใช้อยู่ แนะนำอย่างยิ่งให้ลองเอา XD2 มาใช้ครับ

มื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เกริ่นเรื่อง บริษัทยักษ์ใหญ่ Novell ได้เข้าซื้อบริษัท SuSE ผู้ผลิตลินิกซ์รายใหญ่สัญชาติเยอรมัน คราวนี้มาเจาะรายละเอียดข่าวใหญ่คับวงการลินิกซ์นี้กันครับ



จริงๆ ตัวเนื้อข่าวก็มีนิดเดียว Novell ซื้อ SuSE ในราคา 210 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการรวมบริษัทจะยังไม่ทำทันทีในช่วงนี้ คงเริ่มประมาณต้นปีหน้า มีรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยตรงที่บริษัท IBM ได้ร่วมควักเงินลงขันซื้อหุ้นใน Novell อีก 50 ล้านเหรียญ ก็เหมือน IBM มีเอี่ยวในแผนด้านลินิกซ์ของ Novell ครั้งนี้กลายๆ ประเด็นสำคัญมีอยู่ดังนี้ครับ ก่อนอื่นเลย Novell เพิ่งเข้าซื้อบริษัทที่ทำซอพท์แวร์ด้านลินิกซ์และโอเพ่นซอร์สที่ชื่อ Ximian มาก่อนหน้านี้ประมาณสองสามเดือน (ผมเคยเขียนเรื่อง Novell ซื้อ Ximian ไปทีนึงแล้ว สนใจอ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ http://linux.thai.net/~markpeak นะครับ) การซื้อบริษัท SuSE ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับตัวระบบปฏิบัติการลินิกซ์โดยตรงจึงแสดงถึงความมุ่งมั่นของ Novell ที่หันทิศทางของตัวเองมาที่ลินิกซ์อย่างชัดเจน



คุณผู้อ่านบางคนอาจไม่รู้จักบริษัท Novell ลองเปิดเว็บไซท์ของบริษัทดูก็ได้นะครับ ที่ www.novell.com Novell นี้ทำเกี่ยวกับซอพท์แวร์ทางด้านเนตเวิร์คครับ ระบบปฏิบัติการเครือข่าย NetWare เคยสร้างชื่อเอาไว้มากในสมัยที่วินโดว์ยังไม่ครองตลาดเหมือนทุกวันนี้ นอกจากนี้ Novell ยังมีซอพท์แวร์อื่นๆ อีกเยอะ ส่วนมากเกี่ยวกับระบบเครือข่ายภายในองค์กร เช่น ระบบอินทราเนต กรุปแวร์ หรือไดเรคทอรี ตัวอย่างซอพท์แวร์พวกนี้ เช่น GroupWise, ZENWork และ Novell eDirectory อาจจะคุ้นๆ กันบ้างนะครับ



สมัยที่วินโดว์ออกมาใหม่ๆ และยังไม่สนับสนุนการใช้งานเครือข่ายเท่าที่ควร ใครๆ ก็ใช้ NetWare กัน ต่อมาเมื่อไมโครซอพท์ขยายตลาดมากขึ้น ก็เริ่มเข้าตีตลาดของ NetWare ซึ่งเป็นตลาดระบบปฏิบัติการในระดับองค์กรด้วย Windows สายตระกูล NT (ที่เปลี่ยนมาเป็น Windows 2000 และ 2003 ในช่วงหลังนี้) ทำให้ Novell ต้องตกเป็นรองในตลาดนี้เรื่อยมา มาถึงทุกวันนี้สถานการณ์ของ Novell ก็ยังไม่ดีขึ้นนัก หลังจากเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับไมโครซอพท์แล้ว พอลินิกซ์บูม ลูกค้าของ NetWare ที่เหลืออยู่ก็ทยอยเปลี่ยนไปใช้ลินิกซ์ด้วยสาเหตุด้านราคาที่ถูกกว่า ประสิทธิภาพที่ดีกว่า และอีกสาเหตุที่ไม่น่าจะเกี่ยวแต่มีส่วนมากคือ ลินิกซ์กำลังอินเทรนด์



นั่นเป็นสาเหตุให้ Novell ต้องหันมาปรับตัวครับ บริษัทขาดทุนมาหลายไตรมาสตั้งแต่ปี 2001 แล้วแม้ว่า NetWare จะซบเซาลงจนเรียกได้กว่า ใกล้ตาย แต่ซอพท์แวร์ต่างๆ ที่รันอยู่บน NetWare เช่น ระบบแชร์ไฟล์หรือแชร์เครื่องพิมพ์นั้นยังใช้งานได้ดี และผู้ใช้จำนวนมากบอกว่าซอพท์แวร์ด้านนี้ของ Novell นั้นดีกว่าของเจ้าอื่นเยอะ เมื่อปัญหาอยู่ที่ตัวระบบปฏิบัติการ NetWare ก็ต้องแก้ที่ตัวระบบปฏิบัติการ ทำให้เมื่อต้นปี Novell ออกมาแถลงว่า จะมุ่งเน้นมาที่ตลาดลินิกซ์มากขึ้น จนมาเป็นข่าวดังเมื่อเข้าซื้อสองบริษัทใหญ่ด้านลินิกซ์ในครั้งนี้


Novell-SuSE



การควบกิจการคราวนี้ นักวิเคราะห์มองว่าได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าครับ



บริษัท SuSE นั้นเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลิตลินิกซ์อันดับสองของโลก (รองจาก Red Hat) แต่ขนาดบริษัทนั้นคนละเรื่องกันเลย Red Hat มีส่วนแบ่งตลาดถึง 1.8 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ SuSE ถูกซื้อไปในราคา 210 ล้านเหรียญเท่านั้นเอง ดังนั้น สิ่งที่ SuSE ซึ่งครองตลาดยุโรปอยู่ต้องการก็คือ เงินทุนจากยักษ์ใหญ่ (กว่า), ฐานลูกค้าเก่าที่ Novell มีอยู่ และลู่ทางในฝั่งอเมริกาที่ SuSE หาเองลำบาก การควบกิจการครั้งนี้ถือว่า SuSE ได้ไปครบตามต้องการเลยครับ



ส่วนฝ่าย Novell เอง SuSE ถือได้ว่าเป็นจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายในการบุกตลาดลินิกซ์ เพราะ Novell เองมีซอพท์แวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรอยู่แล้ว สามารถย้ายไปทำงานบนลินิกซ์ได้ไม่ยากนัก (กำลังจะวางตลาด ในชื่อ Novell Nterprise) เมื่อซื้อบริษัท Ximian ก็ได้ Evolution และ Red Carpet ซึ่งเป็นซอพท์แวร์ระดับไคลเอ็นต์ในองค์กรมา รวมถึงได้ความชำนาญด้านลินิกซ์ของ Ximian มา (ผู้ก่อตั้ง Ximian คือนาย Miguel De Icaza เป็นผู้ก่อตั้ง Gnome ตอนนี้กำลังทำโครงการ Mono ซึ่งเหมือนกับ Microsoft .NET บนลินิกซ์) เมื่อซื้อ SuSE อีกบริษัทหนึ่ง ทำให้ Novell มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับลินิกซ์ครบทุกระดับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ ซอพท์แวร์ทั้งไคลเอ็นต์และเซิร์ฟเวอร์ เลยทีเดียว



นอกจากสองบริษัทนี้ที่ได้รับผลดีจากการควบกิจการทั้งคู้แล้ว บริษัทแรก ที่ได้รับผลกระทบคือ Red Hat ครับ ตอนนี้กลายเป็นบริษัทลินิกซ์อันดับสองไปซะแล้วหลังจาก Novell ซื้อควบ Ximian/SuSE ทำให้ต่อไปเราจะได้เห็นการฟาดฟันกันของสองคู่นี้อย่างชัดเจนขึ้น



อีกบริษัทที่ได้รับผลเหมือนกันก็คือไมโครซอพท์เจ้าเก่า ถึงตลาดเดสก์ทอปทั่วไปของ WindowsXP จะไม่ค่อยกระทบเท่าไรนัก แต่ถ้าดูจากแนวสินค้าของ Novell นั้นท้าชนตลาดเดสก์ทอปในองค์กร (ของ Windows 2003) อย่างจัง เดิมทีลูกค้าอาจสนใจ Windows มากกว่า NetWare เพราะว่าใหม่กว่า ใช้ง่ายกว่า แต่เมื่อ Novell เปลี่ยนมาขายลินิกซ์ที่สดกว่า แข็งแกร่งกว่าและขายถูกกว่า ก็ต้องรอดูกันต่อ หลังการควบกิจการของบริษัทคู่นี้ครับ