New Media

ด้วยนิสัยของ tech geek ที่ดี สิ่งหนึ่งที่อยากลองมากในโอลิมปิกรอบนี้คือ ดูคลิปวิดีโอผ่าน Silverlight จาก NBCOlympics.com ที่โหมโฆษณามานาน ก่อนโอลิมปิกแข่งเคยเข้าไปลองดูคลิปของโอลิมปิกครั้งก่อนๆ เรียกน้ำย่อย แต่ว่ามันก็เป็นคลิปธรรมดาไม่มีฟีเจอร์ตามที่โฆษณาไว้ พอโอลิมปิกแข่งเลยลองอีกรอบ ก็ได้ผลตามภาพ

NBCOlmypics - US Only

The Huffington Post

ว่าจะเขียนถึงหลายทีแล้ว เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนก็เพิ่งคุยกับออย duocore ไป เผอิญวันนี้นั่งฟังไฟล์เสียงสัมมนา ประวิตร โรจนพฤกษ์ พูดถึงสื่อกระแสหลัก-สื่อออนไลน์ เลยนึกขึ้นมาได้ เขียนเลยก่อนจะขี้เกียจ

ตอนที่เขียนนี้ มิ.ย. 2008 หนังสือพิมพ์ออนไลน์ของสหรัฐ The Huffington Post ก่อตั้งเมื่อ พ.ค. 2005 ใช้เวลาสามปี ปัจจุบันเป็นอย่างไร ดูทราฟฟิกจาก Alexa ประกอบ (เส้นสีน้ำเงิน)

traffic graph

จะเห็นว่า Slashdot กับ Boing Boing โดนทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่น สื่อกระแสหลักอย่าง Time ยังด้อยกว่า (แต่พวก CNN หรือ BBC อันนั้นคนละระดับกัน) สื่อกระแสรองเว็บเดียวที่ผมนึกออก และมีทราฟฟิกเหนือกว่าคือ Engadget เท่านั้น

รูปเดียวยังไม่พอ ดูอีกรูปครับ อันนี้เลขคนดูกับคอมเมนต์ของข่าวบนหน้าแรก ผมสุ่มมาแบบมั่วๆ เห็นแล้ว Slashdot เฉลี่ยหลัก ~200 หรือ Engadget หลัก ~50 เห็นแล้วร้องไห้อะ

huffington1

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมถามคำถามแทนคนอ่าน (และตอบให้เสร็จสรรพ) 3 ข้อ

1. The Huffington Post คืออะไร

(จาก Wikipedia) Huffington Post เป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ของสหรัฐ ก่อตั้งโดยสาวแกร่งชื่อ Arianna Huffington นักเขียนและคอลัมนิสต์ ซึ่งเคยแต่งงานกับนักการเมืองของอเมริกา Micheal Huffington และมีบทบาทในสังคมการเมืองสหรัฐพอสมควร

2. ทำไม The Huffington Post ถึงมีคนเข้าเยอะ

คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ คือคอนเนคชันระดับเทพของ Arianna ช่วยดึงนักเขียนลือนาม เข้ามาเป็นบล็อกเกอร์และคอลัมนิสต์ให้กับ The Huffington Post มากมาย รายชื่อเต็มๆ ดูได้ในวิกิพีเดีย ที่ผมรู้จักก็มีคนในตระกูล Kenedy, John Kerry อดีตผู้สมัคร ปธน. ที่แพ้ให้กับบุชในปี 2004; นักแสดงอย่าง George Clooney, John Cusack, Alec Baldwin รวมถึงอดีตสามีของเธอเอง

ในบล็อกอันเก่าที่เคยเขียนไว้ Lawrence Lessig ก็เขียนเรื่องแคมเปญ Change Congress ลงในหนังสือพิมพ์นี้เช่นกัน (ผมก็รู้จักตอนนั้นล่ะ)

ข่าวของ Huffington Post ก็ไม่ได้มีแต่ข่าวการเมือง ยังมีข่าวบันเทิง ข่าวเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ (ไม่มีข่าวกีฬา) เพียงแต่เน้นการเมืองสหรัฐมากหน่อย

ผมคิดว่าการที่ได้ดาราระดับแม่เหล็กมา (ด้วยต้นทุนทางสังคมของ Arianna Huffington เอง ซึ่งหลังมาทำ นสพ. นี้ อิทธิพลเธอสูงขึ้นขนาดติด TIME Top 100 ปี 2006 ไปเรียบร้อย) บวกกับประสบการณ์ด้านสื่อ การบริหารจัดการที่ดี และกระแสสื่อออนไลน์ที่กำลังแรงขึ้นมา ทำให้ The Huffington Post มาแรงสุดๆ อย่างที่เห็น

(หมายเหตุ: ผมไม่รู้เรื่องการเมืองและสื่ออเมริกันมากนัก อาจเป็นการวิเคราะห์ที่ผิด และมีบางอย่างตกไป)

3. เมืองไทยจะมีสื่อกระแสรองที่ประสบความสำเร็จอย่าง Huffington Post ได้แค่ไหน? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสื่อกระแสหลักพึ่งพิงไม่ได้ดังเช่นปัจจุบัน

คำถามนี้ขอไม่ตอบ ฝากให้คนอ่านเป็นคนคิดละกันครับ จะตอบลงในคอมเมนต์ก็ยินดี

เมื่อวันจันทร์ไปงานสัมมนา Broadcast New and the Active Citizen มา จัดโดย Institute of Communications Studies, University of Leeds คนบอกข่าวคือคุณ iTeau เจ้าเก่า ก็ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ และตอบแทนด้วยช็อตโน้ตตามสูตร

Power of New Media?

คลิปแฟลชเล็กๆ หนึ่งอัน แลกกับปฏิกิริยาตอบกลับฉับพลันของผู้คุมเกม สิ่งที่ได้กลับมาคือพื้นที่สื่อกระแสหลักจำนวนมาก และความเห็นใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ยุทธวิธี คงไม่มีอะไรคุ้มกว่านี้อีกแล้ว

นี่คือพลังของนิวมีเดียหรือเปล่า? ถ้ากฎของเกมเปลี่ยนไปแล้ว แต่คนคุมกฎเองกลับยังไม่รู้ว่ากฎเปลี่ยน เราย่อมเห็นการเพลี่ยงพล้ำต่อเนื่องแบบนี้เรื่อยๆ แถมจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ เหมือนกัน

(เห็นคู่แข่ง ปชป. พยายามทำกับเขาบ้าง แต่ดูจะแป๊กสนิท)