Mozilla

เคยเล่น Mozilla Prism สมัยมันออกใหม่ๆ แต่ไม่ประทับใจ+ยังไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมันเท่าไรนัก เลยเลิกสนใจไปพักนึง

แต่หลังจากที่มาใช้ Seesmic Web เลยเริ่มมีความจำเป็นต้องใช้งาน web application ที่เปิดค้างไว้ตลอดเวลามากขึ้น บวกกับช่วงหลังมานี้ ผมพบว่าเราแทบจะเปิด Gmail, Facebook ค้างไว้เช่นกัน การเปิดค้างมีปัญหาเรื่องกินแรม แถมเสี่ยงต่อการทำให้เบราว์เซอร์ freeze ไปทั้งตัวมาก (Firefox freeze แน่ ส่วน Chrome ไม่ freeze แต่จะหน่วงๆ) การแยกโพรเซสของ web application ออกมาน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

ฟีเจอร์ Create application shortcuts ของ Chrome นั้นรองรับความต้องการพื้นฐานได้ดี แต่มันมีปัญหาคือเวลาเรียกโปรแกรม (web application) ขึ้นมา Windows 7 จะมองว่าเป็น instance ของ Chrome และเอาไอคอนไปซ้อนใต้ Chrome แทน ในขณะที่เราต้องการเป็นไอคอนแยก

ผมลอง Prism Add-on ของ Firefox ก็ได้ผลแบบเดียวกัน (คือไปซ้อนใต้ Firefox) ทางออกคือใช้ Prism standalone

It's beyond my imagination!

Firefox on Colosseum

Full gallery by nois3lab. via Five Years of Firefox in Pictures

Firefox.Next

ตอนเช้านั่งอ่านบทความของตัวเองในนิตยสาร E-Commerce พูดถึงอนาคตของ Firefox (ฉบับ Jan 2010) เลยระลึกได้ว่ามันเป็นบทความที่เขียนยากมาก เพราะต้องระวังไม่ให้มีศัพท์เทคนิคมากเกินไป

นึกสนุกเลยเขียนใหม่ เวอร์ชันศัพท์เทคนิค

ข้อมูลจาก Firefox Roadmap

"คนส่วนมาก" ในสังคมของผมใช้ Firefox เป็นเบราว์เซอร์หลัก (ถ้าใช้ IE คงไม่คบหาสมาคมด้วย)

แม้ว่าช่วงหลังหลายจะทยอยปันใจให้ Chrome กันไปเยอะ (ผมด้วยคนหนึ่ง) แต่ Firefox ก็ยังเป็นเบราว์เซอร์หลักอยู่ต่อไป ในอนาคตอันใกล้นี้

จากประสบการณ์การใช้ Firefox มายาวนาน ตั้งแต่สมัยที่มันชื่อ Phoenix ผมสามารถสรุป "เคล็ดลับอันสำคัญยิ่ง" ที่จะช่วยให้ชีวิตบน Firefox ดีขึ้นอย่างเห็นผล แน่นอนว่าเรามีเคล็ดลับในการใช้งาาน Firefox อีกมากมาย แต่ที่จะเขียนนี้เป็น essentials จริงๆ ในสายตาของผม ไม่ทำตามแล้วจะแย่

BusinessWeek ผลงานดีมีคุณภาพอีกแล้ว (แนะนำให้บอกรับ feed โดยพลัน)

เมื่อพูดถึงแนวคิดใหม่ๆ อย่าง crowdsourcing กรณีศึกษาที่จะถูกยกขึ้นมาพูดถึงเสมอคือ

  1. Wikipedia
  2. Open Source (โดยเฉพาะ Linux)

แต่เนื่องด้วยระยะหลัง Firefox ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก แถมยังเป็นซอฟต์แวร์ที่คนทั่วไปใช้ (เป็นที่รู้จักมากกว่าลินุกซ์มาก) และถ้าคนที่ติดตามหน่อยจะรู้ว่า ecosystem ที่เกิดขึ้นรอบๆ extension ของ Firefox นั่นยิ่งใหญ่ เป็นความได้เปรียบสำคัญเหนือ Safari และ Chrome ทำให้ความโดดเด่นด้าน crowdsourcing ของ Mozilla/Firefox นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

บทความ Mozilla's Crowdsourcing Mystique พูดถึงประเด็นนี้โดยตรง ประเด็นที่น่าสนใจได้แก่ วิธีการจัดการโครงการของ Mozilla ที่เป็นการสร้างกรอบกว้างๆ แล้วให้ชุมชนจัดการกันเองในรายละเอียด, วิธีการสร้างแรงจูงใจให้เข้าร่วม (ซึ่งไม่ต้องจ้าง มาเองด้วยใจ)

ในฐานะที่ติดตาม Mozilla มาตั้งแต่วันเปิดซอร์ส (31 มี.ค. 1998 ผมจำวันนี้แม่น) บอกได้เลยว่ากว่า Mozilla/Firefox จะมาถึงจุดนี้ไม่ง่ายเลย สมัยแรกๆ นั้นวิศวกรของ Netscape เกิดอาการหวงโค้ด (อาการนี้เกิดขึ้นในโครงการโอเพนซอร์สที่เริ่มมาจากฝั่งบริษัทแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น OOo, OpenSolaris หรือ Fedora) และทำให้ชุมชนภายนอกไม่เข้าร่วมได้อย่างที่ต้องการ หลายๆ คนน่าจะจำวันคืนอันมืดมนของ Mozilla Suite ได้ (ปัจจุบันคือ Seamonkey)

ในบทความข้างต้นได้สัมภาษณ์นักเขียนที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ ประโยคนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง

"There's no easy way to copy Mozilla,"