อ่านบล็อกของ Tim O’Reilly พูดถึงแนวทางที่ผิดพลาดของ OpenSocial คือ เปิดเฉพาะ application API แต่ไม่เปิด data ของ application นั้นๆ
ยกคำพูดของ Tim มาเข้าใจง่ายกว่า
We don’t want to have the same application on multiple social networks. We want applications that can use data from multiple social networks.
เลยนึกถึงลิงก์ที่เพิ่งอ่านเมื่อวานสองอัน บน Wiki ของ Microformats
ถ้ามองในแง่ generalize แล้ว มันก็เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด (ซึ่งรวมไปถึงแนวคิด open standard/OpenDocument และ number portability ของโทรศัพท์มือถือด้วย) นั่นคือในเมื่อเราเป็นคนสร้างข้อมูลพวกนี้ทั้งหมด เราก็ควรจะมีสิทธิ์ควบคุมมันด้วย ไม่ใช่ต้องผูกมัดกับบริษัทซอฟต์แวร์ (อย่างกรณีของ MS กับ .doc) หรือบริษัทเว็บที่ทำ social network ตลอดไป
อย่างไรก็ตาม แนวคิดตามย่อหน้าข้างบนเป็นมุมมองของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว ในมุมมองของฝั่งบริษัท การสร้าง maximum profit คือการหาวิธีผูกขาดตลาดเข้าไว้ (เพื่อลดสงครามแย่งชิงลูกค้าจากคู่แข่ง) กลยุทธ์หลักๆ ย่อมหนีไม่พ้นการสร้าง switching cost ตามที่ว่ามา ซึ่งถ้าเราจำลองตัวเองเป็นบริษัทดูบ้าง การจะเรียกวิธีแบบนี้ว่ามันสกปรกก็คงไม่ถูกนัก ทุกคนก็ต้องหาผลประโยชน์เข้าตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือผู้บริโภคก็ตาม
ดังนั้นสุดท้ายแล้วมันก็คือการต่อสู้และต่อรองผลประโยชน์กันระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค เมื่อหาจุดสมดุลที่ทั้งสองฝ่ายพอใจได้ (ณ ขณะนั้น) เกมก็ดีล แต่ถ้ายังไม่ได้ เราก็จะเห็นความพยายามในการ “โค่น” ฝ่ายที่ dominate กลับมาเป็นระยะ (ซึ่งบริษัทมักจะ dominate)
ปัญหาก็กลับมาเรื่องเดิมๆ คือบริษัทเป็นปึกแผ่น แต่ผู้บริโภคกลับรวมตัวกันไม่ติด เปรียบเทียบอำนาจต่อรองแล้วมันช่างห่างไกล และผมก็คิดทางรอดอื่นที่ไม่ใช่ การเมืองภาคประชาชน ไม่ออกเหมือนเคย
ปี 1999 เซอร์ทิม เบิร์สเนอร์-ลี ผู้ให้กำเนิด WWW ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ Semantic Web อนาคตที่เขาอยากให้เว็บมุ่งไปเป็น
Semantic Web กลายเป็นเป้าที่ทุกคนหวังจะไปให้ถึงทันที มีความพยายามมากมายที่จะทำให้เว็บนั้น "semantic" (ทั้งคนและเครื่องเข้าใจได้) ตัวอย่างเช่น XML หรือ RDF แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ทุกวันนี้เรายังไปไม่ถึง Semantic Web เต็มขั้น ถึงแม้ว่าจะอยู่ในยุค Web 2.0 Era แล้วก็ตาม
Microformat เป็นหนึ่งในความพยายามเหล่านั้น ที่ควรค่าแก่การพูดถึงก็เพราะมันทำให้เว็บเป็น semantic ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ใส่ attribute class="" ลงไปในแท็กเดิม ก็เท่านั้น
วิธีเรียนรู้เกี่ยวกับ Microformat ที่ผมพบก็คือ สไลด์ของ Alex Faaborg (User Experience Design ของ Mozilla Labs)
จะให้ดีก็ควรอ่านบล็อก Microformat ของ Faaborg ที่เป็นการขยายความสไลด์ข้างต้นด้วย ตอนที่เขียนนี้มี 5 ตอนแล้ว ภาพประกอบชัดเจน ยอดเยี่ยม เข้าใจง่าย
คุณ phisite เชียร์ให้ผมเล่น Microformat มาเป็นปีแล้ว ที่ยังไม่ลุยเต็มสูบเพราะคิดว่าถึง Microformat จะแนวคิดดี แต่ implementation ดีๆ ยังไม่มี ซึ่งจากการอ่านบล็อกของ Faaborg ก็พบว่ามี Operator ซึ่งเป็น extension ของ Firefox ที่ตรวจหา Microformat ในหน้านั้นๆ เข้าท่าทีเดียว
จุดอ่อนของ Microformat ในขณะนี้คือเน้นไปที่ Microformat พื้นฐาน 3 ชนิด (hCard - คน, geo - สถานที่, hCalendar - เวลา) เท่านั้น ข้อมูลชนิดอื่นๆ ยังไม่มีประโยชน์เท่าไร เว็บที่ได้อานิสงค์ไปมากที่สุดจึงเป็น Upcoming.org ส่วนเว็บแบบ Blognone ยังไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร
(ผมเล็ง hReview ไว้แต่ต้องรอ Drupal มีโมดูลใช้งานได้จริงๆ จะดีกว่า)
การเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับแนวคิด Microformat ปัจจุบันผู้สนับสนุนหลักสองรายคือ Yahoo! และ Technorati เรายังไม่เห็นท่าทีจากฝั่ง Google มากนัก แต่เมื่อ Firefox 3.0 ซึ่งสัญญาว่าจะสนับสนุน Microformat ในตัวออกตอนปลายปี สถานการณ์คงจะเปลี่ยนไป
เมื่อนั้นก็คงได้ฤกษ์มาเริ่มลุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังเสียที