Submitted by mk on 29 December, 2011 - 19:52
จริงๆ อ่านบทความต้นเรื่องตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตในโลกของ tech blog ฝรั่ง (Techmeme thread) ในฐานะที่ทำงานเรื่อง tech blog โดยตรงก็ขอเขียนถึงหน่อยละกันครับ
ต้นเรื่อง
เรื่องมีอยู่ว่า นักวิเคราะห์-นักเขียนด้านไอทีคนหนึ่งชื่อ Jeremiah Owyang เขียนบล็อกชื่อ End of an Era: The Golden Age of Tech Blogging is Over พูดว่ายุคทองของการเขียนบล็อกด้านไอที (ที่บูมมาพักใหญ่ในครึ่งหลังของทศวรรษ 2000s) ได้จบลงแล้ว
เหตุผลของ Owyang มี 4 ข้อ ได้แก่
- บล็อกไอทีดังๆ หลายแห่งที่เคยเป็นอิสระ เริ่มโดนซื้อกิจการจากสื่อใหญ่ (เช่น TechCrunch/AOL หรือ ReadWriteWeb/Say Media) ทำให้ขาดความคล่องตัวและนวัตกรรม เพราะเจ้าของใหม่จะมองผลประกอบการเป็นหลัก และไม่ค่อยกล้าเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก (conservative mindset)
- ปัญหาบล็อกเกอร์สละเรือ-ลาออก โดยยกกรณีของ TechCrunch แพแตก หรือบล็อกเกอร์ดังๆ บางคนหันไปทำอย่างอื่น (เช่น เป็น VC หรือเปิดบริษัทซอฟต์แวร์) ทำให้วงการเริ่มขาดแคลนคน ถึงแม้จะเปิดโอกาสให้หน้าใหม่ๆ ได้เติบโตก็ตาม
- พฤติกรรมของคนอ่านเปลี่ยนไป ผลจาก social network ทำให้คนต้องการอ่านอะไรสั้นๆ เร็วๆ ง่ายๆ แทนการอ่านบล็อกยาวๆ ลงรายละเอียดเยอะๆ
- อุตสาหกรรมบล็อกเริ่มอิ่มตัว และคนในวงการเริ่มออกไปทำอย่างอื่น หรือมองหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ
Submitted by mk on 21 August, 2011 - 17:00

แนวโน้มที่เห็นชัดเจนมากในสื่อกระดาษกระแสหลักในรอบ 2-3 ปีหลัง (โดยเฉพาะนิตยสาร) คือเปิดพื้นที่ให้ "คอมเมนต์" จากโลกออนไลน์มาตีพิมพ์ในหนังสือฉบับกระดาษ
ที่เด่นๆ คงเป็นมติชนสุดสัปดาห์ที่สละ 1 หน้าเพื่อตีพิมพ์คอมเมนต์จาก Facebook ของคนดังๆ ในแวดวง (โดยไม่ลงชื่อ แต่นั่นเป็นอีกประเด็น) ส่วนเครือเนชั่นก็คัด tweet มาลงในหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ และล่าสุด เพิ่งซื้อ GM มาหลังจากที่ไม่ได้อ่านมานาน ก็พบว่ามีเหมือนกัน
คำถามคือ เราอยากอ่านคอมเมนต์พวกนี้ในหน้ากระดาษหรือไม่?
คำตอบคงต่างกันไปแต่ละบุคคล แต่ของผมเองตอบได้ทันทีว่า "เปิดข้าม" เพราะรู้สึกว่ากอง บก. เล่นง่ายไปหน่อย และเป็นเนื้อหาที่อ่านได้จากบนเน็ตอยู่แล้ว
แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งกว่านั้น มันก็มีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น
Submitted by mk on 8 March, 2011 - 23:49
ถ้าเราแบ่งประเภทของ content ออกเป็น 2 แบบตาม "อายุ" คือ แบบที่มาไวไปไว อิงกับเวลา (timely) เช่น นสพ. นิตยสาร ข่าว กับแบบที่ขายได้เรื่อยๆ (timeless) เช่น เกม หนัง หนังสือ
แบบหลังเนื้อหาจะล้าสมัยช้า ผลิตทีเดียวขายได้เรื่อยๆ รายได้ทวีคูณตามจำนวนที่ขายได้ ไม่มีเงื่อนเวลามาบีบ แบบนี้เราน่าจะพอใจกับการโดนหัก 30% โดยบริษัทอย่าง Apple/Google/Amazon เพื่อแลกกับ distribution channel ที่ขายได้เรื่อยๆ ตลอดศก
แต่ถ้าเป็นแบบแรกที่ "พรุ่งนี้ก็ล้าสมัย" ขายไม่ได้อีกแล้ว การโดนหัก 30% (จริงๆ แล้วสัดส่วนที่โดนหักอาจไม่สำคัญเท่ากับโดนหักหรือเปล่า) เป็นเรื่องที่ยอมรับได้หรือไม่?
ผมไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมนี้โดยตรง ไม่รู้ตัวเลขเรื่อง margin กำไรว่ามันบีบแค่ไหน และอยู่รอดได้ไหมในเชิงธุรกิจ
จริงๆ แล้วคำถามนี้เป็นคำถามเดียวกับที่วงการผู้ผลิตรายการทีวีเคยเจอ นั่นคือทำรายการลงทุนเยอะ แล้วมาโดนสถานีหักหัวคิวจำนวนหนึ่ง (เพราะไม่มีทางเลือก) สุดท้ายแล้วการออกมาทำช่องทีวีเอง (ผ่านดาวเทียม/เคเบิล) อาจจะคุ้มกว่า
ถ้าคำถามข้างต้นเป็นแนวทางเดียวกันจริง แปลว่าอนาคตของ นสพ. ดิจิทัล อาจจะอยู่ในรูป "แท็บเล็ตไทยรัฐ" มากกว่า "แอพไทยรัฐบนแท็บเล็ตอื่น" หรือเปล่า?
Submitted by mk on 15 December, 2010 - 15:22
อ่านบทความใน Vanity Fair พูดถึงนิตยสาร The Economist เทียบกับนิตยสารข่าวฉบับอื่นๆ อย่าง TIME หรือ Newsweek ซึ่งชี้ไปยังคำวิจารณ์เชิงเปรียบเทียบของนิตยสารเหล่านี้ (โดยมี The Economist เป็นเป้าหลัก) ในอดีตอีกหลายชิ้น เอามาจดไว้กันลืม
บทความชุดนี้พูด 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ
- price premium ที่ The Economist ทำได้ แต่นิตยสารอื่นทำไม่ได้
- content style ของ The Economist ที่จับตลาดบนมาก ทำให้นิตยสารอื่นๆ อิจฉาและอยากทำตามบ้าง
Submitted by mk on 21 June, 2010 - 22:06
Pages