Mandriva

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่ลินิกซ์ดิสทริบิวชันต่างๆ ได้ออกรุ่นใหม่ๆ กันเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะว่าซอพท์แวร์ตัวหลักๆ อย่าง Xfree86, Gnome และ KDE เพิ่งจะออกรุ่นใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะในช่วงหลังนี้ เราจะมาดูกันว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง

Slackware Linux 9.0

เริ่มจากลินิกซ์รุ่นบุกเบิก และขวัญใจผู้ใช้ที่ชอบความเรียบง่าย Slackware 9.1 ได้ทำการอัพเดตแพกเกจต่างๆ ให้ทันสมัย โดยใช้ Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, Gnome 2.2 และ KDE 3.1 รุ่นที่เป็นซีดีรอมวางจำหน่ายในราคา 39.95 เหรียญ ซีดีรอม 4 แผ่น ถ้าต้องการดาวน์โหลดก็สามารถหาได้จาก ftp://ftp.slackware.com/pub/slackware/slackware-9.0/

Mandrake Linux 9.1 (Bamboo)

ลินิกซ์สัญชาติฝรั่งเศส ขวัญใจผู้ใช้งานด้านเดสก์ทอป รุ่น 9.1 นี้ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของ 9.0 โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ Mandrake ได้หันมาใช้ธีมหน้าตาแบบเดียวกันทั้ง Gnome และ KDE เหมือนกับที่ Red Hat ทำ โดยธีมหลักของ Mandrake ใช้ชื่อว่า MandrakeGalaxy ครับ สีฟ้าๆ เงินๆ สวยใช้ได้เลย แพกเกจต่างๆ ก็ทันสมัยเหมือนกับ Slackware (แทบจะเป็นรุ่นเดียวกันหมด) อีกส่วนที่น่าประทับใจคือ Mandrake Control Center ซึ่งเป็นการรวมเอาส่วนปรับแต่งของลินิกซ์ทั้งหมดมาไว้ที่เดียวกัน เหมือนกับวินโดว์มี Control Panel เลย ราคาขาย 39.90 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 2 แผ่น รายละเอียดอยู่ที่ http://www.mandrakelinux.com/en/9.1/features/

SuSE 8.2

ลินิกซ์สัญชาติเยอรมัน ที่ครองตลาดยุโรปอยู่ในขณะนี้ (ว่ากันว่า เป็นลินิกซ์ยี่ห้อที่ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ชื่อเสียงของ SuSE อยู่ที่การใช้งานที่ง่ายเอามากๆ จุดขายอยู่ที่โปรแกรม YaST (Yet Another Setup Tool) ซึ่งเป็นทั้งตัวติดตั้งและตัวปรับแต่งระบบของ SuSE (แบบเดียวกับ Mandrake Control Center) ส่วนหน้าตาติดต่อผู้ใช้นั้นใช้ธีม Crystal ใสๆ อมเขียว ซึ่งเป็นสีประจำยี่ห้อของ SuSE อยู่แล้ว แพกเกจต่างๆ ก็ครบครันทั้ง Kernel 2.4.20, Xfree86 4.3.0, KDE 3.1 และ Gnome 2.2 แต่SuSE จะเน้นใช้ KDE เป็นหลักมากกว่า Gnome ราคาขาย 39.95 เหรียญ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.suse.com/us/private/products/suse_linux/i386/index.html

Red Hat Linux 9 (Shrike)

ที่ขาดไม่ได้คงเป็นพี่เบิ้มของวงการลินิกซ์ Red Hat Linux 9 ได้ออกมาฉลองครบรอบสิบปีของ Red Hat พอดี ถึงมันจะไม่เปลี่ยนแปลงเยอะเหมือนตอนเปลี่ยนจาก 7 มาเป็น 8 แต่การอัพเดตแพกเกจใหม่ๆ ก็ครบครันเท่ากับยี่ห้ออื่นๆ รุ่นนี้เหมือนเป็นการปรับปรุงรุ่น 8 ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนติดต่อผู้ใช้ยังใช้ธีม Bluecurve เหมือนเดิม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่แนะนำ ก็คือ NPTL เป็นเทคโนโลยีด้านเธร็ดแบบใหม่ ที่ใช้กับ Glibc ราคาขาย 39.95 เหรียญ เวอร์ชันซีดีและดาวน์โหลดจะมาวันที่ 7 เมษายนนี้ http://www.redhat.com/software/linux/

จะเห็นว่าลินิกซ์ทั้ง 4 ตัวมีแพกเกจหลักเกือบจะเหมือนกันหมด และราคารุ่นปกติก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนี่เป็นการวัดว่าใครจะปรับแต่งลินิกซ์ให้ใช้งานได้ง่ายและถูกใจผู้ใช้มากกว่ากัน ซึ่งก็คงต้องรอดูกันซักพัก กว่าผู้ใช้และเว็บไซท์ต่างๆ จะรีวิวกันได้ครบ

ตัวสุดท้ายก็ไม่ใช่ตัวอื่นไกล ลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ออกอย่างเป็นทางการแล้วครับ

Linux TLE 5.0 (Andaman)

ลินิกซ์ทะเล ลินิกซ์ที่ทำโดยคนไทย ได้ออกรุ่น 5.0 ถัดมาจากรุ่น 4.1r2 ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว เจ้า 5.0 นี่ปรับปรุงมาจาก Red Hat Linux 8.0 อีกทีหนึ่ง ซึ่งได้เพิ่มอะไรใหม่ๆ เข้ามามากพอสมควร เช่น แพกเกจใหม่ๆ, รู้จักฮาร์ดแวร์มากขึ้น โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ที่มีปัญหาเยอะๆ อย่าง การ์ดเสียง พรินเตอร์ โมเด็ม และการ์ดจอ, ระบบภาษาไทยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาแปลเมนูและข้อความของ Gnome ให้เป็นภาษาไทย และเพิ่มฟอนต์แบบ JS มาให้อีกเพียบ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง คิดว่าสัปดาห์หน้าจะเอา Linux TLE 5.0 มารีวิวกันครับ ใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ดาวน์โหลดได้ที่ www.opentle.org

สิ่งที่เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของลินิกซ์ในคราวเดียวกัน คือ การที่มีลินิกซ์หลายยี่ห้อออกมาวางขายแข่งกัน ข้อดีของมันคือ ทำให้ผู้ใช้มีสิทธิ์เลือกลินิกซ์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด เช่น อยากนำไปทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ หรือ ใช้งานด้านเดสก์ทอปทั่วๆ ไป (ขนาดวินโดว์ยังต้องแบ่งเป็น XP กับ 2003 เลย กับเวอร์ชันย่อยอีกมากมาย) แต่ข้อเสียนั้นก็คือ มันมีหลายยี่ห้อมากเกินไป จนเราไม่รู้จะเลือกใช้งานอะไรดี แค่อยากได้ลินิกซ์มาทำงานพิมพ์เอกสารธรรมดา ก็มีให้เลือกตั้งหลายตัวแล้ว นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่จำนวนมาก วันนี้ เลยจะมาแนะนำลินิกซ์ที่เราๆ เคยได้ยินกัน ว่า กลุ่มเป้าหมายของแต่ละตัว คือ คนกลุ่มไหนกัน

ลินิกซ์ไทย-เทศ

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้หน้าใหม่ เพิ่งเคยสัมผัสลินิกซ์เป็นครั้งแรก ก็แนะนำให้ใช้ลินิกซ์ของคนไทยครับ เพราะว่าได้ตั้งค่าในการใช้งานภาษาไทยเบื้องต้นมาให้เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องทำเอง ใช้งานภาษาไทยได้ทันที ลินิกซ์ภาษาไทยที่ทำงานเดสก์ทอป และยังคงพัฒนาอยู่ในปัจจุบันมี 3 ตัว คือ ลินิกซ์ทะเล 5.0 จากเนคเทค, แกรนด์ลินิกซ์ 5.0 จากบริษัทแกรนด์ลินิกซ์ โซลูชัน และ ลิเบอร์ต้าลินิกซ์ จากบริษัทลิเบอร์ต้า ทั้งสามตัวพัฒนาต่อยอดมาจาก Red Hat 8.0 ดังนั้นส่วนหลักๆ ก็คล้ายกันมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเรา ลินิกซ์ทะเลนั้นออกแบบมากลางๆ จับตลาดผู้ใช้ทั่วไป แต่เนื่องจากว่าผู้จัดทำเป็นหน่วยงานราชการ จึงไม่มีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์เมื่อเรามีปัญหา สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี จาก www.opentle.org หรือถ้าขี้เกียจดาวน์โหลด ก็สั่งซื้อเป็นซีดีจากเว็บไซท์ที่ขายซีดีลินิกซ์ทั่วไปได้เช่นกัน (หารายชื่อได้จากเว็บ www.opentle.org เช่นกัน) ส่วน แกรนด์ลินิกซ์ นี้เน้นผู้ใช้ในองค์กร เพราะมีบริการตอบปัญหาทางโทรศัพท์ให้ด้วย แกรนด์ลินิกซ์นีต้องซื้อครับ ผมเห็นวางขายเป็นกล่องตามร้านซีเอ็ด หรือจะซื้อผ่านเว็บไซท์ ก็ที่เว็บไซท์ของแกรนด์ลินิกซ์ www.grandlinux.com รายสุดท้ายคือ ลิเบอร์ต้า ลินิกซ์ เป็นลินิกซ์ของบริษัทลิเบอร์ต้า ที่ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ และตัดสินใจพัฒนาลินิกซ์ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นระบบปฏิบัติการของตนเองแถมไปกับเครื่อง แทนที่จะเป็นวินโดว์ ใครอยากไปลองใช้ก่อน ก็สามารถไปยืนเล่นได้ตามบูตพาวเวอร์บาย ในห้างสรรพสินค้า จะมีเครื่องของลิเบอร์ต้าไปวางขายอยู่ หารายละเอียดได้จากเว็บของลิเบอร์ต้าได้ที่ www.liberta.co.th

นอกจากนี้ ลินิกซ์ของไทยยังมีอีกหลายตัว ที่ไม่ได้เน้นการใช้งานด้านเดสก์ทอป คือ ลินิกซ์ SIS ของโครงการ SchoolNet ที่เป้าหมายคือเป็นอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ราคาถูกให้กับโรงเรียน, บูรพาลินิกซ์ ของมหาวิทยาลัยบูรพา และ พยูนลินิกซ์ ที่เน้นด้านความปลอดภัยเป็นหลัก

ลินิกซ์ของนอก

ถ้าคุณมีความรู้ด้านลินิกซ์อยู่บ้าง การใช้ลินิกซ์ของต่างประเทศย่อมจะดีกว่า เพราะว่าได้โปรแกรมรุ่นใหม่กว่า เพียงแต่ต้องมาเซตค่าภาษาไทยเอง ลินิกซ์ของต่างประเทศก็มีหลายตัวมากๆ สามารถหารายชื่อฉบับสมบูรณ์ได้จาก www.distrowatch.com แต่ที่นี้จะเน้นแต่ตัวสำคัญๆ ที่สามารถหาได้ในบ้านเราเท่านั้น สำหรับลินิกซ์ที่ทำงานด้านเดสก์ทอป ที่ดังๆ ก็มี 3 ตัวครับ

เรดแฮท (RedHat) 9

เป็นลินิกซ์สัญชาติอเมริกัน ที่ครองส่วนแบ่งตลาดลินิกซ์อยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้ออกมาถึงเวอร์ชัน 9 แต่เดิมนั้น เรดแฮทเน้นผู้ใช้ในองค์กรเป็นหลัก คือ เน้นความเสถียร และความปลอดภัยในการนำมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ แต่ช่วงหลังๆ นี้ ตลาดฝั่งเดสก์ทอปหรือผู้ใช้ตามบ้าน ถูกคู่แข่งอย่าง แมนเดรก ตีไปเยอะ ในเรดแฮทตัวใหม่ๆ คือ ตั้งแต่ 8.0 จนมาถึง 9 นั้น เรดแฮทเลยพัฒนาด้านเดสก์ทอป เอาใจผู้ใช้ตามบ้านมากขึ้น เช่น ทำการปรับปรุงให้ Gnome และ KDE มีหน้าตาเหมือนกัน (ใช้ธีม Red Hat Bluecurve) เพื่อที่ผู้ใช้หน้าใหม่จะได้ไม่สับสน แต่เรดแฮทยังสนับสนุน Gnome เป็นหลัก เท่าที่ลองใช้ดู KDE บน 9 นั้นยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก ถ้าใครใช้งาน Gnome แล้วชอบมากกว่า ก็แนะนำให้ใช้สายเรดแฮทครับ รุ่นปกติใช้ซีดีรอม 3 แผ่น ความทันสมัยของโปรแกรมเทียบเท่ากับทะเล 5.0 www.redhat.com

แมนเดรก (Mandrake) 9.1

ลินิกซ์จากฝรั่งเศส เมื่อก่อนพัฒนาต่อมาจากเรดแฮทอีกที เพราะเรดแฮทไม่เน้นตลาดตามบ้าน แมนเดรกรุ่นแรกๆ จึงนำเรดแฮทมาพัฒนาต่อเพื่อจับตลาดนี้แทน ทำไปทำมาขายดี ส่งผลให้แมนเดรกแยกสายการพัฒนาออกมาเป็นของตัวเอง และทำการแข่งขันกับเรดแฮทอย่างดุเดือด ในรุ่นที่แล้ว แมนเดรก 9 สู้เรดแฮท 8 ไม่ได้ พอมารุ่น 9.1 จึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมหลายประการ เช่น ทำหน้าตาของ Gnome กับ KDE ให้เหมือนกันเช่นเดียวกับเรดแฮท โดยใช้ธีม Mandrake Galaxy มาแข่ง แมนเดรกมีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งาน และโปรแกรมที่แถมมาให้เยอะ และถูกใจผู้ใช้มากกว่าเรดแฮท หาข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.linuxmandrake.com

ซูซี่ (SuSE) 8.2

เป็นลินิกซ์จากเยอรมนี ว่ากันว่า ลินุส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ก็ใช้ SuSE ที่มีชื่อเรื่องความง่ายในการใช้งานมากๆ SuSE มีจุดขายสำคัญคือ มีเครื่องมือในการปรับแต่งส่วนต่างๆ เป็นของตัวเอง ในชื่อ YaST (Yet Another Setup Tool) ที่ได้ชื่อว่า ใช้งานง่ายมากๆ แต่เจ้า YaST นี่ไม่เป็นโอเพ่นซอร์สนะครับ เราจึงไม่สามารถก็อปปี้ SuSE มาขายได้ (เพราะติดลิขสิทธิ์ของ YaST) นอกจากนี้ SuSE ยังเป็นยี่ห้อที่แถมเกมมาให้เยอะด้วย เป็นเกมสามมิติเต็มรูปแบบที่ SuSE พัฒนาขึ้นมาเองเพื่อเป็นจุดขาย ไม่ใช่เกมง่ายๆ ที่แถมบนลินิกซ์ตัวอื่นๆ อยากหามาลองก็ต้องลงทุนซื้อครับ www.suse.com

สำหรับตอนหน้า เรามาดูลินิกซ์ตัวอื่นๆ ที่เหลือกัน

แมนเดรกลินิกซ์ (Mandrake Linux) เป็นผู้ผลิตลินิกซ์ดิสทริบิวชันสัญชาติฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมสูงมาก เดิมทีแมนเดรกพัฒนาแมนเดรกลินิกซ์ บนพื้นฐานจากเรดแฮทลินิกซ์อีกทีหนึ่ง (เหมือนกับลินิกซ์ทะเลของประเทศไทยเรา) โดยมีจุดขายที่กลุ่มผู้ใช้ระดับล่าง ที่ต้องการความง่ายในการใช้งาน เพราะว่าเรดแฮทนั้นออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ระดับกลางถึงสูงมากกว่า ภายหลังแมนเดรกลินิกซ์ได้รับความนิยมทั้งในฝรั่งเศสและอีกหลายๆประเทศ ทางบริษัทแมนเดรกจึงแยกการพัฒนาแมนเดรกลินิกซ์ออกมาเป็นเอกเทศไม่ต้องอิงกับเรดแฮทอีกต่อไป



ปีสองปีก่อนหน้านี้แมนเดรกประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก โดนฟ้องคดีล้มละลาย และเข้าสู่แผนการฟื้นฟูกิจการ แมนเดรกกลับไปแก้ปัญหาทางการเงินของตัวเอง และปรับแผนการพัฒนาแมนเดรกลินิกซ์ ให้มีสองส่วน คือ Community Edition เป็นเวอร์ชันแจกให้ดาวน์โหลด และเป็นตัวอ้างอิงเพื่อค้นหาบั้กของระบบ หลังจากนั้นจะพัฒนาต่อมาเป็น Official Edition ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับวางขายจริง หลังจากแมนเดรกพ้นสภาพล้มละลายเมื่อต้นปีนี้ ได้ออก Mandrake Linux 10.0 Community ผลิตภัณฑ์ตัวแรกจากการพัฒนาแบบใหม่มาให้เราใช้กัน



Mandrake Linux 10.0 Community ประกอบด้วยซีดี 4 แผ่น สามารถดาวน์โหลดได้จากมิเรอร์ไซท์ในประเทศที่ ftp.nectec.or.th เมื่อนำมาไรท์ลงซีดีแล้ว ก็ทำการบูตจากซีดีตามปกติเหมือนลินิกซ์ตัวอื่นๆ แต่ผมกลับเจอปัญหาซีดีบูตไม่ได้ จึงต้องทำแผ่นดิสเกตบูตของแมนเดรกขึ้นมาแทน (อ่านวิธีทำได้จากเอกสารภายในซีดีแผ่นที่ 1 นะครับ) เมื่อเข้าสู่หน้าจอการติดตั้ง ให้เลือกภาษาที่ใช้เป็นภาษาไทย จากนั้นระบบจะถามว่าเราต้องการใช้ปุ่มไหนบนคีย์บอร์ดเป็นปุ่มสลับภาษา เลือกเป็น Alt-Shift ก็ได้ครับแล้วแต่ถนัด (ไม่มีปุ่ม ~ ให้เลือก) หน้าจอถัดมาคือเลือกโปรแกรมที่จะลง ถ้าต้องการใช้เคอร์เนลตัวใหม่ของลินิกซ์คือ เคอร์เนล 2.6 นั้นไม่สามารถลงแพกเกจ LSB ได้ เพราะจะได้เป็นเคอร์เนล 2.4 แทน เดสก์ทอปปกติจะลง KDE มาให้เพียงตัวเดียว ถ้าใครอยากใช้ Gnome ก็ต้องเลือกลงเพิ่มตรงนี้ สิ่งที่น่าประทับใจคือความเร็วในการติดตั้งครับ ผมเลือกโปรแกรมทั้งหมดประมาณ 2.4 GB (ค่าปริยายจะประมาณ 2.0GB) ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 15 นาทีเท่านั้นเอง



เมื่อลงแพกเกจทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ตัวติดตั้งจะแสดงรายละเอียดของระบบที่เพิ่งติดตั้งไป ซึ่งเราสามารถเลือกปรับแต่งได้ก่อนจะเริ่มทำงาน เช่น เลือกพริ้นเตอร์ โมเด็ม ระบบแลน และเลือกได้ว่าจะให้ล็อกอินอัตโนมัติหรือเปล่า (เพื่อความปลอดภัยของระบบก็ไม่ควรตั้งไว้) หลังจากนั้นก็บูตเครื่องหนึ่งครั้ง แมนเดรก 10.0 จะพร้อมใช้งานครับ หน้าจอการบูตเป็นกราฟฟิคทั้งหมดเหมือนกับลินิกซ์ตัวใหม่ๆ อย่าง Fedora หรือลินิกซ์ทะเล 5.5 บูตเสร็จแล้วจะพบกับหน้าจอ KDE ที่ใช้ธีม Mandrake Galaxy 2 สวยงาม (แต่แนะนำให้ใช้ธีม Plastik สำหรับ KDE จะสวยกว่า)



สิ่งที่ผมชอบคือเมนูครับ ถ้าเป็นเรดแฮทนั้น จะเรียงเมนูเป็น Program > Internet ซึ่งภายในหมวดอินเทอร์เน็ตจะมีโปรแกรมอยู่เต็มไปหมดจนรก แต่แมนเดรกจะเรียงแบบ Program > Internet > E-Mail และ Program > Internet > Web Browser แยกกันไปตามหมวดย่อย ทำให้แต่ละเมนูย่อยดูสวยงามไม่เยอะจนเกินไป สำหรับภาษาไทยนั้นใช้งานได้ทันทีไม่มีปัญหาใดๆ เพียงแต่ฟอนต์ตัวเล็ก และมีมาให้เพียงฟอนต์เดียวคือ Norasi ซึ่งแก้โดยดาวน์โหลด RPM ของลินิกซ์ทะเลที่ชื่อ thai-ttf มาลงเพิ่มได้



การใช้งานทั่วๆ ไปนั้นราบรื่นดี พาร์ทิชันของวินโดว์จะถูกเมาท์อัตโนมัติอยู่ที่ /mnt/windows_c ทำให้สะดวกกับการเรียกไฟล์จากวินโดว์ ปัญหาที่พบคือไม่สามารถเล่น MP3 ได้ตั้งแต่แรกเหมือนกับลินิกซ์ทะเล 5.5 เพราะทางผู้ผลิตกลัวปัญหาด้านลิขสิทธิ์ ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมกันเอง



ปัญหาอีกอย่างคือ เสียง แมนเดรกนั้นรู้จักการ์ดเสียงตั้งแต่ติดตั้ง แต่ว่าจะตั้งค่าความดังเป็น Mute เอาไว้ตอนต้น และยังไม่มีไอคอนลำโพงมาให้อีกด้วย ทำให้บางคนอาจสงสัยว่าใช้เสียงไม่ได้ วิธีแก้ไขคือคลิกขวาบนทาสก์บาร์แล้วเลือก Add > Sound Mixer จากนั้นปรับเสียงทุกอย่างให้ขึ้นมาจนเต็ม แล้วค่อยสั่งซ่อนไอคอนลำโพงกลับคืน การปรับแต่งส่วนต่างๆ ของระบบทำได้สะดวกเพราะมี Mandrake Control Center ที่เหมือนกับ Control Panel ของวินโดว์มาให้ด้วย สามารถปรับแต่งฮาร์ดแวร์ ซอพท์แวร์ การทำงานของระบบได้ครอบคลุมทั้งหมด



สรุปว่าผมค่อนข้างประทับใจกับ Mandrake Linux 10.0 Community พอสมควร ถึงแม้จะมีบั้กเล็กๆ น้อยอยู่บ้าง ซึ่งจะให้สมบูรณ์เต็มที่คงต้องรอ Mandrake Linux 10.0 Official ที่จะออกในเดือนพฤษภาคม แต่ Community ที่เป็นรุ่นแจกฟรีก็ทำงานได้ดีตามมาตรฐานเลยครับ