Management

Planning

วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมแผนแม่บทกับองค์กรแห่งหนึ่ง เป็นการประชุมขนาดค่อนข้างใหญ่คือผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร+ที่ปรึกษาภายนอกบางส่วน

มาจดบทเรียนที่ได้จากการประชุมแผนไว้เตือนตัวเองสักหน่อย

Ben Horowitz: Courage and Decision Making

Ben Horowitz นักลงทุนชื่อดัง (ปัจจุบันเข้าหุ้นกับ Marc Andreessen ผู้สร้าง Netscape ตั้งบริษัท Andreessen Horowitz ผลงานเด่นล่าสุดคือซื้อ Skype มาขายต่อไมโครซอฟท์ - ผลงานอื่น) เขียนบทความลง Fortune พูดเรื่อง "การตัดสินใจ" ของ "ผู้บริหารบริษัทหน้าใหม่"

บทความอยู่ที่ There's a fine line between fear and courage

ประเด็นของเขาคือ "ความกล้าหาญ" ในการตัดสินใจของผู้บริหาร (ซึ่งมีมุมมองต่อเรื่องราวต่างไปจากคนอื่นๆ) แม้ว่าอาจจะขัดแย้งกับกระแส หรือเสียงส่วนมากในบริษัทก็ตาม

เนื่องจาก Ben เป็นทั้งซีอีโอและนักลงทุน เลยมีมุมมองจากทั้งสองฝั่ง

When we meet with entrepreneurs, the two key characteristics that we look for are brilliance and courage. In my experience as CEO, I found that the most important decisions tested my courage far more than my intelligence.

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า "ความกล้าในการตัดสินใจ" นั้นพัฒนากันได้

on MBA

ไม่เคยเรียน MBA และเฉยๆ กับ MBA (ไม่ได้แอนตี้อะไร ตัวทฤษฎีเองหลายอย่างมีประโยชน์และพิสูจน์ได้) แต่ชีวิตนี้ก็เจอคนแอนตี้ MBA มาไม่น้อย เหตุผลของฝ่ายแอนตี้ MBA ส่วนมากมักจะเป็น "คนจบ MBA จะเอาทฤษฎีที่เรียนมาใช้โดยไม่สนใจบริบท (และเฟลกลับไป)"

โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง และคนเรียน MBA มีปัญหาอันมีเหตุมาจาก:

  1. เรียนเพราะไม่รู้จะเรียนอะไร
  2. รีบเรียนเร็วเกินไป โดยยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจริงมากนัก (1-2 ปีไม่พอหรอกนะ)

ที่เขียนมาตั้งยาวก็เพราะไปอ่านบทสัมภาษณ์ Marc Andreessen ผู้ก่อตั้ง Netscape ฮีโร่อันดับหนึ่งในดวงใจ ซึ่งอธิบายปัญหาของ Dot Com Bubble ในปี 2001 ว่าเกิดจาก "พวก MBA"

There was a point in the late ’90s where all the graduating M.B.A.’s wanted to start companies in Silicon Valley, and for the most part they were not actually qualified to do it. They brought the whole sideshow of the hype and parties and all that crap. M.B.A. graduating classes are actually a reliable contrary indicator: if they all want to go into investment banking, there’s going to be a financial crisis. If they want to go into tech, that means a bubble is forming.

Inside Google+

แนะนำ Inside Google+ — How the Search Giant Plans to Go Social บทความใน Wired ของ Stephen Levy ผู้เขียนหนังสือ In the Plex

บทความนี้เทพมาก คือในวันที่กูเกิลประกาศตัว Google+ แล้วมีบทความเจาะวงในแบบนี้ออกมา มูลค่าของบทความมันสูงมาก

ที่สำคัญคือ Levy เป็นคนเขียนหนังสือแบบมองภาพกว้าง (ผมสรุปได้จาก In the Plex ที่ยังอ่านไม่จบเพราะมัวแต่ไปอ่านโอบามาอยู่) ทำให้เนื้อหาหลักของบทความไม่ใช่ตัว Goolge+ แต่เป็น "กระบวนการเปลี่ยนผ่านกูเกิลไปเป็น social company"

ความเทพของกระบวนการนี้อยู่ที่ Vic Gundotra ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม social เขาเคยอยู่กับไมโครซอฟท์ช่วงที่ชนะศึกกับ Lotus ใหม่ๆ และเข้าใจความพ่ายแพ้ของบริษัทที่ปรับตัวไม่ทันเป็นอย่างดี เขาเลยรู้ดีว่าถ้ากูเกิลเพิกเฉยกับ Facebook ก็อาจซ้ำรอย Lotus ได้

เทคนิคของ Vic จึงเป็นการทำให้คนในกูเกิลกลัว Facebook มากๆ จะได้มาสนับสนุน Google+ (โค้ดเนม Emerald Sea)

Louis Gerstner

เพิ่งเขียนถึง Stephen Elop กับการพลิกฟื้นโนเกีย ก็ไปเจอกับบทความที่พูดถึง Louis Gerstner เลยเอามาแปะไว้สักหน่อย

Was Louis Gerstner a turnaround specialist at IBM?

บทความเขียนเยิ่นเย้อไปนิดนึง (อ่านแล้วเหมือนอ่านรายงานวิชา MBA) แต่ก็ได้ข้อมูลหลายเรื่องดี

โดยส่วนตัว ผมคิดว่า Gerstner เป็นซีอีโอสาย turnaround ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ (น่าจะเก่งกว่าจ็อบส์ด้วย เพราะย้ายมา IBM แบบไม่มีรากเหง้าเดิมในบริษัทใดๆ สักนิดเลย) รายละเอียดลองอ่านในหนังสือ ใครว่าช้างเต้นระบำไม่ได้

Pages

Subscribe to RSS - Management