เรื่องมีอยู่ว่า มหานครลอนดอนมี "โลโก้" "ไอคอน" "แบรนด์" จำนวนมากเกินไป เทศบาลใช้อย่าง รถใต้ดินใช้อย่าง การท่องเที่ยวใช้อย่าง โอลิมปิกใช้อย่าง ฯลฯ ถ้าเป็นภาษานักการตลาด ในตอนนี้คงเรียกได้ว่าเกิดปัญหา "identity crisis"
เขตปกครองของลอนดอนรับทราบปัญหานี้ และมีโครงการจะจ้างบริษัทดีไซเนอร์มาออกแบบ "สัญลักษณ์" ใหม่ของลอนดอน ที่เป็นสัญลักษณ์เดียวครอบจักรวาล
บริษัทดีไซน์ชื่อ Moving Brands ประกาศตัวเข้าแข่งโครงการนี้ ที่น่าสนใจคือ เค้าประกาศว่า process การวางคอนเซปต์ ระดมสมอง และออกแบบ (เพื่อส่งประกวด) ทั้งหมดจะเปิดเผย ติดตามได้จากบล็อก A Brand for London ใครสนใจเรื่องออกแบบไม่ควรพลาด
ต้นเรื่องจาก Brand New
อีกอย่างหนึ่งที่ควรทำเมื่อมาถึงลอนดอนแล้ว คือการไปดูละครเพลง (ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Musical เฉยๆ ไม่มีสร้อย) เพราะเมืองที่มีอัตราความหนาแน่นของโรงละครเพลงขนาดนี้มีไม่เยอะนัก (ลอนดอน, นิวยอร์ก, ปารีส) ถ้าใครเคยมาคงเห็นโฆษณาละครเพลงในรถไฟใต้ดินหรือหนังสือพิมพ์ ซึ่งแปะกันมากมายเหมือนโฆษณาครีมทาหน้าขาวในบ้านเรา
ถิ่นโรงละครในลอนดอนเค้าจะเรียกว่า West End ซึ่งมันจะอยู่กลางเมือง ระหว่าง Oxford Street กับแม่น้ำเทมส์ มีโรงละครกระจายตัวอยู่เป็นระยะๆ
ไหนๆ เรามาเป็น londoner ก็ไปดูเสียหน่อย ละครเรื่องที่ดูคือ Wicked
หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซส์นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของลอนดอนที่ผมไม่เคยไป (จริงๆ เคยตั้งใจจะไป แต่ไปเจอคิวยาวมหาโหดเลยถอยอย่างด่วน) แต่ป้าที่บ้านย้ำแล้วย้ำอีกว่า มาอยู่ลอนดอนทั้งทีก็สมควรไป เลยเอาวะ เชื่อคำโฆษณา
นัดเพื่อนไว้ตอนบ่ายสองโมงที่สถานี Baker Street พอทีมงานพร้อม เข้าไปข้างในก็พบกับ
ความว่างโล่ง...
แต่ก็ยังมีร่องรอยของความแออัด สังเกตได้จากตามผนังทางเดินจะมีแปะป้ายว่า ถ้ารอคิวตรงนี้จะต้องคอยนานอีกกี่นาที (เหมือนสวนสนุก) ซึ่งถ้าต่อคิวแถวๆ หน้าประตูจะต้องรอประมาณ 90 นาที (โอว)
พิพิธภัณฑ์ British Museum ขึ้นชื่อในเรื่องมัมมี่ เค้าอวดว่ามีเยอะเป็นอันดับสองของโลก ถัดจากไคโร
ห้องแสดงมัมมี่จะอยู่ชั้นสอง หาไม่ยากนัก เพราะจะเป็นห้องที่คนเยอะสุด เผลอๆ แทบทะลักถ้าทัวริสต์ลง มัมมี่ยอดนิยมก็คือมัมมี่คนในผ้าพัน (รู้สึกจะมี 3 ตัวถ้าจำไม่ผิด) ถัดมาคือโลงมัมมี่ซึ่งมีเยอะมาก
แต่ในซอกหลืบของ British Museum ก็มีมัมมี่แบบอื่นให้ดูบ้างเหมือนกัน