ความเดิม ต้องไปพูดที่งาน KU Netday 2009 ตอนนี้พูดเสร็จแล้ว เอาสไลด์มาแปะตามสูตรครับ (ดาวน์โหลด .odt จาก SlideShare กันเองนะ)
หมายเหตุ: ในสไลด์ที่พูดในงานจะมีสไลด์ 3-4 หน้าที่ผมไปก็อปของ Morgan Stanley มาด้วย แต่คงเอาใส่ในเวอร์ชันแจกไม่ได้เพราะมันติด copyright
ในงานนี้ผมเปิดวิดีโอโชว์ด้วย 2 อัน คือ Did you know 4.0 อันที่เปิดในงาน WordCamp 2009 และ เจ้าบ่าว อัพเดตสถานะ Twitter/Facebook บนแท่นพิธีแต่งงาน
งาน Netday เป็นงานสัมมนาด้านเครือข่ายที่ศูนย์บริการคอมพิวเตอร์ของเกษตร จัดเป็นประจำทุกปี สมัยเรียนผมก็ต้องไปออกบูต HPCNC ปีละหลายๆ ครั้ง และ Netday เป็นงานภาคบังคับที่ต้องไป
แต่เฝ้าบูตมันเป็นงานน่าเบื่อ แถมคนจะมาเดินดูบูตเฉพาะช่วงเบรกหรือกินข้าวเท่านั้น ในเมื่อมีงานสัมมนามาอยู่ตรงหน้าห่างไป 20 เมตร เราก็เข้าไปฟังสิ จริงไหมครับ
เนื่องจาก Netday เป็นงานสัมมนาแบบเสียเงิน (มีตรวจบัตรหน้าประตู) จะเดินเข้าไปฟังเปล่าๆ มันก็รู้สึกผิดเล็กน้อย ผมจำแม่นว่าในปีแรกที่ไปออกบูต ผมถาม อ. อนันต์ ผลเพิ่ม ว่านิสิตแบบเราเข้าไปฟังได้หรือเปล่า คำตอบที่ได้คือ "ไปสิ เข้าไปเลย"
จากนั้นในปีถัดๆ มา ผมเดินตัวปลิวเข้าไปเลยโดยไม่ต้องถามใคร :D แน่นอนว่าได้ประโยชน์มากมายจากการเข้าไปฟังบ้าง นอนเล่นบ้าง
ตอนนี้ได้เวลาใช้หนี้ที่เข้าไปฟังฟรีคืนแล้วครับ Netday 2009 ผมเปลี่ยนไปเป็นคนพูดแทนซะแล้ว
หัวข้อที่เขาให้พูดคือเรื่องสงครามสมาร์ทโฟน แต่ตอนนี้คิดๆ อยู่ว่าน่าพูดเรื่อง Chrome OS ด้วย (ผมมีมุมมองการวิเคราะห์ที่ยังไม่มีเวลาเขียนเป็นบทความอยู่ สงสัยจะได้พูดในงานแทน)
ดู agenda แล้ว คนพูดคนอื่นนี่อาจารย์ของผมแทบทั้งนั้น นานๆ ทีได้โอกาสกลับไปคารวะก็ดีเหมือนกัน
เรื่องสั้นเรื่องนี้ผมแต่งส่งประกวดงานสืบ นาคะเสถียร ของคณะวนศาสตร์ ม.เกษตร เมื่อปีที่แล้ว (47) โดยกติกากำหนดให้ใช้คำคีย์เวิร์ดตามที่กำหนด ส่วนเนื้อหาละเลงกันตามสบาย ก็เลยตัดสินใจแน่วแน่ว่า "รักโรแมนติกเท่านั้น!"
ปรากฎว่าได้ที่ 3 เฉยเลย ได้เงินมากินหนม 800
เผอิญค้นเจอใน Spotlight มาอ่านอีกรอบก็ตลกดี แต่งไปได้ไงวะเนี่ย เน่าจริง เลยเอามาแปะประจานตัวเอง (คำที่ขีดเส้นใต้คือคีย์เวิร์ด)
อ.ปัญญาไปจุดประเด็นไว้ใน KUCITY ว่า ปัญหาจราจรในเกษตร อาจแก้ได้โดยการปิดถนนภายในไม่ให้รถส่วนตัวเข้า และผลักดันให้นิสิตเดินทางด้วยจักรยานแทน ซึ่งมหาลัยจะซื้อแจกทุกคน
อ่านแค่นี้แล้วอย่าเพิ่งอี๊ อ.ปัญญาทำการบ้านมาดี มีการคำนวณเงินลงทุนชัดเจน และคิดอย่างค่อนข้างรอบคอบ มองปัญหาปลีกย่อยต่างๆ หลายด้านเลย ตอนนี้ยาว 14 หน้า KUCITY แล้ว หลักการคร่าวๆ ก็คือให้รถส่วนตัวเข้ามาได้ถึงแค่ที่จอดรถสร้างใหม่ ตรงประตู 1 แล้วการจราจรภายในเขตการเรียนการสอน ก็มีเฉพาะรถตะลัย กับจักรยานเท่านั้น
คอมเมนต์ส่วนมากก็สนับสนุน อ่านหลักการแล้วมันก็ฟังดูดี แต่ไม่รู้ทำจริงจะได้ผลแค่ไหน เพราะเด็กที่มาคอมเมนต์มักจะเป็นเด็กกิจกรรม ที่ไม่ค่อยมายด์เรื่องขี่จักรยานเท่าไร พวกขับซีรีย์ห้ามาเรียนน้อยคนนักจะมาตอบ KUCITY
แต่ส่วนที่ติดใจกลับไม่ใช่ประเด็นจักรยาน เผอิญมีสาวคนนึงมาคอมเมนต์ว่าไม่เห็นด้วย แบบว่าถูกเลี้ยงมาให้รักสบาย จะมาขี่ฝ่าแดดฝ่าฝนได้ไง ผลก็ตามสเต็ปโดนรุมเละ และคนที่รุมก็รุมด้วยเหตุผลว่า เด็กเกษตรต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน อดทน ขยันขันแข็ง ตรากตรำฝ่าฝน ปลูกข้าวไถนา แถมเอาเพลงเชียร์มาอ้าง
สาวคนเดิมตอบว่า ยอมรับว่าไม่ติดดิน ไม่อดทน ไม่ได้ทำงานพรวนดินขุดดิน แต่ถ้าไฮโซเรียนเก่งขยัน แล้วมันผิดมั้ย
เป็นประเด็นที่ดีมากเลยนะ จริงๆ มันก็ไม่มีใครผิดถูก บ้านเลี้ยงมากันคนละแบบอยู่แล้ว แต่การเอาชื่อสถาบัน หรือที่มาของสถาบันในอดีต มาเป็นข้อบังคับพื้นฐานว่า คนในสถาบันเดียวกันอีกห้าสิบปีให้หลัง มันจะต้องเป็นอย่างนั้นไปด้วย มันก็ไม่ถูกเท่าไรนัก
โดยส่วนตัวคิดว่าของเดิมไม่สำคัญเท่าของปัจจุบันหรอก ถ้ามันต้องเลือกระหว่างการเป็นมหาลัยที่สอนปลูกข้าว กับการเป็นมหาลัยไฮเทคไปเลย หรือเฉพาะทางไปเลย (เช่น การแพทย์) ถ้ามันคุ้มที่จะเปลี่ยน ก็ทิ้งของเก่าไปเหอะไม่ต้องมาเสียดายหรอก มันก็มีประโยชน์กับประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น
เห็นใจสาวคนนี้อย่างแรง ทำไมคุณต้องโดนด่าด้วย ถ้าเพียงแค่คุณ Think Different
(รอ PaePae อดีตขาประจำ KUCITY มาตอบอยู่นะ)
