Knowledge Management

{RAW}

ผมเคยเอียนคำว่า KM หรือ Knowledge Management แบบมากๆๆ อยู่พักนึง เนื่องจากรู้สึกว่ามันเป็น catchphrase สำหรับโฆษณาธุรกิจอบรมองค์กรไปเสียแล้ว (และส่วนมากที่สังเกตเห็น องค์กรที่ไปอบรมมาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง) พอเจอแบบนี้มากเข้า ความเอียนเลยเปลี่ยนไปเป็นแอนตี้การทำ KM แบบที่นิยมกันอยู่อีกด้วย

แต่ความคิดคนเรามันเปลี่ยนง่าย หลังจากใช้เวลาขบคิดมาสักพัก (ปกติช่วงเวลาขบคิดของผมคืออาบน้ำ, ล้างจาน และขับรถ) ก็พบว่า KM เป็นเรื่องสำคัญ เพียงแต่ต้องเป็น KM ที่เรียบง่าย, intuitive (นึกคำภาษาไทยไม่ออก) และทรงพลัง (ทั้งแง่ efficiency/effectiveness) เพียงแต่จะออกมายังไงนั้นยังคิดไม่ออก เรื่องพวกนี้ไม่รีบค่อยๆ คิดไป

วันนี้มาย้อนอ่านบล็อกของสุนิตย์ (การเก็บปัญญาดิจิตอลของไทย ไว้เพื่อคนในอนาคต (และปัจจุบัน)) กับไป๋ (ปัญญาที่หายไป (และทำยังไงให้ไม่หาย)) เหมือนมีอะไรมากระตุ้น พอเริ่มมีไอเดียรางๆ ก็รีบจดไว้กันลืมเหมือนเดิม

ถึงแม้ว่าจะได้ยินเรื่อง Age of Information หรือ Knowledge-based Economy มาจนเบื่อ แต่โดยส่วนตัวแล้วก็ยังไม่เห็นภาพมากนัก

จนเมื่อสัปดาห์ก่อนได้สนทนา (แบบหนักๆ) กับมิตรสหายบางท่านที่ร้านซีฟู้ดแถวหลังสวน ในวงสนทนาก็มีพูดถึงเรื่องนี้ แนวโน้มมันชัดเจนมากว่าถัดจากการเงินแล้ว สิ่งสำคัญอย่างต่อไปก็คือ "ข้อมูล" มีคนแซวผมว่า Blognone ก็ขายข้อมูลมิใช่เหรอ ผมก็ได้แต่ยิ้มรับ ส่วนในใจนั้นคิดใคร่ครวญต่ออีกหลายวัน

ทุกวันนี้ถ้าเรานึกถึงการขายข้อมูลเฉยๆ ตัวอย่างแรกที่นึกออกก็คือบรรดาวาณิชธนกิจทั้งหลาย ที่ขายข้อมูลดิบทางการเงิน (data) บวกด้วยผลวิเคราะห์โนวแน้มตลาดในด้านต่างๆ (information)

ถ้ายึดตามตำรามาตรฐาน ระดับถัดมาของ information ก็คือ knowledge ซึ่งปัจจุบันนี้กลายเป็นคำตลาด เราเห็นองค์กรจำนวนมากหันมาบ้า KM ตามแฟชั่นอย่างเอาจริงเอาจัง (ซึ่งเรื่องนี้อยู่นอกประเด็นของบล็อกนี้) แต่ถึงจะมองโลกในแง่ดีอย่างไรก็ตาม KM ก็ยังมีผลดีต่อกระบวนการภายในขององค์กรเท่านั้น เรายังไม่เห็นการพิสูจน์ตัวเองของ knowledge ที่ขายหรือให้บริการแล้วได้ผลกลับมาเป็นตัวเงินเท่าไรนัก

วันสองวันที่ผ่านมาได้คิด และสนทนาเยอะ จดไว้กันลืมและถือว่าเป็นการทำ KM ส่วนตัวไปด้วย

เมื่อวานก่อนจะปิดประชุม ผมนั่งคุยกับปกป้องเรื่อง iPhone จนลามไปถึงเรื่องแมค น้ากานต์เลยถามขึ้นมาว่า "เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ ผมรู้สึกตามไม่ทัน ทำอย่างไรถึงจะตามเรื่องพวกนี้ได้ทัน"

ผมตอบไปว่า "อ่าน Blognone" (ฮา)