IT Industry

จากข่าว อัตราส่วนผู้หญิงในวงการไอทีลดลง ซึ่งอ้างมาจาก ComputerWorld อีกที

ผมติดใจข่าวนี้มาก (และพลอยไปสนใจเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน) และจากการพูดคุยกับผู้บริหารท่านหนึ่ง (ซึ่งเป็นผู้หญิง) ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า บริษัทไอทีชั้นนำในเมืองไทย มี country manager เป็นผู้หญิงถึง 3 คน ได้แก่ IBM, Microsoft และ Sun

ผมไม่รู้ว่าประเทศอื่นมี country manager เป็นผู้หญิงกันแค่ไหน แต่ลองเทียบแบบมั่วๆ กับเบอร์ 1 ขององค์กรของบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ ผมก็นึกออกแค่ Meg Whitman (eBay) คนเดียว Carly Fiorina (HP) ก็ตกกระป๋องไปนานแล้ว แน่ล่ะว่ามันเทียบกันไม่ได้ แต่ข้อมูลมีแค่นี้เลยรู้สึกว่าของเมืองไทยเยอะ

นี่ขนาดนับแต่ระดับหัวๆ ความสำคัญและจำนวนยังเยอะอย่างมีนัยยะสำคัญ ถ้านับระดับรองๆ ลงไปอีกจะขนาดไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าวัฒนธรรมแบบไทยจะช่วยสร้างโอกาสให้ "ผู้หญิงเก่ง" มากกว่าประเทศอื่น (ในมุมกลับกัน ผู้หญิงเหล่านี้ยินดีจะแลกชีวิตครอบครัวบางส่วนไปกับตำแหน่งระดับนี้ด้วยหรือเปล่า?) ฯลฯ ล้วนแต่เป็นคำถามที่น่าคิดทั้งนั้น

น่าจะมีคนสำรวจอัตราส่วนของผู้หญิงในวงการไอทีไทยบ้างนะ

รัฐบาลนี้ออกกฎหมายในทำนอง "ควบคุม" หลายฉบับ อุตสาหกรรมค่อนข้างใหม่ที่ได้รับผลกระทบก็โดนกันถ้วนทั่ว ทั้งไอที ภาพยนตร์ ทีวี สื่อ ฯลฯ เราได้เห็นความเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มอาชีพ ออกมาต่อสู้ต่อรองผลประโยชน์กันมากมายตามหน้าหนังสือพิมพ์

สหายท่านหนึ่งตั้งข้อสังเกตกับผม (จริงๆ คุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้ว) ว่าคนวงการไอทีมีพฤติกรรม "จำยอม" มากกว่าคนวงการอื่น ตัวอย่างง่ายๆ เช่น พ.ร.บ. ความผิดคอมระบุให้เก็บข้อมูลผู้ใช้บริการพวกเลขประชาชน คนไอทีก็เพียงแค่ก่นด่าตามเว็บบอร์ดอย่างแผ่วเบา ที่ดีหน่อยคือออกมาต่อรองระยะเวลาในการเก็บไม่ให้ยาวจนเป็นภาระกับตัวเอง แต่เราไม่เห็นการออกมาต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อล้มหรือเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. เลย

(อธิบายเพิ่มเติม: ตัวอย่างเรื่อง พ.ร.บ. นี้ผมสืบทราบว่ามีการเคลื่อนไหวกลุ่มย่อยในทางลับ --อย่างน้อยไม่ออกสู่สาธารณะ -- แต่ในความหมายของย่อหน้าข้างบน คือการเคลื่อนไหวของคนเล่นเน็ตธรรมดา เจ้าของเว็บไซต์ธรรมดา คนธรรมดาไม่ใช่ผู้ใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลในอุตสาหกรรม เรามีสมาคมไอเอสพี สมาคมเว็บ สมาคมร้านเน็ต แต่ยังไม่เคยเห็นสมาคมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต สภาโปรแกรมเมอร์)

ในทางกลับกัน คนภาพยนตร์หรือทีวีกลับรวมตัวกันได้เป็นพัน ออกแถลงการณ์แบบเป็นทางการ เข้าไปยื่นหนังสือต่อรอง สร้างกระแสสังคม ช่วงชิงพื้นที่สื่อกดดัน ทำทุกอย่างตามกลยุทธในการต่อสู้อำนาจรัฐที่ดีพึงกระทำ ถ้าคิดไม่ออกดูกรณีไอทีวีก็ได้ครับ

สหายท่านเดิมวิเคราะห์สาเหตุแถมให้ด้วยว่า คงเป็นเพราะอุตสาหกรรมไอทีเป็นอุตสาหกรรมใหม่ คนยังไม่เคยเสียผลประโยชน์จากอำนาจรัฐ ยังไม่มีประสบการณ์ว่าต้องต่อสู้ช่วงชิงเท่านั้นจึงจะมีชีวิิตรอดต่อไปได้ ต่างจากอาชีพนักข่าวหรือสำนักพิมพ์ ที่เจอกับการปิดหนังสือพิมพ์ ยึดแท่นพิมพ์ ข่มขู่นักข่าว เอาทหารไปล้อมตึก ฯลฯ มานักต่อนัก

วงการไอทียังอ่อนเยาว์ อ่อนด้อย และตื้นเขินยิ่งนัก เส้นทางการต่อสู้ของพวกเรายังต้องไปกันอีกไกล แต่ปัญหาคือมันจะทันหรือเปล่า

ในวงสนทนาวันก่อน สหายอีกท่านได้สรุปเรื่องนี้อย่างสั้นๆ ด้วย 4 พยางค์

"ไม่-มี-เจ้า-ภาพ"

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในทางกลับกันก็ไม่รู้จะทำอย่างไร (เป็นลักษณะนิสัยของคนไอที ฮา) จึงได้แต่เขียนบล็อกชิ้นนี้ขึ้นมา เผื่อว่าจะมีใครอยากเป็นเจ้าภาพขึ้นมาบ้าง