Idea

{RAW}

ผมเคยเอียนคำว่า KM หรือ Knowledge Management แบบมากๆๆ อยู่พักนึง เนื่องจากรู้สึกว่ามันเป็น catchphrase สำหรับโฆษณาธุรกิจอบรมองค์กรไปเสียแล้ว (และส่วนมากที่สังเกตเห็น องค์กรที่ไปอบรมมาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง) พอเจอแบบนี้มากเข้า ความเอียนเลยเปลี่ยนไปเป็นแอนตี้การทำ KM แบบที่นิยมกันอยู่อีกด้วย

แต่ความคิดคนเรามันเปลี่ยนง่าย หลังจากใช้เวลาขบคิดมาสักพัก (ปกติช่วงเวลาขบคิดของผมคืออาบน้ำ, ล้างจาน และขับรถ) ก็พบว่า KM เป็นเรื่องสำคัญ เพียงแต่ต้องเป็น KM ที่เรียบง่าย, intuitive (นึกคำภาษาไทยไม่ออก) และทรงพลัง (ทั้งแง่ efficiency/effectiveness) เพียงแต่จะออกมายังไงนั้นยังคิดไม่ออก เรื่องพวกนี้ไม่รีบค่อยๆ คิดไป

วันนี้มาย้อนอ่านบล็อกของสุนิตย์ (การเก็บปัญญาดิจิตอลของไทย ไว้เพื่อคนในอนาคต (และปัจจุบัน)) กับไป๋ (ปัญญาที่หายไป (และทำยังไงให้ไม่หาย)) เหมือนมีอะไรมากระตุ้น พอเริ่มมีไอเดียรางๆ ก็รีบจดไว้กันลืมเหมือนเดิม

คุณทำอย่างไรเวลามีคนที่ไม่รู้จัก แอดมาใน social network ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LinkedIn, Flickr หรือ Twitter?

ผมคิดว่าโดยมากแล้วคือแอดกลับ ทั้งที่เราไม่รู้จัก และมีความเป็นไปได้สูงที่แอดไว้เฉยๆ ต่างฝ่ายก็ไม่ได้ใช้ติดต่อสื่อสารอะไรกัน

คำถามต่อมีอีกเยอะเลย เช่น

  • ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? เป็นเพราะว่าเรา “เกรงใจ” กลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียใจที่ไม่แอดกลับหรือเปล่า? หรือขึ้นกับวิธีคิดของบางคนที่ว่า หาเพื่อนให้เยอะๆ ในเชิงจำนวนไว้ก่อน ก็เป็นไปได้
  • ถ้าไม่ได้คุยกัน ในอนาคตมีโอกาสแค่ไหนที่เราจะ “เพิกถอน” สายสัมพันธ์นี้ คิดว่ามีน้อยที่ไล่เคลียร์ทิ้งทีหลัง
  • เทียบกับบริบทของ IM แล้วเหมือน/ต่างแค่ไหน ความสัมพันธ์ใน social network ไม่เป็น real time แบบ IM ทำให้เกิดความรู้สึกรุกล้ำเข้ามาในชีวิตเราน้อยลง ส่งผลให้ “ปฏิเสธ” หรือ “เพิกถอน” น้อยลงหรือเปล่า
  • เทียบกับบริบทของคนไทยขี้เกรงใจ เรา “ปฎิเสธ” หรือ “เพิกถอน” มากหรือน้อยกว่าชาติอื่นๆ หรือเปล่า

เป็นไอเดียสำหรับ dissertation อีกอันที่น่าสนใจ น่าจะมีคนทำเรื่องแนวๆ นี้ไว้บ้างแล้ว แต่ขี้เกียจค้น paper

This is a mockup of Wordpress-liked dashboard for Drupal. As mentioned earlier, I plan to submit this module for Google Summer of Code 2008.

mockup-fine