เคยบล็อกเรื่อง ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กับกรณีเขาพระวิหารไปแล้ว 2 ครั้ง
ล่าสุด ประชาชาติธุรกิจ สัมภาษณ์ ดร. ชาญวิทย์ อีกครั้ง เลยเอามาแปะไว้สำหรับอ้างอิงในอนาคต คัดมาเฉพาะบางคำถามที่น่าสนใจ
เวอร์ชันเต็มอ่านได้ใน "ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" สังเคราะห์เกมการเมืองเรื่องปราสาทและเขาพระวิหาร การเมืองแบบนี้ใครได้ประโยชน์
From Wikipedia:
Publicly, Intel acknowledged the floating point flaw but claimed that it was not serious and would not affect most users. Intel offered to replace processors to users who could prove that they were affected. However, although most independent estimates found the bug to be of little importance and would have negligible effect on most users, it caused a great public outcry.
นอกจากแผนที่ว่าเกาะอะไรอยู่ตรงไหนในทะเลแปซิฟิก สิ่งที่คนอ่าน Zipang ควรรู้เพื่อเป็นพื้นในการอ่านคือประวัติศาสตร์สงครามโลกฟากแปซิฟิก
เรามักไม่ค่อยรู้ประวัติสงครามโลกในฝั่งนี้มากนัก ให้ผมเดาเป็นเพราะ
* สมรภูมิฟากยุโรปมันดราม่ากว่า ชาติยุโรปตะวันตกโดนกระทบเยอะ ฝรั่งเศสถึงกับสิ้นชาติ
* สมรภูมิฟากยุโรป มี "ผู้ร้าย" ที่ชัดเจนกว่าคือฮิตเลอร์
ทำให้หนังสือ หนัง เพลง สื่อต่างๆ ที่มาจากโลกตะวันตก มักจะพูดถึงประวัติสงครามโลกฟากยุโรปกันเสียเยอะ และไม่สนใจสมรภูมิภาคแปซิฟิกมากนัก สื่อตะวันออกไม่ต้องพูดถึงเพราะญี่ปุ่นแพ้สงคราม ซ่าเรื่องนี้มากไม่ได้ และสุดท้ายสื่อไทยผมเข้าใจว่าที่อยู่ในวงกว้างมีเรื่องเดียวจริงๆ คือ "คู่กรรม" ซึ่งก็พูดเฉพาะเรื่องในเมืองไทยเท่านั้น
ปัญหานี้ Wikipedia ช่วยได้เสมอ อ่าน Pacific War มีครบ
เมื่อวานผมนั่งอ่านด้วยความสนุกยิ่ง อ่านไปทวีตไป ถือเป็นการจดบันทึก เอามาเผยแพร่ต่อเผื่อมีประโยชน์
ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอ่านบทวิเคราะห์เมืองไทยจากสายตาฝรั่ง (ที่โดนหาว่าเสนอข่าวไม่เป็นกลางนั่นล่ะครับ) อยู่พอสมควร ประชาไทแปลมาลงเยอะอยู่ และอ่านจากต้นฉบับบ้างส่วนหนึ่ง
เผอิญจำไม่ได้ว่าเป็นบทความของที่ไหน (ถ้าใครหาได้กรุณาช่วยสงเคราะห์) แต่ในบทความนี้วิเคราะห์ว่าการขึ้นมาของทักษิณนั้นเป็น "ภัยคุกคาม" ต่อชนชั้นนำเดิมที่กุมอำนาจประเทศไทยอยู่ (ซึ่งนักวิชาการไทยเองก็ไม่เคยมีใครปฏิเสธเรื่องนี้แบบตรงๆ ว่าไม่มีชนชั้นนำกลุ่มนี้) ทำให้ทักษิณโดนโค่นล้มไปโดยความร่วมมือของชนชั้นนำหลายกลุ่ม ที่กลัวว่าตัวเองจะสูญเสีย status quo ไป
ย่อหน้าข้างบนนั้นเรื่องเก่าซ้ำซากแล้ว (แต่บางคนยังไม่รู้นะ หรือรู้แล้วอาจแกล้งทำไม่รู้ก็คงมี) แต่อันที่เป็นเรื่องใหม่ของบทความนี้คือย่อหน้าสุดท้ายที่บอกว่า ประธานาธิบดีของบราซิลคนปัจจุบันขึ้นมาด้วยวิธีคล้ายๆ กัน แต่เขาสามารถบาลานซ์ "ความหวังของคนชั้นล่าง" กับ "ความกลัวของคนชั้นสูง" ได้ และอยู่ในสมัยมาจะ 8 ปี บราซิลกลายเป็นประเทศ BRIC และได้จัดบอลโลก-โอลิมปิกติดกันภายในระยะห่างแค่ 2 ปี
ประเด็นนี้น่าสนใจมาก แถมช่วงนี้ผมเริ่มเบื่อแอฟริกาใต้และแมนเดลาโมเดลแล้ว (ฮา) พอไปเจอ TIME ที่สนามบินชางงีพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน กลับบ้านมามีเวลาพอดีเลยอ่านเสียหน่อย อ่านแล้วก็เขียนด้วยเลย เอาให้คุ้ม
ใครสนใจก็ตามไปอ่านได้ครับ รู้จักกับ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีเพื่อคนยากแห่งบราซิล
หมายเหตุ: ผมก็ยังอธิบายปรากฎการณ์ของดา ซิลวา ไม่ได้ แต่บทความนี้ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจกับแนวทางของเขา
ป.ล. เคยมีคนเสนอว่าควรไปศึกษายุทธวิธีของซาปาติสต้าด้วย อันนี้คุณภัควดี วีระภาสพงษ์ เคยเขียนถึงไว้เยอะ อ่านเป็นภาษาไทยมันก็สบายกว่ากันเยอะอยู่
จากบล็อก Map of India พี่เทพ ทักมา ว่าระหว่างอินเดียกับศรีลังกา มันมีแผ่นดินเล็กๆ เชื่อมอยู่ หรือว่านี่คือ ถนนที่พระรามสร้างข้ามไปกรุงลงกา???
ดูแล้วก็แบบ เออจริงแฮะ
ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย เจอแล้ว มีจริงๆ ด้วย Adam's Bridge หรือ Rama's Bridge ขึ้นกับชื่อที่เรียก