History

อ้าง อ. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ไปรอบนึงแล้ว ในโอกาสที่ อ. ชาญวิทย์ เขียนบทความภาคต่อ ก็ขออ้างตามเพื่อความต่อเนื่อง

เสวนา : ชาญวิทย์ เกษตรศิริ : กรณีปราสาทเขาพระวิหาร ลัทธิชาตินิยมภาค 3 - ปัญหาและทางออกรัฐบาลสมัคร ประชาไท, 14 ก.ค. 2551

โดยทั่วๆเรามักจะถือว่า “ประวัติศาสตร์ (ปวศ) คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในอดีต … แต่เอาเข้าจริงแล้ว ปวศ อาจจะเป็นเรื่องราว ที่ “เราเชื่อ” หรือ “ถูกทำให้เชื่อ” ว่าเกิดขึ้นจริง ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดขึ้นจริงๆก็ตาม และในทางตรงกันข้าม ตำราเรียน ปวศ. ก็บังคับให้เรา “ลืม” อะไรบางอย่างไป

ในกรณีของ “ปราสาทเขาพระวิหาร” กับ กรณีของ “มณฑลบูรพา” ก็มองหรือเข้าใจ หรือเชื่อว่าไทยเรานั้น “เสียดินแดน” หาได้มองว่าเรานั้น “ได้ดินแดน” นั้นมาก่อน

ปราสาทเขาพระวิหาร” ถูกทิ้งปล่อยทิ้งร้างไปเมื่อหลังปี พ.ศ. 1974 (ค.ศ. 1431) คือภายหลังที่กรุงศรียโสธร (นครวัดนครธม) ของกัมพูชา “เสียกรุง” ให้แก่กองทัพของกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยของพระเจ้าสามพระยา)

สยามไทยเราถูกสอนให้ “จำ” ว่า “เสียกรุงศรีอยุธยา” แต่เราก็ถูกสอนให้ “ลืม” ว่า “ได้กรุงศรียโสธร

แต่ นี่ ก็คือหลักฐานอย่างดีที่ทนายฝ่ายกัมพูชานำไปใช้เสนอต่อศาลโลก ที่ทำให้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช และ ม.จ. วงษ์มหิป ชยางกูร ทนายและผู้แทนของฝ่ายรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่อ่อนข้อมูลและขาดการศึกษาหลักฐานจดหมายเหตุ (แม้กระทั่งที่เป็นหลักฐานของสยาม/ไทยเราเอง) ต้องแพ้คดีปราสาทเขาพระวิหารเมื่อ 15 มิถุนายน 2505

“ลัทธิชาตินิยม” หรือ nationalism ที่มีกำเนิดมากับ “รัฐชาติ-รัฐประชาชาติ” เมื่อสยามประเทศไทยดำเนินเข้าสู่ความเป็น “รัฐสมัยใหม่” ลัทธิชาตินิยมเป็นเครื่องมือสำคัญของ “ผู้ปกครอง” ที่จะทั้งสร้าง และทั้งรักษาสถานะ “ความเป็นผู้ปกครอง” ของตน

กล่าวโดยย่อ ปราสาทเขาพระวิหาร ตกเป็นของกัมพูชาหรือ “เป็นของเขา” ทั้งจากทางด้านประวัติศาสตร์-โบราณคดี และทางด้านนิติศาสตร์ ข้ออ้างของฝ่ายไทยเราทางด้านภูมิศาสตร์ คือ ทางขึ้นหรือสันปันน้ำ นั้นหาได้รับการรับรองจากศาลโลกไม่

สรุป เราจะเห็นได้ว่าวาทกรรมของ “อำมาตยาเสนาชาตินิยม” และ “การเสียดินแดน” นั้นถูกสร้าง ถูกปลุกระดม ถูกผลิตซ้ำมาเป็นระยะเวลา 3-4 ชั่วอายุคน ฝังรากลึกมาก

เขาพระวิหารเสียไปตั้งแต่ พ.ศ.​ 2505 แต่ อำมาตยาเสนาชาตินิยม นั้นยังอยู่

ด่วน! พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ นอกจากชนชาติไทย (หรือ ไต ในสมัยก่อน) จะเคยครอบครองเทือกเขาอัลไตแล้ว ยังพบว่าเคยอาศัยอยู่ในปักกิ่ง และบังกะลอร์ด้วย

Ortelius, Abraham: Asiae Nova Descriptio
ภาพประกอบจาก Map Mogul

แผนที่ดังกล่าววาดขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1612 (พ.ศ. 2155 รัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรมของกรุงศรีอยุธยา) วาดโดย อับราฮัม ออร์ทีเลียส บิดาแห่งการแผนที่สมัยใหม่ชาวเบลเยียม ซึ่งเคยมาอาศัยอยู่ในอยุธยานานหลายปี

ออร์ทีเลียสได้รับการยกย่องว่านำเทคนิคสมัยใหม่หลายประการเข้ามาใช้วาดแผนที่ เมื่อบวกกับข้อมูลจริงที่เขาได้รับจากการอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ทำให้ระดับความแม่นยำในแผนที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง

ผลจากการค้นพบแผนที่ครั้งนี้ ทำให้ฝ่ายไทยเตรียมทวงคืนโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ซึ่งจะเริ่มต้นแข่งขันในวันที่ 8 สิงหาคมนี้โดยทันที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความกังวลว่าด้วยเวลาที่กระชั้นชิด อาจยื่นเอกสารไม่ทันเวลา เพราะข้าราชการต้องถ่ายสำเนาเอกสารเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ถ้าประเทศไทยไม่สามารถทวงสิทธิ์เหนือโอลิมปิก 2008 ได้ ยังมีโอกาสแก้ตัวในซีเกมส์ 2009 ที่เวียงจันทร์ไปก่อน และไทยสามารถสงวนสิทธิ์ทวงถามพื้นที่ทับซ้อนของบริเวณประเทศจีนปัจจุบัน ได้อีกครั้งในปี 2010 ซึ่งจีนจะจัดเอเชียนเกมส์ที่กว่างโจว

นอกจากเรื่องพรมแดนที่ต้องตีความใหม่แล้ว รัฐบาลได้เตรียมประกาศให้ชนกลุ่มน้อย และคนต่างด้าวทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในพรมแดนไทยได้รับสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ (และไม่ต้องไปอำเภอ) เนื่องจากมีข้อพิสูจน์ได้ว่าชนเผ่าทุกเชื้อชาติในเขตนี้ ล้วนเคยเป็นพี่น้องกันมาทั้งหมดในอดีต

นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าการรวมประเทศจะต้องทำให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อยื่นหลักฐานทางเอกสารสำหรับทีมฟุตบอลที่จะเข้าแข่งฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ต่อฟีฟ่า บริษัทพนันวิลเลียม ฮิลล์ของอังกฤษ ประเมินว่าถ้าประเทศไทยรวมชาติได้ทัน และได้นักฟุตบอลจีนที่ค้าแข้งในยุโรปมาเสริมทัพ น่าจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างต่ำ ถึงแม้ว่าจะเข้าแข่งขันฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกก็ตาม

ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวขึ้นอีก 2.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รับข่าวดีแห่งศตวรรษชิ้นนี้

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ตามข่าวเท่าไร เห็นแต่เพื่อนในแวดวงบางท่านที่เป็นสาวก ASTV นั่งเขียนบล็อกด่านพดล ปัทมะอยู่ เลยไม่ค่อยได้สนใจ

มิตรสหายท่านหนึ่งส่งบทความ ปราสาทเขาพระวิหาร- กรณีศึกษาประวัติศาตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม ซึ่งเขียนโดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (อดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์) ประกอบงานสัมมนา “ไสยศาสตร์/มนตร์ดำ การเมือง และชาตินิยมกรณีศึกษา 2 ปราสาท – เขาพนมรุ้ง และ เขาพระวิหาร” (Animism, Politics, and Nationalism: Case Studies on Prasats Phnom Rung and Preah Vihear) ซึ่งจัดเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2551 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไฟล์มีให้ดาวน์โหลดเป็น PDF หรือจะเข้าไปโหลดตรงๆ จากเว็บไซต์ของ อ. ชาญวิทย์ก็ได้ สำหรับคนที่โตไม่ทันคดีเขาพระวิหารอย่างผม ก่อนจะรับฟังข่าวจากสื่อกระแสหลัก ก็ควรสร้างภูมิโดยหาความรู้จากนักประวัติศาสตร์ตัวจริงเสียก่อน

ส่วนงานเกี่ยวกับเขาพระวิหารอีกชิ้นที่เขียนดีแบบไม่น่าเชื่อ คือคำอธิบายจาก เสธ. แดง (พลตรีขัติยะ สวัสดิผล) ทหารคนดัง ถึงสำนวนจะแอบหยาบนิดหน่อย แต่ผมอ่านจบแล้วยอมรับเลยว่าเขียนได้เคลียร์ และครอบคลุมครบถ้วนดีมาก (เช่น ถ้าเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ประเทศไทยได้อะไร? ควรให้เป็นหรือเปล่า?) เรื่องความน่าเชื่อถือก็คงหาคนสู้ยาก เพราะ เสธ. แดงเคยไปรบกับเขมรมาจริงๆ แถมมีภาพยืนยันให้ดูด้วย ยังไงก็คงดีกว่าผู้สื่อข่าว ASTV แน่ๆ

คุณลูกชาวนาไทย อดีตคนดังพันทิพ รวบรวมงานเขียนจาก เสธ. แดงไว้ที่ Thai Free News

ปัญหาที่น่ากลัว ซึ่งทั้งในงานของ อ. ชาญวิทย์ และเสธ. แดง ก็พูดไว้ตรงกัน คือเรากำลังสร้างมายาคติ หรือค่านิยมใหม่ในการเกลียดเขมร ถัดจากเดิมที่วิชา สปช. สอนให้เราเกลียดพม่า ผมอ่านๆ ไปแล้วนึกถึงหนังเรื่อง M:I II ที่บอกว่าต้องสร้างผู้ร้ายขึ้นมา ให้ตัวเองเป็นพระเอกหรือเปล่า เพราะลึกๆ แล้วในตัวของเราทุกคนย่อมมีความอยากเป็นพระเอกแอบซ่อนอยู่

ความรู้ใหม่ที่ผมได้เพิ่มจากงานของ อ. ชาญวิทย์ คือทนายฝ่ายไทยที่แพ้คดีเขาพระวิหารในปี 2505 ชื่อว่า มรว. เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าเราใช้ตรรกแบบพันธมิตร ก็ต้องบอกว่าประชาธิปัตย์เป็นคนทำเสียแผ่นดิน รึเปล่า?

ป.ล. ผมเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรัฐมนตรีคนถัดไป

When "Think" is Changed

สิ่งที่น่าตกตะลึงในวันนี้ คือเข้า Think.com แล้วพบว่าเป็นเว็บของ Oracle

เพราะสำหรับ history geek แล้ว “Think” เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทเดียวเท่านั้น

watson_thomas_ibm_think02
ภาพจาก Stony Brook University

คนในภาพคือ Thomas J. Watson Sr. อดีตประธานของ IBM

ความเป็นสัญลักษณ์ของ “Think” นั้น สิ่งบ่งชี้ที่ดีที่สุด คงไม่มีอะไรเกินกว่าแคมเปญ Think Different ของแอปเปิล

Brief History of Burma

เนื่องจากกระแสข่าวพม่าที่กำลังร้อนแรงอยู่ตอนนี้ ทำให้รู้สึกตัวว่าเรารู้เรื่องกับพม่าน้อยมากๆ ในหนังสือเรียนสมัยประถมมัธยมก็มีเฉพาะตอนกรุงแตก 2 รอบเท่านั้น ในขณะที่เราสอนอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์-กรีก-โรมันกันเป็นเรื่องเป็นราว ทีประเทศเพื่อนบ้านห่างกันไม่กี่กิโล ทำไมเรารู้จักเค้าน้อยจังนะ

ว่าแล้วก็ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์ท่านเดิม ซึ่งสอนได้ทั้งไทยและอังกฤษ