History

Rama's Bridge

จากบล็อก Map of India พี่เทพ ทักมา ว่าระหว่างอินเดียกับศรีลังกา มันมีแผ่นดินเล็กๆ เชื่อมอยู่ หรือว่านี่คือ ถนนที่พระรามสร้างข้ามไปกรุงลงกา???

ดูแล้วก็แบบ เออจริงแฮะ

ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย เจอแล้ว มีจริงๆ ด้วย Adam's Bridge หรือ Rama's Bridge ขึ้นกับชื่อที่เรียก

คนที่เคยอ่านหนังสือชุดบ้านเล็ก ของลอร่า อิงกัลล์ ไวลเดอร์ น่าจะคุ้นเคยกับธรรมเนียมการแต่งงานของฝรั่งฝั่งอเมริกาในยุคบุกเบิกตะวันตก เพราะในเล่ม "ปีทองอันแสนสุข" (These Happy Golden Years) ที่ลอร่าแต่งงาน เจ้าสาวจะมีเคล็ดในการแต่งตัวว่าต้องมี

ของใหม่ ของเก่า ของขอยืม และของสีฟ้า

ผมจำไม่ค่อยได้แล้วว่าในนิยายใช้อะไรบ้างตามเคล็ด เหมือนจะใช้โบว์สีฟ้าของแม่ ซึ่งเป็นทั้งของขอยืมและของสีฟ้า

คำกล่าวนี้เป็นกลอนโบราณของอังกฤษ ต้นฉบับคือ

Something old, something new
Something borrowed, something blue

แต่ล่าสุดเพิ่งมารู้ว่า มันมีวรรคสุดท้ายที่ไม่ได้ถูกพูดถึงในหนังสือ

And a silver sixpence in her shoe.

sixpence ในที่นี้คือเหรียญหกเพนนีของอังกฤษ (สองเหรียญรวมกันได้ 1 ชิลลิ่ง; 20 ชิลลิ่งเป็น 1 ปอนด์ ตามหน่วยเงินแบบเก่า) เหรียญหกเพนนีถูกผลิตขึ้นมาในยุคของพระราชินีวิคตอเรีย (รายละเอียดดูใน Ask Yahoo! ประกอบ)

ตามตำราเค้าว่า ต้องเอาเหรียญหกเพนซ์มาใส่ในรองเท้าซ้ายของเจ้าสาวในวันแต่งงาน เพื่อโชคลางที่ดี เงินไหลมาเทมา

ตอนนี้เหรียญหกเพนซ์เลิกใช้หมดแล้ว ถ้าอยากได้ ฝากคนอังกฤษไปแตกแบงค์แล้วทอนตังค์กลับมา คงจะลำบาก

...

แต่ eBay มีทุกสิ่งที่เราต้องการเสมอ

Bretton Woods System

อ่านเจอชื่อ Bretton Woods เลยต้องหาข้อมูลเพิ่มเล็กน้อย

Bretton Woods เป็นข้อตกลงที่สร้างระบบการเงินของโลกหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเอาชื่อมาจากเมือง Bretton Woods ในนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้จัดประชุมในปี 1944

ในการประชุมครั้งนั้น นอกจากจะเซ็ตระบบการเงินโลกใหม่ ยังเป็นจุดกำเนิดของการตั้ง IMF และ World Bank อีกด้วย

สาเหตุที่ต้องมี Bretton Woods ต้องเท้าความไปถึงภาวะทางการเงินโลกก่อนหน้านั้น ซึ่งอิงค่าเงินกับทองคำเป็นหลัก และใช้เงินสกุลหลักคือปอนด์อังกฤษ ด้วยเหตุผลว่าอังกฤษเป็นเจ้าโลกในช่วงนั้น แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เศรษฐกิจอังกฤษแทบล่มสลาย และค่าเงินปอนด์ก็ตกต่ำ

Bretton Woods จึงเป็นการเปลี่ยนทิศทางโลกการเงินครั้งสำคัญ แม้ว่าจะยังอิงกับค่าของทองคำอยู่ แต่สกุลเงินเปลี่ยนมาใช้ดอลลาร์ (ตามอิทธิพลของอเมริกาที่มากขึ้น) โดยสาระสำคัญของ Bretton Woods คือเงินสกุลต่างๆ ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ โดยอิงกับทองคำ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว แปลว่าเงินสกุลต่างๆ ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยอิงกับดอลลาร์นั่นเอง (แล้วอเมริกาค่อยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างดอลลาร์กับทองอีกต่อหนึ่ง โดยการันตีว่าทุกคนย่อมแลกดอลลาร์กับทองได้เสมอ)

ภายหลังอเมริกาประสบปัญหาดอลลาร์ขาดแคลน เพราะใช้เงินมือเติบ และไม่สามารถหาทองคำมาเป็น reserve ได้ทัน สุดท้ายยื้อมาจนถึงปี 1971 ก็เลิกใช้ระบบแลกเปลี่ยนแบบอัตราคงที่ มาใช้เป็นอัตราลอยตัวแทน ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน

นั่งอ่านประวัติศาสตร์การเมืองอังกฤษสมัยใหม่ มาจดช็อตโน้ตไว้เพื่อความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น

ถ้าใช้จุดอ้างอิงเป็นรัชกาลของพระราชินีวิคตอเรีย ซึ่งยาวนานถึง 64 ปี (1837-1901) ว่าเป็นตัวแทนของอังกฤษในศตวรรษที่ 19 และเป็นช่วงเวลารุ่งเรืองครั้งที่สองของอังกฤษ (ช่วงแรกคือ อลิซาเบธที่ 1 ระหว่างปี 1558–1603)

การขึ้นศตวรรษที่ 20 จึงสอดคล้องพอดีกับการสิ้นสุดยุคของวิคตอเรีย ถือเป็นการเริ่มต้นของอังกฤษในศตวรรษใหม่ที่สับสนวุ่นวาย ลำดับการครองราชย์คร่าวๆ เป็นดังนี้

Hard to find photo of Elvis Presley with Thai King & Queen.

Elvis and Thai King