Submitted by mk on 21 March, 2011 - 11:19

ที่ออฟฟิศรับมติชนสุดสัปดาห์ ถึงเวลาต่ออายุสมาชิก สามารถเลือกหนังสือในเครือมติชนได้ฟรี 2 เล่ม หนึ่งในตัวเลือกมี "The Wind-Up Bird Chronicle" หรือชื่อภาษาไทย "บันทึกนกไขลาน" เลยเลือกมาแบบไม่ต้องคิดมาก
อ่านแล้วพบว่าโครงเรื่องมันเหมือนกับ Dance Dance Dance มาก ตัวเอกเปลี่ยวเหงาผู้ตามหาหญิงคนรักที่หายไป มีคู่หูคู่สนทนาเป็นสาวน้อยพลังพิเศษ และต้องเผชิญกับ "อะไรบางอย่าง" เหนือธรรมชาติในอีกโลกหนึ่ง
แน่นอนว่าในรายละเอียดก็ต่างกันเยอะ และมูราคามิก็เขียนออกมาได้ดี (ของประกอบฉากที่เป็นโลโก้ของมูราคามิ ทั้งเพลง นิยาย การทำอาหาร ก็ยังอยู่ครบ) แต่เทียบความแปลกใหม่จาก Dance Dance Dance แล้วก็ไม่มากนักเมื่อเทียบกับหนังสือเล่มอื่นๆ เล่มนี้หลอนบ้างแต่ไม่มาก
Submitted by mk on 1 January, 2011 - 16:38
โพสต์แรกของปี 2011 ด้วย Dance Dance Dance นิยายเรื่องที่สี่ในชุด "ผม" ของมูราคามิ
หลังจากอ่านกำลังภายในติดต่อกัน 3 เล่ม 2 เรื่อง ก็เริ่มเอียน อยากขอเปลี่ยนบ้าง สายตาพลันไปเจอกับ Dance Dance Dance เลยคว้ามาอ่านแบบไม่ต้องลังเล
ผมอ่านมูราคามิไม่เยอะ แต่ก็อ่าน 3 เล่มแรกในชุด "ผม" อันได้แก่ Hear the Wind Sing, Pinball, 1973, A Wild Sheep Chase ครบหมดแล้ว ย่อมสมควรแก่การอ่าน Dance Dance Dance หนังสือเล่มสุดท้ายในชุด
หลังจากความเชื่องช้าเนิบนาบในสองเล่มแรก และการผจญภัยสุดพิสดารขั้นพีคใน A Wild Sheep Chase พระเอกของเราคือ "ผม" (หรือ "โบคุ" ในภาษาญี่ปุ่น) ก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้ว่าจะเจอสิ่งมหัศจรรย์มากมายในเล่มก่อนหน้านี้
เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์: "ผม" เดินทางกลับไปที่ "โรงแรมโลมา" ใน A Wild Sheep Chase เพื่อตามหา "สาวหูสวย" ที่หายไปในตอนท้ายเล่มก่อน (ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเธอชื่อ "กีกิ") แต่การเดินทางครั้งสุดท้ายของ "ผม" ก็ไปไกลกว่าที่เขาคิดมาก
Submitted by mk on 18 March, 2010 - 09:39
ความพิเศษของภาษา ... ตามทัศนคติของ [เขา] ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดปกติ เพราะเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป เนื่องจากชาวโลกจำนวนไม่น้อย ก็รู้สึกเช่นนั้นด้วย อีกทั้งความคิดและความเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของประเทศ ... ได้ก่อให้เกิดการโต้แย้งเกี่ยวกับวัฒนธรรม ... มากทีเดียว ไม่ว่าเห็นด้วยหรือคัดค้าน
ดังนั้นเอง แนวความคิดจากประสบการณ์มากมายและการอภิปรายโต้เถียงกันในประเทศ ... นำไปสู่คำถามที่ว่าสายเลือด ... นั้นมีลักษณะพิเศษเฉพาะ ที่เหนือกว่าชาติอื่นและยากจะเข้าใจนั้นจริงแท้แค่ไหน
"ผมคิดว่า การที่คนในประเทศ ... รู้สึกว่ามีบางอย่างพิเศษ เกี่ยวกับลักษณะนิสัยของคน ... ที่จะเอาไปเหมารวมกับกลุ่มคนธรรมดาสามัญไม่ได้ รวมทั้งจะไม่ยอมก้าวข้ามอุปสรรคในเรื่องการแปลด้วย ความรู้สึกดังกล่าวนี้ มักจะได้รับการบอกเล่าจากพวกลัทธิล่าอาณานิคมทางวัฒนธรรมด้วยความรู้สึกที่ว่า ประเทศ ... มีจุดเด่นพิเศษอย่างนั้นจริงๆ"
กล่าวโดย Jay McInerney
แทนที่ [เขา] ด้วย "จูนิชิโร่ ทานิซากิ" นักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่น
แทนที่ ... ด้วย "ญี่ปุ่น"
จาก "ศาสดาเบสต์เซลเลอร์ ฮารูกิ มูราคามิ" หน้า 122 เขียนโดย 'ปราย พันแสง
Submitted by mk on 1 July, 2008 - 18:54
หลังจากอ่าน Sputnik Sweetheart จบไป เล่มถัดไปที่ยืมมาจากห้องสมุดคือ after the quake เหตุผลที่เลือกเหมือนเดิมคือเล่มเล็กดี
after the quake เป็นรวมเรื่องสั้น 6 เรื่อง เป็นเหตุการณ์หลังจากแผ่นดินไหวที่โกเบ ปี 1995 แต่ละเรื่องมีความเชื่อมโยงกันอย่างเดียวคือ ตัวละครทุกตัวไม่ได้อยู่ในโกเบ แต่มีอดีตอะไรสักอย่างเชื่อมโยงกับโกเบอยู่บ้าง (เช่น มีญาติพี่น้อง อดีตสามี อาศัยอยู่)
แต่ละเรื่องอ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่ายังไม่จบ และน่าจะไปคลี่คลายปมรวมกันในเรื่องสุดท้าย แต่พออ่านไปได้สักครึ่งหนึ่ง ก็เดาได้ว่าสไตล์ของมูราคามินี่ ไม่มีแน่นอน ทิ้งปมเอาไว้ให้คนอ่านไปจินตนาการต่อเอาเองว่าเรื่องจะไปทางไหนต่อ โครงของหลายเรื่องนำไปขยายเป็นนิยายเรื่องยาวได้เลย
หลายตอนก็ให้อารมณ์คล้ายงานชิ้นอื่นของมูราคามิ อย่าง Super-Frog Saves Tokyo จะเหมือนเรื่อง แดนฝันปลายขอบฟ้า (Hard-Boiled Wonderland and the End of the World) ที่ออกแฟนตาซี ส่วนเรื่อง Thailand จะคล้าย Sputnik Sweetheart ตรงมีสิ่งเหนือธรรมชาติเพิ่มเข้ามา
ที่ชอบคือเรื่องสุดท้าย Honey Pie ซึ่งเป็นเรื่องรักสามเส้าที่เขียนดีมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเรื่องหนึ่งเลย เขียนดีอย่างไรคงต้องไปอ่านกันเอง
Submitted by mk on 12 June, 2008 - 19:52
ผมเคยอ่านหนังสือของ Murakami มาแล้ว 4 เล่ม (ไตรภาคมุสิก และ Hard-Boiled Wonderland and the End of the World -- ดูในบล็อกเก่าๆ) ทั้งหมดที่เคยอ่านนั้นเป็นฉบับภาษาไทย
อ. มะนาว มาเชียร์หลายรอบว่าฉบับภาษาอังกฤษดีกว่า สำนวนเรียบง่ายไม่เทอะทะเหมือนฉบับแปลไทย พอช่วงนี้เริ่มว่าง ประกอบกับห้องสมุดมีให้ยืม เลยเอาเสียหน่อย
pittaya แนะนำ South of the Border, West of the Sun กับ Norwegian Wood ซึ่งผมดันหาเล่มแรกไม่เจอ (ไม่รู้ใครมาสอยไปตัดหน้ารึเปล่า) ส่วนเล่มหลังมันใหญ่ไปหน่อย เกรงใจ เลยได้ Sputnik Sweetheart ขนาดย่อมเยากว่ามาแทน
เนื้อเรื่องเป็นรักสามเส้าของเราสามคน ระหว่างพระเอกซึ่งเป็นคนเล่าเรื่อง สุมิเระ (Sumire) หญิงสาวที่อยากเป็นนักเขียน และมิอุ นักธุรกิจหญิงที่แก่กว่าสุมิเระเกือบ 20 ปี พระเอกชอบสุมิเระตามปกติ มีไม่ธรรมดานิดหน่อยตรงสุมิเระชอบมิอุ ถ้าใครเข้าใจว่าเป็นเลส ก็เข้าใจถูกต้องแล้ว
Pages