Harry Potter

  • หนังยาว 2.5 ชม. + โฆษณาก่อนฉาย 0.5 ชม. = ใช้เวลาในโรงไป 3 ชม.
  • เปิดมาเจอฉากตามเทรลเลอร์คือถล่ม Millennium Bridge คิดว่าจะมีสะพานอื่นโดนถล่มอีก แต่ก็มีเท่านี้แหละ
  • เฮอไมโอนีสุดยอด!!! อนาคตเธอจะโด่งดังตามรอย Keira Knightley
  • จินนีไม่สวยเลย แต่เอาเถอะ ตอนเลือกมาเล่นสมัยเด็กๆ มันคงมองลำบาก
  • แฮรีตัวบึ้กมาก นับวันยิ่งไม่เหมือนในต้นฉบับ
  • ความตื่นเต้นน้อยกว่าภาค 5 เล็กน้อยเพราะไม่ค่อยมีบทบู๊ เนื่องจากอ่านหนังสือมาหมดแล้วผมเลยรู้เรื่องหมด บอกไม่ได้ว่าบทดีหรือแย่ รู้สึกบ้างว่าหลายๆ ฉากมันรวบรัดไป แต่แค่นี้ก็ 2.5 ชม. แล้วนะ
  • แต่ด้วยธรรมชาติของหนังสือ-หนังที่ต่างกันมาก ฉบับหนังเลยตัดเรื่องหลายๆ ส่วนออกไป เช่น ประวัติชีวิตของ Tom Riddle เกือบทั้งหมด และรายละเอียดของ Horcrux แต่ละชิ้นด้วย
  • สิ่งที่เด่นที่สุดในเรื่องนี้คือการกำกับศิลป์ เทพมาก ฉากสวยๆ ที่นึกออกก็อย่างเช่น ตอนที่ดัมเบิลดอร์กับแฮรี่ยืนดูผาหน้าทะเล, ทุกฉากที่อยู่ในอ่าง Pensieve, ฉากเล่นควิชดิชภาคนี้ทำออกมาได้ดูเท่, ฉากรถไฟใต้ดินในตอนแรกเมื่อเริ่มเรื่อง
  • ฉากผู้เสพความตายบุกบ้านโพรงกระต่าย เป็นฉากที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันหนัง หนังสือไม่มี
  • ตอนแรกรู้สึกว่าศาสตราจารย์สลักฮอร์นไม่ค่อยเหมือนที่คิดไว้ แต่ยิ่งดูไป Jim Broadbent ยิ่งแสดงได้สุดยอด เข้าถึง วิธีคิดแบบสลักฮอร์นมันต้องแบบนี้ล่ะ!
  • ตกลงมันเกี่ยวกับเจ้าชายเลือดผสมตรงไหน?
  • หนังภาค 7 จะมีสองตอนนะ 7.1 กับ 7.2

Twilight เป็นนิยายเกี่ยวกับแวมไพร์วัยรุ่น นางเอกเป็นคนธรรมดา ส่วนพระเอกเป็นแวมไพร์ (สมัยใหม่เรียนไฮสกูล) ตอนนี้ออกมาแล้ว 4 เล่ม กำลังดังมากในอเมริกา ชนิดติดท็อปหนังสือขายดี Amazon อย่างยาวนาน ฉบับภาษาไทยมีแปลเรียบร้อย โปรโมทเยอะเช่นกัน แต่ผมไม่ได้อ่านนะ

แน่นอนว่าดังขนาดทำเป็นหนัง ผมได้ดูบนเครื่องบินและพบว่าไม่ค่อยรู้เรื่อง (ถ้าดูในโรงคงเสียดายเงิน) แต่หนังก็ขายได้เพราะมีฐานแฟนหนังสือ รวมถึงสาวๆ ที่เข้าไปดูเพราะบอกว่า "พระเอกหล่อ"

สรุปว่า Twilight ดัง ดังมาก และเนื่องด้วยความดังของ Twilight ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกเปรียบเทียบกับ Harry Potter ซึ่งผมก็สงสัยมานานแล้วว่าตกลง Twilight ดังขนาดไหนกันแน่

วันนี้มีคนเปรียบเทียบให้แล้ว จาก Nielsen นั่นเอง

The Tales of Beedle the Bard

The Tales of Beedle the Bard หรือ "นิทานของบีเดิลยอดกวี" เป็นหนังสือที่ถูกอ้างถึงใน Harry Potter and The Deathly Hallows และมีผลสำคัญต่อเนื้อเรื่อง ถึงแม้ว่า JK Rowling จะประกาศไม่เขียนภาคต่อของ Harry Potter ซีรีย์หลักแล้ว แต่เธอยังเขียนหนังสือประกอบเล่มอื่นๆ มาช่วยเติมเต็มจักรวาล ของ Harry Potter อยู่

Beedle the Bard - Thai Edition

สองเล่มก่อนหน้าคือ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ และ ควิดดิชในยุคต่างๆ ซึ่งเขียนออกมาในรูปสารานุกรมเพื่อการกุศล สำหรับเล่มที่สาม "นิทานของบีเดิลยอดกวี" ก็คล้ายๆ กันคือเป็นการกุศลแต่อยู่ในรูปนิทาน

จะว่าไปก็ไม่เชิงนิทานเสียทีเดียว เพราะนิทาน 5 เรื่องในเล่มจะมี "คำวิจารณ์วรรณกรรม" โดยอัลบัส ดัมเบิลดอร์ (ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือคำวิจารณ์วรรณกรรมจาก JK เอง แฝงมาในกรอบความคิดของดัมเบิลดอร์) ตามหลัง ซึ่งค่อนข้างเป็นคำวิจารณ์สำหรับผู้อ่านผู้ใหญ่ เด็กๆ ที่ซื้อมาอ่านเพื่อหวังจะเป็นนิทาน อาจจะไม่สนุกนัก

ตัวนิทานก็คล้ายๆ กับนิทานอีสป ตรงที่สั้นๆ ง่ายๆ แต่กลับไม่สนุกและประทับใจเท่าไรนัก คาดว่าคนส่วนมากคงซื้อหนังสือเล่มนี้ในฐานะหนังสืออีกเล่มหนึ่งในจักรวาล Harry Potter มากกว่าจะซื้อไว้อ่านเพื่อเป็นนิทาน และราคาเล่มละ 195 ก็ดูจะแพงไปพอสมควรสำหรับเนื้อหาภายในเล่ม

หมายเหตุ: หลังจากผมเข้าฟังพี่ป๊อก พูดเรื่องนิทานเด็กใน ReadCamp ก็พอจะทราบซึ้งการฟัง-เล่านิทานเด็กมากขึ้นเยอะ

หนังสือข้ามฟ้าข้ามทะเลมาจากเมืองไทย ใช้เวลาเกือบเดือน (นานจนเกือบคิดว่า parcel lost ไปเสียแล้ว)? ได้มาก็เกิดอาการอดใจไม่ไหวถึงแม้มีงานลนก้นอยู่อีกหลายชิ้น สุดท้ายต้องอ่านด้วย full speed เพื่อจะได้ปลดภาระทางใจไปทำอย่างอื่นต่อได้ ใช้เวลารวมประมาณ 6 ชั่วโมง

ด้วยความซับซ้อนของเนื้อหาในเล่มนี้ และเนื้อเรื่องโดยรวม อ่านจบก็งงๆ อยู่สองสามวัน เผอิญวันก่อนได้ถกประเด็นกับเว็บมาสเตอร์ชื่อดัง รวมถึงอ่านบทวิเคราะห์ใน Wikibooks ก็คิดว่าได้เวลาเขียนถึงเสียที

คำเตือน: อภิมหาโคตรสปอยล์

Platform 9¾

IMG_0059.JPG
I really really love the King Cross staffs who made this possible