GTD

นอนไปแล้ว คิดขึ้นมาได้เลยลุกขึ้นมาเขียนก่อนจะลืม

การจดโน้ตในปัจจุบัน (พบได้ตามห้องประชุมและมีตติ้งทั่วไป) แบ่งตามลักษณะได้ 3 แบบใหญ่ๆ

  1. พิมพ์เป็น text (e.g. plaintext, word processing, twitter)
  2. วาดเป็นรูป (e.g. tablet, mindmapping software)
  3. เขียน+วาด ลงสมุดโน้ต/กระดาษที่เอามาด้วย (หรือบนกระดาน)

หมายเหตุ: จะว่าให้ครบ มีข้อ 4 คืออัดเสียง แต่มันไม่ visual ต้องใช้กรอบคิดเรื่อง speech recognition + NLP + AI มาจับ ผมไม่รู้เรื่องสักอัน (แม้แต่น้อย) ก็ข้ามไป สนใจเฉพาะอันที่เป็น visual

ปัญหาของแต่ละแบบ เรียงตามเลขข้อ

  1. พิมพ์ยาก วาดรูปไม่ได้ โยงเส้นยาก
  2. process ยาก
  3. copy ไม่ได้ ต้อง digitize ก่อนเสมอ (เช่น scan, ถ่ายรูป)

เนื่องจากว่าไม่มีอันไหนสมบูรณ์แบบ สุดท้ายแล้วทุกคนจะพกสมุดโน้ต + laptop/pda

คิดว่าแนวทาง (2) น่าจะอนาคตไกลที่สุด คือ mimic ประสบการณ์แบบเดียวกับการเขียนลงกระดาษ (ซึ่งปัจจุบันทำได้แล้ว ถ้าใช้กรณีของ tablet) แต่ตัดขั้นตอนการ digitize ออกไป ช่วยลดเวลา+ความยุ่งยากไปมาก

ปัญหาที่ต้องเผชิญ

  1. device ยังราคาแพงเกินไป + ปัญหาเทคนิคพวกจออ่านยาก ไม่สว่าง เป็นรอยง่าย etc. แก้ได้ด้วย technology breakthrough ทางด้านการผลิต และ technology adoption lifecycle สรุปว่าแก้ไม่ยาก มันมีหนทางของมันอยู่แล้ว
  2. digitize ได้ แต่เอาข้อมูลที่ได้มา มาดัดแปลง ต่อยอด หรือนำไปใช้ต่อ (เช่น วาดใหม่ วาดต่อ แก้ไข นำไปแปลงเป็น mindmap นำไปแปลงเป็น flowchart แปลงเป็นตาราง) ยาก ตัวอย่างที่พอไหวตอนนี้คือ OCR แต่ชีวิตปกติคงไม่ค่อยมีใครใช้กัน อันนี้แก้ยาก คิดว่าต้องคิดนอกกรอบมากๆๆๆๆ อาจจะต้องถึงขนาดปา WIMP paradigm ทิ้ง แล้วใช้ interfacing paradigm ใหม่ที่มันเหมาะกับการนำข้อมูลไปใช้ต่อมากกว่า ยังคิดต่อไม่ออก

ตกข่าว Chandler 1.0 ออก (ออกมาตั้งแต่สิงหาโน่น) พอเจอเข้าเลยหามาลองเล่นเสียหน่อย

Chandler เป็นโครงการ Outlook-killer ของ Mitch Kapor คนทำ Lotus 1-2-3 ซึ่งใช้เวลาทำนานมากตั้งแต่ปี 2002 แต่กว่าจะออก 1.0 ได้ก็ปี 2008 ถึงขนาดมีคนเขียนหนังสือเรื่อง software engineering ของ Chandler ขายได้เล่มนึงเลย

เมื่อต้นปี Kapor เลิกทำ เลิกให้เงิน ส่วน Chandler ยังดำเนินการต่อจนออก 1.0 ได้ แต่กลายพันธุ์มาเป็นโปรแกรมแนว GTD แทนเสียแล้ว

ผมไม่เคยใช้โปรแกรมจำพวก GTD นี้เลย เนื่องจากว่ายังไม่มีอันไหนเข้าตาแม้แต่น้อย (ลองใช้ Remember the Milk แล้วก็ไม่เวิร์ค) ส่วนมากปัญหาจะอยู่ที่ตัวโปรแกรมพยายามยัดฟีเจอร์มาเยอะเกินไปจนรก แถมเป็นฟีเจอร์ที่ชาวบ้านไม่ใช้ แต่ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมี (อย่างเช่น natural language parser ของ RTM) กลับไม่มีเสียอย่างนั้น ตอนนี้ก็ใช้วิธีจำเอาว่าต้องทำอะไร จำได้บ้างลืมบ้างแล้วแต่โอกาส

เนื่องจากว่าติดตาม Chandler มานาน ในใจเลยแอบหวังลึกๆ (แบบลมๆ แล้งๆ) ว่ามันจะเป็นคำตอบสำหรับทุกสิ่ง

แต่ปรากฎว่า ดาวน์โหลดมาปั๊บ ติดตั้งปุ๊บ เปิดโปรแกรมมาพบกับหน้าตาแบบนี้ (Chandler มี demo task มาให้เยอะมาก น้อยกว่าในภาพนิดนึง) ผมก็งงอยู่สักครู่ ลองจิ้มไปจิ้มมาอีกสักหน่อย แล้วลบทิ้งทันที ใช้ไม่เป็นจริงๆ ไม่รู้จะเริ่มยังไง

อ่านรีวิวของเมืองนอกดู ความเห็นก็ไปในทางเดียวกัน ว่าแนวคิดดี แต่ implementation ไม่ดี

รีวิวของ CNET แนะนำ Evernote ดูดีมาก แต่ลองแล้วมันเป็น note management อย่างเดียว (เหมือน Google Notebook มากกว่า) ไม่ตรงกับที่ต้องการ

สรุปว่าก็ตามหา Ideal GTD กันต่อไปเช่นเดิม

I saw @gumara used it a while ago and then I saw @sugree used it few days ago. It's time to try but what I found is Remember The Milk (RTM) sucks!

The crucial thing for any given GTD apps is it must be anywhere but invisible. "Be anywhere" means you can access it anytime you have something popup in your head. "Invisible" means its operation (to add/remind task) must be less obstruction for you as possible. I blogged about this in Notification Console

RTM follows this approach by trying to be anywhere and it does quite well. You can access RTM via web, mobile, email, IM, twitter and so on. But RTM fails to be intuitive (read 'un-obstructive') to use. In other words, RTM has good concept in mind but its implementation sucks.