Gnome

GNOME mockup

ที่เห็นเป็นแค่ mockup จากงาน GNOME hackfest ที่บอสตัน (ต้นฉบับพร้อมภาพไอเดียอื่นๆ) เจอมาจากบล็อกของ Mark Shuttleworth

ไอเดียของเขาคือ

  • ตัดการเรียกโปรแกรมผ่านเมนูออกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้ Sidebar (ด้านซ้าย) แทน
  • เมนูมุมซ้ายบนจะเปลี่ยนเป็นปุ่ม Activities (หน้าที่คล้ายปุ่ม Start) เมื่อกดแล้วจะแสดง
    • Sidebar
    • Task switching แบบเดียวกับ Expose (เลิกใช้ Taskbar)
  • กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้ใช้ เช่น เปลี่ยนสถานะ IM จะมารวมอยู่ใน Action menu มุมขวาบน ซึ่งจะเห็นเป็นชื่อผู้ใช้
  • รวมวิธีการ notifying ให้เป็นแบบเดียวกัน แล้วแสดงผ่าน notification area ตำแหน่งเดิม

กล่าวโดยสรุป เขาพยายามจะสร้าง desktop paradigm ที่เป็น task-based และ event-based นั่นเอง แทนที่จะเป็น application-based อย่างที่ใช้กันอยู่ปัจจุบัน ผู้สนใจด้าน usability แนะนำให้อ่าน

เหตุผลไม่ใช่อะไร คือนานๆ ทีจะเจอ mockup ที่มันตั้งใจทำสวยๆ เลยตื่นเต้นนิดหน่อย

Shutdown Story

จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องปุ่ม Shutdown ของ Vista ไปแล้ว (แต่ขี้เกียจหา) ไม่เป็นไรมีเรื่องให้ต้องเขียนใหม่

ถ้าใครเคยใช้ ปุ่ม Shutdown ของ Vista มันจะงงๆ รกๆ ผมคงเขียนได้ไม่ดีเท่า Joel on Software ตามไปอ่านกันเองละกัน บล็อกอันนี้ดังมาก ทำไมโครซอฟท์เสียหน้าไปหลายอยู่

ที่สนุกคือมีคนของไมโครซอฟท์ที่เป็นคน implement ฟังก์ชันการปิดเครื่องนี้ อ่านบล็อกของ Joel แล้วมาเล่าประวัติการทำงานในตอนนั้น (ตอนนี้แกไปอยู่กูเกิล) บล็อกอันนี้ทำให้รู้ว่าระบบการจัดการทีมพัฒนาใน Vista มันห่วยแตกสุดๆ ไม่น่าแปลกใจที่ใช้เวลา 5 ปี และน่าแปลกใจที่สุดท้ายออกได้สำเร็จด้วยซ้ำ

สนุกขึ้นไปอีกตรงที่มีคนจากแอปเปิลอ่านสองบล็อกข้างต้น แล้วก็เขียนเล่าประวัติการออกแบบวิธีปิดเครื่องของ OS X กับเค้าด้วย เค้าบอกว่าตัวเองเสียใจที่ไม่ยอมเถียง เลยทำให้ในเมนูของ OS X มีคำสั่ง restart ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ (กดปิดแล้วเปิดใหม่ก็ค่าเท่ากัน) และก็ดีใจที่ระดับบริหารไม่ลงมายุ่งกับการเปิด/ปิด iPod ไม่งั้นคงวุ่นกว่านี้ สุดท้ายสรุปด้วยว่าถึงโพรเซสของแอปเปิลจะดีกว่า แต่ก็ไม่ perfect หรอก

มีวินโดวส์ก็แล้ว มีแมคก็ด้วย จะขาดลินุกซ์ไปได้อย่างไร

Miguel De Icaza เซเล็บคนโปรดของผมเขียนเรื่องการสลับที่ช่อง search ใน Start Menu อันใหม่ของ SLED 10 SP1 ซึ่งเหตุผลก็คือเค้าทดสอบทาง usability แล้วแบบนี้เวิร์คกว่า (ลิงก์ทั้งหมดในนี้ก็มาจากบล็อกของ Miguel)

อ่านเรื่องที่มาที่ไปของสิ่งที่เราใช้อยู่ทุกวันแล้วสนุกดี รู้สึกแบบเดียวกับตอนอ่าน Revolution in the Valley

GUADEC in Thailand?

คราวก่อนเคยเขียนไปว่า มีคนเสนอจัด Debconf (งานของ Debian) ที่เมืองไทย

ตอนนี้เริ่มมีเสียงจากงาน GUADEC (งานของ Gnome) มาบ้างเหมือนกันว่า น่าจะจัดเอเชียหรืออาฟริกาบ้าง (เพราะยุโรปมันแพง)

พี่เทพสนใจจัดควบ 2 งานเลยมั้ย?

ป.ล. มีคนวิเคราะห์ปัญหาความใหญ่ของ libgnomeui เวลาโหลดโปรแกรมลงแรม ไม่น่าเชื่อว่ามันจะลดลงได้เยอะขนาดนี้ (ตอน1, ตอน2)

Project Ridley Update

ถ้าใครอัพเดต Gnome ด้วยเครื่องมือจัดการแพกเกจต่างๆ จะเห็นว่ามันมี dependency เต็มไปหมด โดยเฉพาะพวกชื่อแปลกๆ อย่าง libgnome, libgnomeui, libegg, libeel อะไรพวกนี้ ทางทีมพัฒนาเค้าก็รู้ปัญหาเหล่านี้ และพยายามจะเอาความสามารถของมันไปรวมใน GTK+ ให้หมด จะได้ตัด dependency พวกนี้ทิ้งไป โครงการนี้ชื่อ Project Ridley

Project Ridley เริ่มมาตั้งนานแล้วแต่ดูยังไม่ค่อยคืบ มาวันนี้เจอบล็อกของ Kristian Rietveld ปรากฎว่าคืบหน้าไปมาก และผลลัพธ์จะไปตกอยู่ใน GTK+ 2.10 (May 06) เยอะเลย

อ่านสไลด์ในบล็อกข้างต้น (ตัวบล็อกจะอัพเดตกว่าสไลด์) บอกว่า GTK+ 2.10 จะมี Mac OSX backend แล้ว นั่นหมายความว่าจะสามารถเอา Gimp มารันได้โดยตรงไม่ต้องผ่าน X11 (เย่)

GNOME 2.4

จุดเด่นหนึ่งของลินิกซ์ในด้านเดสก์ทอป คือ เราสามารถเลือกใช้ระบบจัดการเดสก์ทอป (บนลินิกซ์เรียกว่า Desktop Environment) ที่ชอบได้อย่างอิสระ เนื่องจากว่า ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (ในที่นี้ก็คือ Desktop Environment) กับ ตัวระบบปฏิบัติการ (ตัวเคอร์เนลลินิกซ์) นั้นแยกจากกันโดยสถาปัตยกรรมอยู่แล้ว ต่างจากวินโดว์หรือแมคอินทอช ที่ทั้งสองส่วนนี้ผูกติดกันไว้ ระบบเดสก์ทอปดังๆ บนลินิกซ์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีอยู่ 2 ตัว คือ KDE (Kool Desktop Environment) กับ GNOME (Gnu Network Object Model Environment)



แรกเริ่มเดิมทีนั้น โครงการ KDE เกิดขึ้นก่อน โดยมีพื้นฐานมาจากไลบรารี Qt ของบริษัท Troll Tech ประเทศนอรเวย์ แต่ลิขสิทธิ์ของ Qt ในเวอร์ชันแรกๆ นั้นไม่ได้เป็นโอเพ่นซอร์ส (แต่ตัว KDE เอง นั้นโอเพ่นซอร์สตั้งแต่แรกนะครับ) เพราะบริษัท Troll Tech นั้นหวังจะหารายได้จากค่าลิขสิทธิ์ส่วนนี้ด้วย ทำให้มีนักพัฒนาบางส่วนที่ต้องการสิ่งที่เป็นโอเพ่นซอร์สจริงๆ จึงได้พัฒนา GNOME ขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในภายหลัง บริษัท Troll Tech ได้เปลี่ยนแปลงลิขสิทธิ์ของ Qt ให้เหมาะสมกับโอเพ่นซอร์สมากขึ้น แต่นักพัฒนาของทั้งโครงการ GNOME และ KDE ก็ยังพัฒนางานของตัวเองต่อไปเช่นเดิม โดยไม่มีแนวโน้มว่า ทั้งคู่จะรวมตัวกันได้ หรือตัวใดตัวหนึ่งจะเสื่อมความนิยมลงจนเลิกไป เวอร์ชันล่าสุด KDE คือ 3.1 ส่วน GNOME นั้นเพิ่งจะออกเวอร์ชันล่าสุดคือ 2.4 มาเมื่อเดือนที่แล้ว คงต้องใช้เวลาอีกซักพักที่ลินิกซ์ยี่ห้อต่างๆ จะนำไปใช้งาน วันนี้เราจะมาดูกันว่า มีอะไรใหม่บ้างใน GNOME 2.4 ครับ


gnome24about



GNOME Human Interface Guideline

ชื่อเต็มๆ ของ GNOME 2.4 คือ GNOME 2.4 Desktop & Development Platform ที่มีคำว่า Platform อยู่ในชื่อด้วย หมายความว่า GNOME นั้นเป็นระบบที่สมบูรณ์สำหรับการทำงานบนเดสก์ทอป ไม่ใช่มีแต่ตัวจัดการเดสก์ทอปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโปรแกรมต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งานทั่วๆ ไปบนเดสก์ทอปมาให้ด้วย เช่น เว็บบราวเซอร์ หรือ โปรแกรมจดบันทึกแบบโน้ตแพด สิ่งที่เป็นฟีเจอร์หลักๆ ของ GNOME 2.4 เลยคือหน้าตาโดยภาพรวมของมันนั้น “เป็นมิตร” กับผู้ใช้มากขึ้น เดิมทีนั้นอินเทอร์เฟซของโปรแกรมต่างๆ บน GNOME มักจะมั่วๆ โปรแกรมใครโปรแกรมมัน จุดที่ใช้ตั้งค่าโปรแกรมนั้นก็แล้วแต่ผู้เขียนโปรแกรมจะกำหนดให้อยู่ที่ไหน ทำให้เรามักจะเกิดอาการหาฟีเจอร์บางอย่างไม่เจออยู่เสมอ ในเวอร์ชัน 2.4 นี้โปรแกรมต่างๆ ได้ถูกจัดระเบียบเสียใหม่ ให้มีหน้าตาสม่ำเสมอขึ้น โดยอิงจากมาตรฐาน GNOME Human Interface Guideline (HIG) ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัทซันไมโครซิสเต็ม เพื่อให้อินเทอร์เฟซของ GNOME ดูดีและใช้งานง่าย แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษสำหรับผู้พิการ เช่น คีย์บอร์ดบนหน้าจอ หรือแว่นขยายหน้าจอ แบบเดียวกับของวินโดว์



ไอคอนแบบ SVG

คุณสมบัติใหม่อีกอย่างหนึ่งของ 2.4 คือ ไอคอนบนเดสก์ทอป เปลี่ยนมาใช้ไฟล์แบบ SVG (Scalable Vector Graphic) จากที่เคยใช้เป็น PNG ไฟล์ SVG นั้นเป็นการเก็บข้อมูลภาพเป็นแบบเวคเตอร์แทนที่จะเป็นบิทแมปเหมือนกับ GIF หรือ PNG ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่าเรามีสี่เหลี่ยมอยู่หนึ่งภาพ ถ้าเก็บภาพนี้เป็นบิทแมป เราจะเก็บข้อมูลสีจุดต่อจุดจนครบทุกจุดที่ต่อกันเป็นรูป แต่ถ้าเป็นเวคเตอร์นั้น เราจะเก็บเป็นสมการว่า สี่เหลี่ยมเกิดจากเส้นสี่เส้น ลากจากจุดนี้ไปยังจุดอื่นๆ เมื่อทำการแสดงผลบนจอภาพ ภาพแบบ SVG นั้นจะถูกคำนวณแล้ววาดลงหน้าจอใหม่ทุกครั้ง ทำให้ความคมชัดของภาพนั้นจะคงเดิม ไม่ว่าภาพจะถูกย่อหรือขยาย แต่ถ้าเป็นบิทแมปนั้นเราจะเห็นภาพแตกเป็นเม็ดๆ แทน ไฟล์ SVG นั้นเก็บข้อมูลแบบ XML และเป็นมาตรฐานของ W3C


gnome24about



เว็บบราวเซอร์ Epiphany

อีกอย่างหนึ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดคือ โปรแกรมใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันนี้ ปกติแล้วลินิกซ์เกือบทุกค่ายเลือกใช้เว็บบราวเซอร์ Mozilla แต่ว่า Mozilla นั้นพัฒนาขึ้นมาจากไลบรารี XPFE ของตัวเอง ส่วนโปรแกรมต่างๆของ GNOME ใช้ไลบรารี GTK+ ทำให้ยากต่อการปรับแต่งให้หน้าตาของโปรแกรมนั้นเป็นแนวทางเดียวกัน เลยมีความพยายามที่จะนำเอาเอ็นจินแสดงผลเว็บเพจ Gecko ของ Mozilla มาใช้กับ GTK+ และผลของความพยายามนี้คือ เว็บบราวเซอร์อย่างเป็นทางการของ GNOME ชื่อ Epiphany ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ เหมือนกับ Mozilla เช่น แท็บ หรือตัวจัดการคุกกี้ แถมยังใช้งานง่ายและเข้ากับโปรแกรมอื่นๆ ของ GNOME ได้



ฟีเจอร์อื่นๆ

ในวินโดว์เวอร์ชันหลังๆ เราสามารถจะเล่นไฟล์เพลง หรือวิดีโอจากตัว Explorer ได้โดยตรงโดยไม่ต้องมีโปรแกรมช่วย บน GNOME 2.4 นั้นมีการพัฒนาในส่วนนี้เช่นกัน หัวใจหลักอยู่ที่ระบบ Gstreamer ที่สนับสนุนให้เล่นไฟล์มัลติมีเดียนานาชนิดผ่าน File Manager ของ GNOME ที่ชื่อว่า Nautilus ตัว Nautilus เองในเวอร์ชันใหม่นี้ได้เพิ่มฟีเจอร์การเขียนแผ่นซีดีในตัว โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม คุณสมบัติใหม่ที่สำคัญอีกอย่างคือ GNOME 2.4 ได้เพิ่มการแสดงผลภาษาต่างๆ อีกมากผ่านระบบแสดงภาษาชื่อ Pango ทำให้เราสามารถแสดงตัวอักษรหลายภาษา เช่น ไทย กับ ญี่ปุ่น ได้ในหน้าจอเดียวกัน แถมยังแสดงภาษาตระกูลฮีบรูว์ที่อ่านจากขวามาซ้ายได้อีกด้วย