Globalization

On Reformation

จากมติชน สวน"อานันท์"ไม่ปฏิรูปบนซากศพ เวทีคู่ขนานที่เชียงใหม่ ฟันธงโครงสร้างเก่าไม่เปลี่ยน ครอบงำ 3 เรื่องใหญ่

นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถานำเวทีคู่ขนานปฏิรูปประเทศไทย" เสียงที่ไม่ได้พูด/สิ่งที่พูดไม่ได้ ในการปฏิรูปประเทศไทย" ณ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยกลุ่มจับตาเคลื่อนไหวประชาสังคมไทยและเครือข่าย ว่า ได้รับเชิญให้มาปาฐกถานำด้วยเหตุผลที่ว่าผู้สูงอายุคนอื่นไปปฏิรูปประเทศกันหมดแล้ว และเมื่อเห็นว่าเป็นเวทีคู่ขนานกับระดับชาติก็เลยคิดที่จะพูดปัญหาเรื่องสังคมการเมืองที่ผ่านมา โดยมีข้อสังเกตว่าคำว่าสองมาตรฐานกลายเป็นคำที่ใช้อยู่ตลอด และคำว่าไพร่ที่ไม่น่าติดตาม จนกระทั่งกลุ่มเสื้อแดงประท้วง และคำว่าไพร่น่าจะตกเวทีกลับถูกนำมาใช้ สินค้าที่มีคำว่าไพร่ขายดีมาก ซึ่งน่าแปลก แสดงถึงนัยยะอะไรหลายอย่างต่อการเมืองปัจจุบัน

Analytic Culture via Football

เมื่อสักครู่ผมเดินไปซื้อชาเย็นจากรถเข็นข้างถนน 15 บาท ระหว่างรอคนขายชงชา ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างคนขายกับลูกค้าประจำที่นั่งอยู่แถวนั้น ข้อความอาจไม่ตรงนักแต่ใจความประมาณนี้

"แมนยูน่าจะป้องกันแชมป์ได้ทั้งสองอันที่เหลืออยู่"<br/> "พรีเมียร์ลีกน่ะได้ชัวร์อยู่แล้ว แต่แชมเปี้ยนส์ลีกนี่ 50:50 นะ"<br/> "ถ้าอาร์เซนอลไม่ยอมซื้อตัวเก่งๆ ซื้อแต่เด็ก ก็อีกนานกว่าจะกลับมายิ่งใหญ่อีก"

ฯลฯ

ผมยืนฟังเงียบๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจรู้สึกว่ามันเป็นการวิเคราะห์ที่เป็นเรื่องเป็นราวมาก!

ผมไม่คิดว่าบทสนทนาในลักษณะนี้จะอยู่แต่เฉพาะรถเข็นขายชาเย็นข้างถนนเท่านั้น เราจะพบบทสนทนาแบบเดียวกันนี้ทั่วไปตามวินมอเตอร์ไซด์ ในแท็กซี่ คนขายของในซูเปอร์มาร์เก็ต ยาม ฯลฯ นี่ยังไม่รวมอาชีพชนชั้นกลางอีกมากที่ผมจงใจละเอาไว้ ไม่แน่ว่าเราอาจเดินผ่านคนกวาดขยะที่กินข้าวพักเที่ยง หรือเกษตรกรที่กำลังดำนาไปคุยกันไป แล้วได้ยินบทสนทนาว่า

"บาร์ซาจะเป็นแชมป์หรือเปล่า"<br/> "ถ้าจับเมสซีดีๆ แล้วกันลูกกลางอากาศในแน่นๆ ก็เสร็จผี"

What's Happening in Pai

Sushi in Pai

ซูชิ

ทุนนิยมโลกาภิวัตน์

‘โลกาภิวัตน์’ เหมือนกัน เราตาย

เป็นบทความเก่าปี 2548 โดยประชาไทถอดจากคำสัมมนาของ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสร็จ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บอกได้เลยว่าบทความนี้ดีมากทั้งในแง่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และกลวิธีการเล่าเรื่อง อ. ณรงค์ใช้ภาษาเรียบง่าย และการยกตัวอย่างที่เห็นได้ในชีวิตจริง มาอธิบายปรากฎการณ์โลกาภิวัฒน์ (ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือ โลกาภิวัฒน์โดยโลกทุนนิยมตะวันตก) ได้อย่างชัดแจ้งมากๆ

โดยส่วนตัวยังไม่เคยเจอบทความทางเศรษฐศาสตร์ที่อธิบายได้เข้าใจง่ายขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักอ้างทฤษฎีหรูหราเกินความเข้าใจชาวบ้าน แต่บทความนี้ต่างออกไป (ต้องออกตัวว่าผมไม่เห็นด้วยในทางเศรษฐศาสตร์หลายประเด็น แต่แค่กลวิธีการเล่าเรื่องก็ได้คะแนนเต็มจากผมแล้ว)

อย่างไรก็ตาม ต้องวิจารณ์ว่าฐานคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมของ อ.​ ณรงค์กลับเบามาก คืออิงอยู่บนแนวคิดที่ว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคือการไม่ทิ้งขยะ ไม่ตัดไม้ ไม่สร้างเขื่อน ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น มันซับซ้อนและมีลักษณะเป็น myth (คือพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนว่าถูกหรือไม่) เหมือนกับเศรษฐศาสตร์นั่นล่ะ

Tokyo, Seoul, Beijing, Where's Next?

ได้ไอเดียมาจาก คอมเมนต์ของคุณ zneb ในจดหมายข่าวของ Siam Intelligence ฉบับที่ 3 (หมายเหตุ: ผมไปเขียนจดหมายข่าวกับเขาด้วย คงไม่ต้องบอกว่าส่วนไหน)

ถ้าเราย้อนดูประวัติการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก (Wikipedia) ถ้าเอาเฉพาะเอเชีย (ซึ่งจริงๆ ก็คือประเทศกำลังพัฒนาไม่นับเม็กซิโกปี 1968)

  • โตเกียว 1964
  • โซล 1988
  • ปักกิ่ง 2008

จะเห็นว่าสล็อตเวลาห่างกันประมาณ 20 ปี และสำหรับเคสของญี่ปุ่น+เกาหลี ก็เป็นการจัดโอลิมปิกหลังประเทศฟื้นตัวจากสงคราม (สงครามโลกครั้งที่สองจบ 1945 สงครามเกาหลีจบ 1953) ถือเป็นการเปิดตัวประเทศยุคใหม่ต่อสังคมโลกแบบกลายๆ (แน่นอนว่าคงมีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น สหรัฐแบ็คอัพให้จัด แต่คงละไปในที่นี้) ส่วนจีนเราคงรู้กันดีว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจีนยุคใหม่ที่กำลังจะผงาด

คำถามคือถ้าเราใช้การจัดโอลิมปิกเป็นสัญญาณบ่งชี้ ประเทศกำลังพัฒนาประเทศถัดไปที่จะเป็นเจ้าภาพในอนาคต น่าจะเป็นประเทศอะไร?

ผมคิดว่าน่าจะเป็นอินเดีย ลองคุยกับผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งก็เห็นตรงกัน

Pages

Subscribe to RSS - Globalization