Submitted by mk on 17 October, 2010 - 23:55
จากมติชน สวน"อานันท์"ไม่ปฏิรูปบนซากศพ เวทีคู่ขนานที่เชียงใหม่ ฟันธงโครงสร้างเก่าไม่เปลี่ยน ครอบงำ 3 เรื่องใหญ่
นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถานำเวทีคู่ขนานปฏิรูปประเทศไทย" เสียงที่ไม่ได้พูด/สิ่งที่พูดไม่ได้ ในการปฏิรูปประเทศไทย" ณ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยกลุ่มจับตาเคลื่อนไหวประชาสังคมไทยและเครือข่าย ว่า ได้รับเชิญให้มาปาฐกถานำด้วยเหตุผลที่ว่าผู้สูงอายุคนอื่นไปปฏิรูปประเทศกันหมดแล้ว และเมื่อเห็นว่าเป็นเวทีคู่ขนานกับระดับชาติก็เลยคิดที่จะพูดปัญหาเรื่องสังคมการเมืองที่ผ่านมา โดยมีข้อสังเกตว่าคำว่าสองมาตรฐานกลายเป็นคำที่ใช้อยู่ตลอด และคำว่าไพร่ที่ไม่น่าติดตาม จนกระทั่งกลุ่มเสื้อแดงประท้วง และคำว่าไพร่น่าจะตกเวทีกลับถูกนำมาใช้ สินค้าที่มีคำว่าไพร่ขายดีมาก ซึ่งน่าแปลก แสดงถึงนัยยะอะไรหลายอย่างต่อการเมืองปัจจุบัน
Submitted by mk on 11 May, 2009 - 13:19
เมื่อสักครู่ผมเดินไปซื้อชาเย็นจากรถเข็นข้างถนน 15 บาท ระหว่างรอคนขายชงชา ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างคนขายกับลูกค้าประจำที่นั่งอยู่แถวนั้น ข้อความอาจไม่ตรงนักแต่ใจความประมาณนี้
"แมนยูน่าจะป้องกันแชมป์ได้ทั้งสองอันที่เหลืออยู่"<br/>
"พรีเมียร์ลีกน่ะได้ชัวร์อยู่แล้ว แต่แชมเปี้ยนส์ลีกนี่ 50:50 นะ"<br/>
"ถ้าอาร์เซนอลไม่ยอมซื้อตัวเก่งๆ ซื้อแต่เด็ก ก็อีกนานกว่าจะกลับมายิ่งใหญ่อีก"
ฯลฯ
ผมยืนฟังเงียบๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจรู้สึกว่ามันเป็นการวิเคราะห์ที่เป็นเรื่องเป็นราวมาก!
ผมไม่คิดว่าบทสนทนาในลักษณะนี้จะอยู่แต่เฉพาะรถเข็นขายชาเย็นข้างถนนเท่านั้น เราจะพบบทสนทนาแบบเดียวกันนี้ทั่วไปตามวินมอเตอร์ไซด์ ในแท็กซี่ คนขายของในซูเปอร์มาร์เก็ต ยาม ฯลฯ นี่ยังไม่รวมอาชีพชนชั้นกลางอีกมากที่ผมจงใจละเอาไว้ ไม่แน่ว่าเราอาจเดินผ่านคนกวาดขยะที่กินข้าวพักเที่ยง หรือเกษตรกรที่กำลังดำนาไปคุยกันไป แล้วได้ยินบทสนทนาว่า
"บาร์ซาจะเป็นแชมป์หรือเปล่า"<br/>
"ถ้าจับเมสซีดีๆ แล้วกันลูกกลางอากาศในแน่นๆ ก็เสร็จผี"
Submitted by mk on 28 November, 2008 - 08:54
ซูชิ
Submitted by mk on 21 August, 2008 - 15:52
‘โลกาภิวัตน์’ เหมือนกัน เราตาย
เป็นบทความเก่าปี 2548 โดยประชาไทถอดจากคำสัมมนาของ รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสร็จ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บอกได้เลยว่าบทความนี้ดีมากทั้งในแง่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และกลวิธีการเล่าเรื่อง อ. ณรงค์ใช้ภาษาเรียบง่าย และการยกตัวอย่างที่เห็นได้ในชีวิตจริง มาอธิบายปรากฎการณ์โลกาภิวัฒน์ (ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือ โลกาภิวัฒน์โดยโลกทุนนิยมตะวันตก) ได้อย่างชัดแจ้งมากๆ
โดยส่วนตัวยังไม่เคยเจอบทความทางเศรษฐศาสตร์ที่อธิบายได้เข้าใจง่ายขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักอ้างทฤษฎีหรูหราเกินความเข้าใจชาวบ้าน แต่บทความนี้ต่างออกไป (ต้องออกตัวว่าผมไม่เห็นด้วยในทางเศรษฐศาสตร์หลายประเด็น แต่แค่กลวิธีการเล่าเรื่องก็ได้คะแนนเต็มจากผมแล้ว)
อย่างไรก็ตาม ต้องวิจารณ์ว่าฐานคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมของ อ. ณรงค์กลับเบามาก คืออิงอยู่บนแนวคิดที่ว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคือการไม่ทิ้งขยะ ไม่ตัดไม้ ไม่สร้างเขื่อน ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น มันซับซ้อนและมีลักษณะเป็น myth (คือพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนว่าถูกหรือไม่) เหมือนกับเศรษฐศาสตร์นั่นล่ะ
Submitted by mk on 9 August, 2008 - 02:25
ได้ไอเดียมาจาก คอมเมนต์ของคุณ zneb ในจดหมายข่าวของ Siam Intelligence ฉบับที่ 3 (หมายเหตุ: ผมไปเขียนจดหมายข่าวกับเขาด้วย คงไม่ต้องบอกว่าส่วนไหน)
ถ้าเราย้อนดูประวัติการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก (Wikipedia) ถ้าเอาเฉพาะเอเชีย (ซึ่งจริงๆ ก็คือประเทศกำลังพัฒนาไม่นับเม็กซิโกปี 1968)
- โตเกียว 1964
- โซล 1988
- ปักกิ่ง 2008
จะเห็นว่าสล็อตเวลาห่างกันประมาณ 20 ปี และสำหรับเคสของญี่ปุ่น+เกาหลี ก็เป็นการจัดโอลิมปิกหลังประเทศฟื้นตัวจากสงคราม (สงครามโลกครั้งที่สองจบ 1945 สงครามเกาหลีจบ 1953) ถือเป็นการเปิดตัวประเทศยุคใหม่ต่อสังคมโลกแบบกลายๆ (แน่นอนว่าคงมีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น สหรัฐแบ็คอัพให้จัด แต่คงละไปในที่นี้) ส่วนจีนเราคงรู้กันดีว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจีนยุคใหม่ที่กำลังจะผงาด
คำถามคือถ้าเราใช้การจัดโอลิมปิกเป็นสัญญาณบ่งชี้ ประเทศกำลังพัฒนาประเทศถัดไปที่จะเป็นเจ้าภาพในอนาคต น่าจะเป็นประเทศอะไร?
ผมคิดว่าน่าจะเป็นอินเดีย ลองคุยกับผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งก็เห็นตรงกัน
Pages