GameCube

(ความเดิม)

ตัดสินใจเล่น Ocarina of Time ก่อน เพราะกลัวว่าถ้าเล่น Wind Waker แล้วจะไม่อยากกลับมาเล่น Ocarina ทีหลัง เชื่อว่าสองเกมนี้ต้องกินเวลาเยอะมากแน่ๆ อาจเล่นจบปลายปีอะไรทำนองนี้

เล่นมาได้ 4-5 ชม. พอสรุปความรู้สึกได้ดังนี้

  • กราฟิก: เป็นเกมปี 98 แถมเวอร์ชัน GC ที่เล่นไม่ใช่รีเมค เป็นการรันบนอีมูเลเตอร์โดยตรง ดีกรีของภาพใกล้เคียงกับ FFVII คือยังเหลี่ยมๆ อยู่มาก (แถมส่วนที่เป็น pre-render นั้น FFVII ยังสวยกว่าเยอะ เข้าใจว่าเป็นเพราะข้อจำกัดของตลับ N64) พอมาเล่นในปี 2007 ก็รู้สึกว่ามันเก่าไปหน่อย อันนี้เป็นข้อจำกัดที่ไม่มีทางเลือก
  • ระบบการเล่น: ถ้าใครเคยเล่น Zelda ภาค 2D มาก่อนแล้วมาเล่นภาคนี้ซึ่งเป็น 3D ภาคแรก จะรู้สึกว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลงตัวมาก คือยังให้อารมณ์เหมือนเดิมทุกอย่างแต่ย้ายมาเป็น 3D เท่านั้นเอง เรายังวิ่งฟันกอหญ้า ยกไห จับไก่ ได้เหมือนเดิม แต่เพิ่มการเคลื่อนไหวใหม่ๆ เข้ามาอีกเยอะ ข้อเสียที่ผมนึกออกคือปุ่มมันเยอะไปนิดนึง กับมุมกล้องบางทีดูยาก (แต่เราสามารถสลับมุมกล้องได้เอง เพียงแต่มุมกล้องอัตโนมัติบางทีมันไม่ค่อยฉลาด) แต่โดยภาพรวมถือว่าเยี่ยม ถ้าคิดว่าเล่นเกมนี้ในยุคที่เพิ่งเริ่ม 3D ใหม่ๆ คงรู้สึกว่าอลังการมาก
  • เนื้อเรื่อง: ก็เหมือน Zelda ทุกภาค มีจอมมารต้องการครอบครองอาณาจักร Hyrule พระเอกอย่าง Link ก็ต้องช่วยเจ้าหญิง Zelda ในการต่อสู้กับจอมมาร Ocarina of Time วางตัวไว้เป็นภาคแรกสุดของ Zelda Timeline เหตุการณ์ในภาคนี้จะส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคก่อนๆ ของ FC และ SFC
  • ปริศนา: ยากมาก (แต่ก็เท่าระดับปกติของ Zelda ภาคอื่นๆ) ถ้าไม่มี GameFAQs ป่านนี้คงไม่ถึงไหน ที่ต้องระวังมีอย่างเดียวคือคุมตัวเองไม่ให้อ่าน GameFAQs มากเกินไปจนเสียอรรถรสของเกม
  • ดนตรีประกอบ: ชื่อภาคก็บอกว่า “Ocarina” ดังนั้นดนตรีเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ Gameplay แน่ๆ (เหมือนกับที่ในภาค Oracle of Age/Season ใช้คทาเป็นไอเทมสำคัญในการเปลี่ยนภูมิประเทศเพื่อแก้ปริศนา) พอเพลงเป็นเรื่องสำคัญ เพลงก็ต้องเพราะไว้ก่อน แถมยิ่งมีส่วนสำคัญกับเนื้อเรื่องด้วยแล้ว คนเล่นก็ยิ่งอินไปกับเพลง

ตอนนี้เล่นไปนิดเดียวได้เพลงมาแค่ 4 เพลง แต่ที่ชอบคือ Saria’s Song ในฉากป่า Lost Wood เข้าไปหาใน YouTube ก็พบว่ามีคนชอบเพลงนี้มากมาย เอามาเล่นใหม่ด้วยเครื่องดนตรีต่างๆ ตั้งแต่ Ocarina ไปจนถึงกีต้าร์ไฟฟ้า ยกเวอร์ชันเปียโนมาให้ดูปิดท้าย ดูแล้วอยากเล่นเปียโนเป็นจังแฮะ

สรุปว่าถ้าได้เล่นเกมนี้ในปี 98 ผมก็คงให้ 40/40 เหมือนกัน แต่พอมาเล่นสมัยนี้ ก็ตัดคะแนนกราฟฟิกไปนิดหน่อย

Zelda - the Wind Waker

ในโลกของการรีวิวเกม ที่โหดหินที่สุดคือนิตยสาร Famitsu ซึ่งใช้ระบบนักเขียน 4 คนมีคนละ 10 คะแนน และมีเกมเพียงแค่ 6 เกมเท่านั้นในประวัติศาสตร์ ที่ได้ 40 เต็มจาก Famitsu

เมื่อวานนี้ สองในหกเกมนั้นถูกส่งมาถึง แบบนี้จะเอาเวลาไหนทำการบ้านละเนี่ย

zelda - windwaker

หมายเหตุ: กล่องนี้เป็น The Wind Waker เวอร์ชันพิเศษเฉพาะในยุโรป มีแถม Ocarina of Time เวอร์ชัน GC มาให้ด้วย (จริงๆ ในแผ่นยังมี Ocarina of Time: Master Quest อีก แต่ผมถือว่ามันเป็นเกมเดียวกัน)

Pikmin TV Commercial

แผ่นเกม Pikmin เพิ่งมาถึง นั่งเล่นไปได้ 2 ด่านก็พบว่ามันบรรเจิดมาก เป็นการผสมผสานที่กลมกล่อมระหว่าง RTS กับ puzzle แถมพอบวกแบรนด์ Shigeru Miyamoto เข้าไปก็การันตีคุณภาพได้เลย

ว่าแล้วก็เอา TV Commercial สุดน่ารักของ Pikmin 2 มาแปะ เพลงประกอบคือ Ai No Uta ซึ่งเหมือนจะดังมากในญี่ปุ่นด้วย


ป.ล. ความน่ารักของวิดีโออันข้างบนจะเหือดแห้งไปทันที ถ้าดู TV Commercial ของอเมริกา (มุกในโฆษณานี่ต้องเล่นเกมมาสักหน่อยถึงจะขำก๊าก)

Black Gamecube

My 6 years waiting period is almost over. Only Wind Waker needed.