(ความเดิม)
ตัดสินใจเล่น Ocarina of Time ก่อน เพราะกลัวว่าถ้าเล่น Wind Waker แล้วจะไม่อยากกลับมาเล่น Ocarina ทีหลัง เชื่อว่าสองเกมนี้ต้องกินเวลาเยอะมากแน่ๆ อาจเล่นจบปลายปีอะไรทำนองนี้
เล่นมาได้ 4-5 ชม. พอสรุปความรู้สึกได้ดังนี้
ตอนนี้เล่นไปนิดเดียวได้เพลงมาแค่ 4 เพลง แต่ที่ชอบคือ Saria’s Song ในฉากป่า Lost Wood เข้าไปหาใน YouTube ก็พบว่ามีคนชอบเพลงนี้มากมาย เอามาเล่นใหม่ด้วยเครื่องดนตรีต่างๆ ตั้งแต่ Ocarina ไปจนถึงกีต้าร์ไฟฟ้า ยกเวอร์ชันเปียโนมาให้ดูปิดท้าย ดูแล้วอยากเล่นเปียโนเป็นจังแฮะ
สรุปว่าถ้าได้เล่นเกมนี้ในปี 98 ผมก็คงให้ 40/40 เหมือนกัน แต่พอมาเล่นสมัยนี้ ก็ตัดคะแนนกราฟฟิกไปนิดหน่อย
ในโลกของการรีวิวเกม ที่โหดหินที่สุดคือนิตยสาร Famitsu ซึ่งใช้ระบบนักเขียน 4 คนมีคนละ 10 คะแนน และมีเกมเพียงแค่ 6 เกมเท่านั้นในประวัติศาสตร์ ที่ได้ 40 เต็มจาก Famitsu
เมื่อวานนี้ สองในหกเกมนั้นถูกส่งมาถึง แบบนี้จะเอาเวลาไหนทำการบ้านละเนี่ย
หมายเหตุ: กล่องนี้เป็น The Wind Waker เวอร์ชันพิเศษเฉพาะในยุโรป มีแถม Ocarina of Time เวอร์ชัน GC มาให้ด้วย (จริงๆ ในแผ่นยังมี Ocarina of Time: Master Quest อีก แต่ผมถือว่ามันเป็นเกมเดียวกัน)
แผ่นเกม Pikmin เพิ่งมาถึง นั่งเล่นไปได้ 2 ด่านก็พบว่ามันบรรเจิดมาก เป็นการผสมผสานที่กลมกล่อมระหว่าง RTS กับ puzzle แถมพอบวกแบรนด์ Shigeru Miyamoto เข้าไปก็การันตีคุณภาพได้เลย
ว่าแล้วก็เอา TV Commercial สุดน่ารักของ Pikmin 2 มาแปะ เพลงประกอบคือ Ai No Uta ซึ่งเหมือนจะดังมากในญี่ปุ่นด้วย
ป.ล. ความน่ารักของวิดีโออันข้างบนจะเหือดแห้งไปทันที ถ้าดู TV Commercial ของอเมริกา (มุกในโฆษณานี่ต้องเล่นเกมมาสักหน่อยถึงจะขำก๊าก)
My 6 years waiting period is almost over. Only Wind Waker needed.