ได้ยินชื่อ ซาปาติสต้า มาสักระยะแล้วแต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจ รอบล่าสุดคือม็อบใบกระท่อมใส่หน้ากากดำบุก NBT ซึ่งมีคนเอาไปเทียบ กับซาปาติสต้า (ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ยังไงๆ ก็ไม่ใช่ “ซาปาติสตา”)
ซาปาติสต้า (Zapatista) เป็นกองกำลังปฏิวัติสายสังคมนิยมรุ่นใหม่ในเม็กซิโก ลุกขึ้นฮือครั้งแรกในปี 1994 เพื่อต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ แต่ซาปาติสต้ามีลักษณะเฉพาะตัวหลายอย่างที่ต่างออกไปจากกองกำลังฝ่ายซ้ายทั่วไป เช่น อารยะขัดขืน ไม่หวังอำนาจรัฐ ยึดมั่นในอุดมการณ์มากกว่า ฯลฯ (รายละเอียดดูในบทความเอาเอง) รวมถึงมีผู้นำที่โดดเด่นอย่าง รองผู้บัญชาการมาร์กอส (เป็นชื่อปลอม และเรียกตัวเองว่าเป็นรองผู้บัญชาการ เพื่อไม่ให้ยศสูงเกินไป) ซึ่งมีคนนำไปเปรียบเทียบกับเช เกวารา ทำให้ซาปาติสต้ากลายเป็นขวัญใจของบรรดาซ้ายใหม่ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
วันนี้ประชาไทลงพิมพ์บทสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญที่ว่า (ภัควดี วีระภาสพงษ์) มีพูดถึงซาปาติสต้าอีกรอบ เลยไปขุดงานเก่าๆ ของเธอเกี่ยวกับซาปาติสต้ามาอ่านหน่อย
ประกาศผล Slideshare World’s Best Presentation Contest ออกมาแล้ว ที่หนึ่งเป็นแชมป์เก่า jbrenman (ดูสไลด์ที่ชนะปี 2007 คือ Shift Happens) ไม่มีอะไรใหม่ สไตล์มาแนวเดียวกันเป๊ะ ถ้าเคยดู Shift Happens มาแล้ว จะอ๋อเลยว่า มันคนเดียวกันทำนี่นา
ที่น่าสนใจคือที่สองกับที่สาม เอนทรีนี้ขอที่ 3 ก่อน ดูจบแล้ว stunning มาก อยากทำ Thailand in Crisis บ้าง
ลิงก์ตรง Zimbabwe in Crisis
งานอดิเรกอย่างหนึ่งเวลาไปร้านหนังสือ W.H.Smith ในเมือง (มหาลัยกับเมืองอยู่ไม่ไกลกันนักแต่คนละทาง นานๆ เลยเข้าเมืองที) คือไปยืนอ่านวารสารด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พอเขียนแล้วมันดูเวอร์แต่ความจริงมันก็คือพวก Newsweek, TIME หรือ The Economist เป็นต้น
เนื่องจากว่าภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงแถมเรื่องมันซีเรียส ก็เลยไม่ได้อ่านละเอียด เน้นเปิดดูผ่านๆ ว่าเรื่องที่ “สื่อตะวันตก” เหล่านี้สนใจมีอะไรบ้าง ไอ้คำว่า “สนใจ” เนี่ยผมดูจากการตีพิมพ์ จำนวนหน้าของเรื่องที่พิมพ์ ประเด็นที่เล่น (เช่น title และ subtitle) รวมไปถึงตำแหน่งของบทความนั้นว่าอยู่ส่วนไหนของเล่ม ซึ่งของพวกนี้สังเกตยากถ้าดูจากบนเว็บอย่างเดียว
ส่วนเรื่องที่น่าสนใจเราก็จำหัวข้อข่าวไว้ แล้วเดินมาเปิดอ่านบนเว็บแทน ส่วนหนังสือที่จ่ายเงินซื้อจริงคือ FHM กับ Maxim ฉลาดมาก

ตั้งชื่อทำ SEO เฉยๆ นะครับอย่าเข้าใจผิดไป คือจะเชิญชวนไปดูภาพเกาหลีเหนือ ถ่ายโดย Eric Lafforgue ซึ่งเหมือนจะเป็นช่างภาพอาชีพที่ถ่ายรูปลง Flickr จนดังและได้รวมเล่มเป็นหนังสือ ภาพถ่ายของพี่แกเซ็ตอื่นๆ ก็งามใช่เล่น แต่ถ้าจะเอาเรื่องราว+ความแปลกด้วย เซ็ตเกาหลีเหนือนี้กินขาด บางรูปดูแล้วแบบว่า มันเรนเดอร์เองป่าวเนี่ย
ไม่เชื่อดูรูปนี้
ป.ล. บล็อกนี้ขออนุญาตไม่ลงเครดิต
ได้ไอเดียมาจาก คอมเมนต์ของคุณ zneb ในจดหมายข่าวของ Siam Intelligence ฉบับที่ 3 (หมายเหตุ: ผมไปเขียนจดหมายข่าวกับเขาด้วย คงไม่ต้องบอกว่าส่วนไหน)
ถ้าเราย้อนดูประวัติการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก (Wikipedia) ถ้าเอาเฉพาะเอเชีย (ซึ่งจริงๆ ก็คือประเทศกำลังพัฒนาไม่นับเม็กซิโกปี 1968)
จะเห็นว่าสล็อตเวลาห่างกันประมาณ 20 ปี และสำหรับเคสของญี่ปุ่น+เกาหลี ก็เป็นการจัดโอลิมปิกหลังประเทศฟื้นตัวจากสงคราม (สงครามโลกครั้งที่สองจบ 1945 สงครามเกาหลีจบ 1953) ถือเป็นการเปิดตัวประเทศยุคใหม่ต่อสังคมโลกแบบกลายๆ (แน่นอนว่าคงมีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น สหรัฐแบ็คอัพให้จัด แต่คงละไปในที่นี้) ส่วนจีนเราคงรู้กันดีว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจีนยุคใหม่ที่กำลังจะผงาด
คำถามคือถ้าเราใช้การจัดโอลิมปิกเป็นสัญญาณบ่งชี้ ประเทศกำลังพัฒนาประเทศถัดไปที่จะเป็นเจ้าภาพในอนาคต น่าจะเป็นประเทศอะไร?
ผมคิดว่าน่าจะเป็นอินเดีย ลองคุยกับผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งก็เห็นตรงกัน
ประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุดคงเป็นกลุ่ม BRIC รัสเซียนั้นเขาใหญ่มานานแล้ว (และเคยจัดไปแล้ว) คราวนี้้เป็นคิวของจีน ถ้าใช้ตรรกะนี้คิดก็เหลืออินเดียกับบราซิล
บราซิลจะเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2014 ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ คงไม่สามารถฟันธงว่ามันเทียบชั้นโอลิมปิกได้ขนาดไหนในแง่การทูต แต่เอาเป็นว่าขอเดาว่าอินเดียจัดโอลิมปิก 2020 หรือ 2024 ไว้อีก 12 ปีถ้าบล็อกนี้ยังอยู่มาดูกันอีกทีว่าแม่นแค่ไหน