Finance

The Origin of Investment Banks

อ่านข่าวจากประชาไท ว่า

“โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ เป็นเพียง 2 วาณิชธนกิจของสหรัฐที่อยู่รอดจากวิกฤตการเงินครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้”

เลยสงสัยว่าบรรดาวาณิชธนกิจ (ภาษาอังกฤษใช้ว่า investment bank) ต่างๆ ที่ชื่อได้ยินผ่านหูมาตลอด มีต้นตอมาจากประเทศอะไรกันบ้าง ที่ต้องบอกว่าต้นตอเพราะว่าปัจจุบัน กิจการพวกนี้กลายเป็นข้ามชาติ ไม่มีสัญชาติที่ชัดเจนอีกต่อไปแล้ว

ชีวิตนี้ไม่เคยทำบัญชี เคยพยายามจดบันทึกค่าใช้จ่ายส่วนตัวหลายครั้งแต่ล้มเหลว ไม่ว่าจะด้วยกระดาษหรือซอฟต์แวร์ก็ตาม (เคยเขียนเรื่อง GnuCash ไว้ตั้งแต่ปี 2003) เมื่อปีที่แล้วได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าควรใช้ web apps มากกว่า standalone apps แต่ยังไม่มีตัวไหนโดนใจ

วันนี้มาเจอ Mint จาก Techcrunch 40 หน้าตาดูอลังการ และมีฟีเจอร์น่าสนใจอย่างการ import ข้อมูล statement จากธนาคารโดยอัตโนมัติ สรุปว่า perfect ทุกอย่าง ข้อเสียมีอย่างเดียวแต่ร้ายแรงสุดๆ คือไม่สนับสนุนธนาคารนอกสหรัฐ

เลยมานั่งหา Mint replacement ตัวอื่นที่ใช้งานกับแบงค์ UK ได้ (แบงค์ไทยนี่เราไม่คาดหวังตั้งแต่ต้น) มาเจอ Wesabe ซึ่งเป็นกึ่งๆ Personal Finance ผสม Social Network (นำข้อมูลการเงินของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนกัน เพื่อแนะนำวิธีประหยัด) ในเว็บบอกว่าสนับสนุน Lloyds TSB ธนาคารที่ผมใช้ แต่ต้อง export ข้อมูลจาก Lloyds มาใส่เอง ซึ่งพอเข้าไปดูใน internet banking ของ Lloyds กลับหาไม่เจอว่า export ได้ตรงไหน รายละเอียดไม่มีบอกทั้งในเว็บของ Lloyds และ Wesabe เลยพักไว้ก่อน

หมายเหตุ: ระหว่างที่หาข้อมูลใน Wesabe ก็พบว่าเค้าพยายามเข้าถึงลูกค้า โดยเปิดโอกาสให้โทรไปคุยกับ CEO ได้โดยตรง แบบ 7 วันต่อสัปดาห์ ถ้าอยู่อเมริกาว่าจะลองโทรดูเหมือนกัน

อีกตัวที่ลองคือ KashFlow แต่มันเอาไว้สำหรับ SME มากกว่าใช้ส่วนตัว สรุปว่าตอนนี้ยังไม่มีตัวไหนเข้ารอบเช่นเดิม

คำถามที่ตามมา:

  • ดูใน forum ของ Mint พบว่ามีคนเรียกร้องให้ Mint สนับสนุนแบงค์ต่างชาติเยอะ เชื่อว่านอกจากคนที่อาศัยอยู่นอกอเมริกาแล้ว ก็ยังมีคนอเมริกาที่เดินทางบ่อยๆ หรือทำธุรกิจในต่างประเทศด้วย ตลาดตรงนี้คงใหญ่มาก Mint เองก็คงรู้แต่ทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะว่ากำแพงไม่ใช่เรื่องเทคนิคแต่เป็นเรื่องกฎระเบียบของแต่ละชาติ น่าสนใจว่าในอนาคต Mint และบริการคู่แข่งอื่นๆ จะก้าวข้ามปัญหานี้ได้อย่างไร (เชื่อว่าสุดท้ายทำได้ แต่คงนานหน่อย)
  • ย้อนกลับมาดูเมืองไทยซึ่งแค่บัตรเครดิตยังไม่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ อนาคตของบริการแบบนี้ไร้สิ้นซึ่งหนทางเหลือเกิน ผมไม่คิดว่าถ้ามีคนไทยทำ Mint-clone แล้วจะอยู่รอดทางธุรกิจได้ และเมื่อเอาขนาดตลาดมารวมกับความยุ่งยากของ regulation ในสถาบันการเงินไทย บริการข้ามชาติเหล่านี้ก็คงไม่เหลือบสายตามองเป็นแน่แท้

ราชาแห่งทุนนิยม - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เล่าความยิ่งใหญ่ของวงการวาณิชธนกิจ
โสเภณีแห่งทุนนิยม - สฤณี อาชวานันทกุล (คนชายขอบ) เขียนตอบ

คนที่ไม่รู้ว่า Merill Lynch กับ JP Morgan ต่างกันอย่างไรแบบเรา ก็ได้แต่ร้องโอ้โฮ

ทั้งหมดนี่จาก ฟ้าเดียวกัน

ได้ค่าเครื่องบินตอนไปเมืองจีน จ่ายมาเป็นเช็คของ HSBC วันนี้เลยเอาไปขึ้นเงิน

ไปถึงแบงค์เลยรู้ว่าเช็คต่างประเทศนี่วุ่นวายโคตรๆ ถึงขนาดทำให้สาวเทลเลอร์ (หน้าเคาเตอร์) ต้องมาซุบซิบกันว่าจะทำยังไง สุดท้ายต้องไปเรียกผู้จัดการสาขาเดินมาเฉลย

  • ต้องทำเรื่องสั่งจ่ายไปถึงต่างประเทศ (เช็คใบนี้ต้องเดินทางย้อนกลับไปอีกรอบ) อ่านไทยรัฐจบฉบับนึงพอดี ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อเช็คใบเดียว
  • ธนาคารไทยหักค่าธรรมเนียม $10 ปลายทางหักใกล้เคียงกัน (ค่าเครื่องบินตู T_T)
  • ใช้เวลาสั่งจ่าย 45 วันทำการ!! (พายเรือไปน่าจะเร็วกว่า)
  • ถึงแม้ HSBC จะมีสาขาในเมืองไทย แต่ก็ไม่ช่วยอะไร ไปธนาคารไหนก็เหมือนกัน

ถึงจะยุ่งยากโคตรๆ แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นระเบียบปฏิบัติ ขอบคุณพนักงาน SCB สาขารัชดาภิเษก 2 ที่ช่วยดูแลเป็นอย่างดีมา ณ ที่นี้

ป.ล. เขียนแล้วนึกถึง PaePae มีปัญหากับ BBL ของผมใช้ SCB มาตลอด เจอพนักงานห่วยบ้างนานๆ ที แต่ก็ประทับใจกว่าอีกแบงก์ที่ใช้ (hint: ผมทำงานหน่วยงานรัฐ/แตกจากรัฐมาตลอด มันมีอยู่แบงก์เดียว)
ป.ล.2 ภาวนาให้กฎ 30% ไม่ยกเลิกไปภายใน 45 วันนี้ บาทแข็งขึ้นเงินยิ่งเข้าน้อย -_-''

Reading Financial Report

คุยกับ house ได้ความรู้ทางการเงินเพิ่มขึ้นโข เช่น รู้ว่า "งบประมาณประจำปี" กับ "annual report" มันคนละอย่างกัน มาจดไว้กันลืม