Ender

Children of the Mind

สำหรับผมแล้ว วิธีการเขียนวิจารณ์หนังหรือหนังสือที่ง่ายและเปลืองพลังน้อยที่สุด คือเขียนเป็น bullet point (ตัวอย่างของภาคที่แล้ว) แต่สำหรับเล่มสุดท้ายของ Ender มันออกจะไม่เคารพผู้เขียน (และผู้แปล) ไปสักหน่อย

ผมเคยเขียนถึง Ender's Game หรือ "เกมพลิกโลก" เอาไว้เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว มันเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ชื่อว่า Ender ที่บังเอิญอย่างเหลือล้นได้มาเป็นคนเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ Ender's Game ถือว่าเป็นเล่ม 0 ของซีรีย์

ที่ต้องบอกว่าเป็นเล่ม 0 ก็เพราะเรื่องราวหลังจากนั้นถูกแยกออกเป็นสองสายขนานกัน หลังเหตุการณ์ใน "เกมพลิกโลก" Ender วีรบุรุษของมนุษยชาติได้แยกตัวออกห่างจากมวลมนุษย์ ในขณะที่เพื่อนพ้อง ครอบครัว และคู่แข่งของเขายังต้องเผชิญกับโลกที่วุ่นวายในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน ชีวิตที่เหลือของ Ender ถูกเล่าต่อในนิยายอีก 3 เล่ม ซึ่งถือเป็น "ภาคสวรรค์" ของซีรีย์นี้ ส่วนเรื่องของเพื่อนๆ ดำเนินต่อไปใน Shadow saga หรือ "ภาคพื้นดิน"

xkcd: Locke and Demosthenes

เคยเขียนไว้เล่นๆ มีคนคิดเหมือนกันเลยแหะ

Xenocide

ติดค้าง @sugree กับ @wiennat ไว้หลายวัน จริงๆ อยากเขียนถึง Speaker for the Dead ก่อนแต่ว่าไม่มีเวลาไปอ่านย้อนสักที ถ้าทิ้งไว้แบบนี้จะทำให้ Xenocide พลอยไม่ได้เขียนไปด้วย ก็เอาเสียเลยละกัน ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่

คำเตือน: สปอยล์แน่นอน

  • ปมหลักของภาคนี้เป็นการเล่นกับแนวคิด Hierarchy of Alienness ของวาเลนไทน์ โดยเฉพาะ "รามาน" กับ "วาเรลซี" ต่อจากที่วางไว้ใน Speaker แต่ขยายดีกรีของมันขึ้นไปอีก โดยเพิ่มสายพันธุ์รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเดสโคลาดา (ไวรัส) เจน (คอมพิวเตอร์) เข้าไปอีก จากเดิมที่สนใจเฉพาะพิกกินและพวกแมง
  • ผมยังชอบวิธีการวางปมการดำเนินเรื่องของ Card ให้มันซ้อนทับกันหลายๆ ชั้น แล้วไปคลี่คลายออกในท้ายๆ เล่ม (เป็นวิธีการเขียนแบบเดียวกับของอาสิมอฟ) ในเล่มนี้มีปมเรื่องความตายของเจน, หมอน้อยที่คุกคามเข้ามา, อัตราการปรับตัวของเดสโคลาดา, ความอยู่รอดของวิถี ทั้งหมด 4 ปมหลัก ถือเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่กว่า Speaker มาก
  • อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปมนั้นรู้สึกว่าไม่ค่อยเนียนเท่า Speaker (แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่โอเคอยู่) มาเสียความรู้สึกตรงที่มีปีเตอร์กับวาเลนไทน์โผล่มา รู้สึกได้เลยว่ามันจงใจยืดไปเล่มถัดไป
  • ใน Speaker ผมจำคาแรกเตอร์พี่น้องในตระกูลเจ้าปัญหานี้ไม่ค่อยได้ (ยกเว้น มิโร คนเดียว) พอมาถึงภาค Xenocide เลยไม่ค่อยจะอินนักว่าใครเติบโตมาเป็นอย่างไร พัฒนาการของตัวละครเป็นอย่างไร ทำไมคุณน้องสาวคนนั้นถึงปกป้องเดสโคลาดาสุดชีวิตเช่นนั้น มีปมอะไรในใจหรือไม่
  • ด้วยความสัตย์จริง ผมยังไม่ค่อยเข้าใจแนวคิดของ "องค์" และวิธีการเคลื่อนย้ายมวลสารดีนัก เท่าที่สรุปกับตัวเองได้ตอนนี้ ประมาณๆ ว่ามีไฟโลตเชื่อมโยงวัตถุอยู่ในมิติอื่นอยู่แล้ว เครื่องย้ายมวลสารเกิดขึ้นได้เพราะ 1) เอนเดอร์ไปทำดีกับแมงไว้ 2) เจนมีความสามารถมากพอในการประมวลผล
  • จุดที่ผมชอบมากอย่างหนึ่งในเล่มนี้คือ "วิถี" มันทำให้ "คู่ปรับ" ของฝ่ายเอนเดอร์และเจนนั้นโดดเด่นมาก เข้าทำนองว่าไม่ใช่ตัวร้ายธรรมดาแต่ก็มีปมของตัวเองเหมือนกัน (ปมใหญ่มากด้วยมิใช่น้อย) หานชิงเจ้าเป็นตัวละครที่คลาสสิคมากในวงการไซไฟ
  • เล่มที่แล้วรู้สึกว่าเน้นที่คริสต์มากพอสมควร เล่มนี้เยอะพอกัน ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าแนวคิดทางศาสนาของ Card เป็นยังไงบ้าง
  • คิดว่า Xenocide ยังมันส์อยู่ แต่โดยรวมยังสู้ Ender กับ Speaker ไม่ได้ (เห็นว่า Children of the Mind แย่กว่านี้อีก อันนี้เป็นธรรมดาโลก)
  • จงสรุป Xenocide ภายในหนึ่งบรรทัด: "ความหึงของผู้หญิง เกือบทำให้จักรวาลล่มสลาย"

เล่มหน้าเดาว่า

  • ปีเตอร์แรงสามเท่า ได้เป็นเฮยีมอนคนใหม่
  • หวางหมู่คงได้มีบทโดดเด่นมากๆ
  • ที่อยากรู้มากตอนนี้ ก็คือใครเป็นคนตัดต่อยีนของวิถีและเดสโคลาดา เดาว่าอาจจะเป็นปีเตอร์คนก่อนวางหมากเอาไว้

คำเตือน: สปอยล์

markpeak @sugree blognone จะเป็นเว็บสรรเสริญแอปเปิลแล้วคร้าบ เอ้า กราบ
sugree @markpeak lol. ชิงเจ้า
sugree thinking about ชิงเจ้า.... why why why
markpeak @sugree มาหารอยแตกเคสกันเถอะ

ป.ล. ดูจาก wiki "วิถี" ในต้นฉบับภาษาอังกฤษคือ "Path" ส่วน "ผู้สดับเทพ" มาจาก "godspoken"

จากบล็อกของ sugree

ร่วมลงชื่อสนับสนุนการแปล Children of the Mind (เล่มต่อของ Xenocide "วิถีล้างพันธุ์") เป็นภาษาไทยได้ที่ http://tinyurl.com/childrenofthemind

เมื่อวานเจอ อ. ยรรยง เต็งอำนวย ผู้แปล ที่งาน Jaunty Release Party ของ Ubuntuclub (อ. ใช้ Ubuntu 8.04 บน Thinkpad ครับ) เลยได้คุยกับแกนิดหน่อย อ. บอกว่า

  • Children of the Mind และเล่มถัดไป A War of Gifts นั้นไม่ดีเท่าสามเล่มแรก (ซะงั้น) เล่มที่ดีที่สุดคือ Ender's Game กับ Speaker for the Dead (ยังไงก็ตามอ่านต่อให้จบครับ ขอ Shadow ด้วยนะ)
  • คนตัดสินใจว่าจะแปล-ไม่แปล คือ ASK Media เท่านั้น
  • Xenocide ขายดี อ. ยังไม่ได้ฉบับภาษาไทยของตัวเองเลย
  • คนที่เลือกใช้คำว่า "มนุช" เพื่อความแตกต่าง คือทีมงานของ ASK ในต้นฉบับแปล อ. ยรรยงใช้ "มนุษย์" (ผมว่าการเลือกคำว่า "มนุช" นี่เท่มากพอๆ กับ "มโนมัย" เลยนะ)

Xenocide นี่ผมอ่านจบได้หลายสัปดาห์แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้บล็อกถึง Speaker for the Dead เลยต้องต่อคิวไว้ก่อน ในภาพรวมคิดว่าเรื่องมันสเกลใหญ่ขึ้นมาก แต่ถ้าวัดกันเรื่อง "ความเนียน" รู้สึกว่า Speaker for the Dead จะเหนือกว่าอยู่บ้าง