ช่วงนี้กระแส “จุดจบของทุนนิยม” กำลังมาแรง มีบทความที่น่าสนใจออกมาสองชิ้น
อันแรกเป็นบทบรรณาธิการของ The Economist คือ Capitalism at Bay (ตามที่เพิ่งเขียนถึงไป) ฉบับแปลมีให้อ่านที่ ฤๅจะเป็นอวสานทุนนิยม ยกข้อความมาบางส่วน
หากแม้ระบอบทุนนิยมอาจถึงกาลอวสานก็ตามที แต่ผู้คนที่เชื่อมั่นกับมันจะต้องสู้เพื่อให้มันกลับมาอีกครั้ง แม้จะเต็มไปด้วยช่องโหว่ก็ตาม แต่มันก็เป็นระบบเศรษฐกิจที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยคิดค้นมันขึ้นมา
ต้องหมายเหตุว่า The Economist เป็นสื่อที่โปรทุนนิยมเสรีมากๆ ไม่น่าแปลกใจที่เขียนออกมาแนวนี้ครับ ไม่ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ความเห็นของสื่อระดับ Economist เป็นเรื่องที่เราต้องรับรู้และรับฟังไว้ก่อน
ส่วนชิ้นที่สองมาจากอดีตเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก (ตอนนี้กลับมาเป็นอันดับสอง) คือ วอร์เรนต์ บัฟเฟต์ เขียนลง NYT ฉบับวันนี้ (18 ต.ค.) ว่าทำไมในช่วงวิกฤตทุนนิยมแบบนี้ เขายังซื้อหุ้นอยู่อีก เหตุผลเดียวกับข้างต้น เศรษฐีอันดับสองของโลกพูดอะไร เราควรฟังไว้
เป็นเวลาที่ต้องซื้อหุ้น เมื่อเงินเฟ้อโหมกระหน่ำ และเศรษฐกิจก็ย่ำแย่ กล่าวอย่างสั้นๆเลย ข่าวร้ายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนักลงทุน เพราะมันทำให้คุณได้ซื้อส่วนเสี้ยวอนาคตของอเมริกาที่ราคาต่ำกว่าตลาด
ฉบับภาษาไทยมีให้อ่านที่ เมื่อผมซื้ออเมริกา
สรุปว่าทั้งสองบทความมองว่า นี่เป็นแค่จุดสะดุดกี๊กของทุนนิยมเท่านั้นล่ะ

ช่วงนี้ผมกำลังติด The Economist ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์โลกกำลังมันส์เข้าขั้น อีกส่วนหนึ่งคงเพราะความรู้พื้นฐานที่สะสมมา เริ่มเยอะพอจะอ่านเนื้อหาเข้าใจได้พอสมควร
แต่บล็อกอันนี้ไม่เกี่ยวกับความรู้เลย แค่รู้สึกว่าปกของ The Economist ฉบับล่าสุด (18 Oct 2008) มันเท่บาดใจมาก เลยขอเอามาลงหน่อย แค่นี้ล่ะ (รูปปกฉบับอื่นๆ)
ป.ล. ประเด็นเรื่องการล่มสลายของทุนนิยม ผมยังไม่มีความรู้ขนาดจะวิจารณ์ได้ มีคนแนะนำให้ไปอ่านงานของชุมปีเตอร์ ที่พูดเรื่องการปรับตัวของตัวระบบทุนนิยมเอง ก็ยังไม่มีเวลา
สำหรับผมแล้ว ข่าวที่น่าสนใจวันนี้ไม่ใช่เรื่องขาขาดหรือไม่ขาด ระเบิดจริงหรือแก๊สน้ำตา แต่เป็นเรื่องทักษิณเขียนบทความเรื่อง An Asia bond could save us from the dollar ลงหนังสือพิมพ์ The Financial Times ของอังกฤษ
ฉบับแปลไทยมีให้อ่านที่ พันธบัตรเอเชียจะช่วยปกป้องเราจากดอลลาร์
ต้องออกตัวว่าพื้นความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ผมมีไม่เยอะพอที่จะเข้าใจได้ทะลุนัก แต่เท่าที่ถามจากผู้รู้ก็ได้ความดังนี้
ตอนนี้รู้เท่านี้ ค่อยๆ ศึกษาต่อไป (ถ้าใครมีความรู้ก็ช่วยขยายความได้ครับ) ประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องการเงิน คือความเคลื่อนไหวนี้ของทักษิณในช่วงนี้ น่าสนใจมากในแง่การช่วงชิงการนำจากวงการทุนนิยมโลก โดยอาศัยแนวคิดแต่เดิม+จุดขายในเอเชีย และการใช้กระแสให้เป็นประโยชน์
ลิงก์เพิ่มเติม เก็บไว้เผื่ออ่าน
สำหรับวิกฤตทางเศรษฐกิจ-การเงินของสหรัฐที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้ (อันมีผลมาจากซับไพรม์) มีข้อเสนอแนะและไอเดียที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญมากมาย เอาเฉพาะที่ได้อ่านผ่านตา
ข้อเสนอมีได้ไม่จำกัด แต่การตัดสินใจมีได้เพียงหนึ่ง
ถ้าคุณเป็นเบอร์นังเก้ หรือรัฐบาลบุช จะทำอย่างไร?
ประเด็นเริ่มจากการคุยกับคุณ @chanwit ใน IM กลางดึก (เพราะ timezone ตรงกันอยู่แค่สองคน ต้องคุยกันเองทุกคืน ไม่มีทางเลือก :P) น่าสนใจดี เลยเอามาขยายต่อเป็นบล็อก
เรื่องสุดฮ็อตคืนนี้ ถ้าไม่นับ นปก. บุก พธม. ซึ่งจำกัดเฉพาะในไทยแล้ว คงไม่มีอะไรเกิน Google Chrome ประเด็นทางเทคนิคผมเขียนใน Blognone ไปหมดแล้ว อันที่ลงในบล็อกจะพูดเฉพาะแรงจูงใจของกูเกิล ว่าทำไมถึงทำเบราว์เซอร์
เหตุผลนี้เป็นเหตุผลเดียวกับว่า ทำไมกูเกิลทำ Android ทำไมไมโครซอฟท์ไม่สนับสนุน ODF และทำไมแอปเปิลถึงบังคับให้ทุกอย่างต้องผ่าน iTunes
คำตอบตรงไปตรงมามาก บริษัทในโลกทุนนิยมต้องการ max profit และ max profit มาได้จากเงื่อนไขเดียว
การผูกขาด