Democracy

การเลือก

โจทย์ข้อนี้ สืบเนื่องมาจาก @wiennat ใน Twitter ผมเอามาพัฒนาต่อ ช่วยผมหาคำตอบหน่อยนะครับ คำถามดูตามตัวเลขในวงเล็บ

@wiennat บอกว่าชอบนุ่น และรู้ว่าผมชอบแตงโม

ผมเกลียดนุ่น @wiennat เกลียดแตงโม (อันนี้สมมตินะ)

ผมกับ @wiennat เถียงกันอัดเละ เราไม่สามารถเอาชนะกันได้ว่า ใครดีกว่ากัน

@wiennat บอกว่านุ่นได้ตุ๊กตาทอง 5 ครั้ง ผมอัดกลับด้วยบอกว่าแตงโมลงปก FHM เยอะกว่า

ผมต่อย @wiennat แต่เจอโดนเตะกลับ เจ็บทั้งคู่ แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าใครดีกว่า ไม่เป็นไร กลับบ้านไปก่อน พรุ่งนี้มาต่อยกันต่อไป ขุดหลักฐานมากันต่อไป

ปัญหามีอยู่ว่า ละครจะเปิดกล้อง นางเอกมีได้คนเดียว

เลือกอย่างไรดี? (1) เสนอมาได้ตามสะดวก ต่อจากนี้เป็นข้อเสนอของผม

ทางเลือกแรก หาคนกลางที่ทุกคนยอมรับมาตัดสินใจ (เช่น ผู้กำกับหรือคุณแดง)

  • ถ้าผู้กำกับดูจากเรตติ้งความนิยมทางทีวี ใครเยอะกว่าได้เป็นนางเอก ผู้กำกับใจดำหรือไม่ (2)
  • ถ้าผู้กำกับเลือกแตงโม เพราะชอบมากกว่ามากกว่าเพราะหน้าตาถูกสเปก แฟนละครควรถอดถอนผู้กำกับหรือเปล่า (3)

ทางเลือกที่สอง ถ้าสถานีกลัวโดนแฟนละครด่า เปิดให้โหวต SMS จากทางบ้านแทน

  • ถ้าแตงโมโหวตชนะ แฟนนุ่นควรทำอย่างไร ควรเลิกดูละคร หรือดูไปด่าไป หรือบุกไปพังสถานี (4)
  • ถ้าคุณเป็นแฟนคลับแตงโมแล้วโหวตชนะ คุณควรแสดงปฏิกิริยาอย่างไรกับกองเชียร์นุ่น (5)

ทางเลือกที่สาม ถ้าผู้กำกับเห็นว่าทั้งนุ่นและแตงโมไม่เหมาะจะเป็นนางเอก ควรหานางเอกใหม่

  • แต่ละครจะเปิดกล้องพรุ่งนี้แล้ว จะไปหานางเอกใหม่จากที่ไหน อาจจะหาแพนเค้กเจอในนาทีสุดท้ายก็ได้ แต่ถ้าไม่เจอ ละครล่ม โดนสปอนเซอร์ฟ้อง ผู้กำกับจะรับผิดชอบหรือเปล่า หรือเอาเท่าที่มีไปก่อน (6)

อ่านบทความ สามัญชนบนวิกฤตประชาธิปไตย: วีรชนหรือวายร้าย ในประชาไท เขียนโดยประจักษ์ ก้องกีรติ

ตัวบทความพูดถึงบทบาทของ “ภาคประชาชน” ว่าเป็นปัจจัยเกื้อหนุนหรือปฏิกิริยาตอบโต้ พัฒนาการของประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ โดยอ้างงานของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์-ประวัติศาสตร์ของต่างประเทศ

ประเด็นที่ผมติดใจไม่ใช่เกื้อหนุนหรือตอบโต้ แต่อยู่ที่ย่อหน้าช่วงเกริ่นนำอันนี้ (ตัวบทความก็สนุกดีครับ แนะนำให้เข้าไปอ่านกัน)

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งใหม่ๆ ระบอบการเมืองในยุโรปเกือบทั้งหมดยังคงเหนียวแน่นกับระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (26 ประเทศจาก 28 ประเทศ) ผ่านไปไม่ถึงสองทศวรรษดี ระบอบประชาธิปไตยล้มครืนลงใน 13 ประเทศ โดย มีระบอบเผด็จการในรูปแบบต่างๆ สถาปนาขึ้นแทนที่ โดยประวัติศาสตร์และดุลกำลังอำนาจในแต่ละประเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนด หน้าตาระบอบเผด็จการของประเทศนั้นๆ (อาทิเช่น เผด็จการโดยการนำของกองทัพ, พันธมิตรระหว่างสถาบันกษัตริย์กับทหาร, หรือเผด็จการของพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง)

คำถามคือทำไมประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่เกลี่ยอำนาจให้คนหมู่มาก ถึงมักจะ fallback กลับไปยังระบอบการปกครองที่อำนาจอยู่ในมือคนกลุ่มน้อย (ไม่ว่าจะเป็นคนเดียว หรือเฉพาะคณะ) อยู่เสมอ?

ตัวอย่างคลาสสิกคงเป็นประชาธิปไตยของโรมัน (ที่เราเคยโดนบังคับให้เรียนทุกคน) ถึงแม้สภาซีเนตจะฝังรากลึกมายาวนาน และตั้งใจถ่วงดุลอำนาจระหว่างนักการเมืองเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายแล้วทำไมจูเลียส ซีซาร์ ถึงรวบอำนาจและสถาปนาจักรวรรดิขึ้นมาได้?

ตัวอย่างที่สองคือปฏิกิริยาดีดกลับของฝรั่งเศส ฝ่ายประชาธิปไตยทำลายคุกบาสติล โค่นสถาบันกษัตริย์ลงอย่างยากลำบาก แต่ฝรั่งเศสกลับหันไปสู่ระบอบกษัตริย์อีกตั้ง 2 ครั้ง ในยุคของนโปเลียน และหลุยส์นโปเลียน?

นี่ยังไม่รวมถึงปรากฎการณ์ ม. 7 และนายกแต่งตั้ง รัฐบาลพระราชทาน etc.

เป็นเพราะประชาธิปไตยไม่เหมาะกับบางสถานการณ์ (เช่น ยามสงครามที่ต้องการภาวะผู้นำสูง)?

เป็นเพราะประชาธิปไตยไม่ยึดติดกับตัวบุคคล เลยไม่สามารถเชื่อมโยงกับ charisma ของผู้นำได้?

หรือเป็นเพราะประชาธิปไตยซับซ้อนเกินไป และประชาชนมักมีแนวโน้มเลือกอะไรสะดวกๆ เข้าใจง่ายๆ (แดกด่วน?) เช่น ผู้นำเดี่ยวที่มีภาพของ hero หรือ savior (อย่างนโปเลียน หรือฮิตเลอร์ ไปจนถึงสิ่งเหนือจริงอย่างพระสยามเทวาธิราช)

ไม่ว่าระบอบการเมืองหรือสภาพสังคมจะพัฒนาไปไกลกว่านี้แค่ไหน แต่ในภาวะสับสนวุ่นวาย ประชาชนจะหันกลับไปใช้สัญชาตญาณเอาตัวรอด เลือกผู้นำ (หรือระบอบผู้นำ) ที่ซับซ้อนน้อยที่สุด (คือการนำโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ถึงขนาด anarchy) หรือเปล่า?

Amartya Sen

อ่านสไลด์ของคนชายขอบ สำหรับการบรรยายที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ในหัวข้อ "ทางรอดของทุนนิยม : ทางเลือกสังคม สู่กระบวนทัศน์ใหม่แห่งการร่วมมือกัน" เห็นมีอ้างคำพูดของอมาตยา เซ็น (โนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ 1998) อยู่เยอะพอสมควร เลยไปหาอ่านเพิ่ม

บทความภาษาไทยที่หาได้คือ สัมภาษณ์ อมาตยา เซ็น : ประชาธิปไตยของอินเดียและเหตุผลสาธารณะ ซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ภัควดีเขียน/แปลงานทำนองนี้ดีอยู่แล้ว แต่งานชิ้นนี้ย่อยยากมาตั้งแต่ต้นฉบับ อย่าแปลกใจที่ตามไปอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง

ไปค้นคำพูดต้นฉบับของอมาตยา เซ็น มาจากวิกิพีเดีย

No substantial famine has ever occurred in any independent and democratic country with a relatively free press.

เรื่องที่จริงแท้แน่นอนก็คือ ไม่เคยเกิดปัญหาทุพภิกขภัยที่ประชาชนอดอยากล้มตายในระบอบประชาธิปไตยระบบหลายพรรคที่ยังทำงานตามปรกติ

ตีความได้ว่า famine กำลังจะเกิดแถวๆ นี้ หรือเปล่านะ

Substantive Democracy

บรรดานักวิชาการรัฐศาสตร์รุ่นใหม่ๆ นอกจาก อ. พิชญ์ แห่งอยากตอบ Forever (ซึ่งตอนนี้ผมกลายเป็นที่ปรึกษาประจำตัวแกเรื่อง Ubuntu) แล้ว อีกคนที่ผมตามอ่านงานอยู่เงียบๆ คือ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ซึ่งแอบสงสารเค้านิดนึงตรงโดนชาวบ้านมองที่นามสกุลก่อนจะพิจารณาผลงาน

วันนี้ตามลิงก์จาก BioLawCom.de ไปที่ประชาไท ศิโรตม์เขียนวิจารณ์บทความของธีรยุทธ บุญมี ได้แบบโคตรเฉียบ

Democracy is not DVD

มายาคติ 3: รัฐประหารเพียงหยุดประชาธิปไตยลงชั่วคราว เพื่อปรับปรุงแก้ไขวิกฤติต่างๆ แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่
ข้อโต้แย้ง: ประชาธิปไตยไม่ใช่ซีดีหรือดีวีดีที่สามารถแช่ภาพและเสียงไว้แล้วสามารถเล่นใหม่ต่อเนื่องไปได้ทุกครั้งที่ต้องการ

มายาคติ 9 ประการเกี่ยวกับรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
All the People’s Man Group (กลุ่มนักศึกษาไทยในซีแอทเทิล)
via ประชาไท