อ่านนโยบายของ Sam Hocevar (Debian Project Leader คนใหม่) จากบล็อกของพี่เทพแล้วประทับใจ นโยบายมาแนวเป็นกลางไม่สร้างศัตรู ยอมรับสภาพความเป็นจริง และเตรียมแก้ปัญหาทางการจัดการหลายๆ อย่าง
เคยวิจารณ์เรื่องวิกฤต (เล็กๆ) ของ Debian Project ไว้ จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรสำหรับโครงการหรือองค์กรที่โตมาในระดับหนึ่ง มีความซับซ้อนสูง จะต้องเผชิญปัญหาที่เกิดจากความเฉื่อยของวัฒนธรรมองค์กรเอง สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือองค์กรนั้นๆ จะ "กลับมา" ได้อย่างไรต่างหาก (ถ้ากลับมายิ่งใหญ่ได้ ผู้นำก็จะหล่อติดอันดับโลกทันที ตัวอย่างเช่น Lou Gerstner หรือ Steve Jobs เป็นต้น)
ไว้ครบหนึ่งปี หมดวาระของ Hocevar แล้วมาดูกันว่าจะหล่อแบบที่ว่ารึเปล่า
ป.ล. Lenny มันเป็นตัวไหนหว่า นึกไม่ออก
จะช่วยพี่เทพทดสอบ patch ของบั๊ก libthai ใน Ubuntu Feisty ก็พบปัญหาแบบงี่เง่าสุดๆ คือ build .deb ไม่เป็น (ทำเป็นแต่ RPM)
สุดท้ายก็ทำได้ด้วยความช่วยเหลือจากคุณ sugree (อีกแล้ว) เลยต้องจดไว้กันลืม ถือโอกาสยกตัวอย่างของจริงเลย
zcat pango-libthai_0.1.6-3ubuntu1.diff.gz | patch -p1
debuild -i -us -uc -b
เช็คว่าแพกเกจทำงานได้เรียบร้อยสมบูรณ์ ก็ตอบคอมเมนต์บั๊กนั้นไปสักนิด เผื่อว่าทีม Ubuntu จะเห็นความตั้งใจ (ของพี่เทพ) แล้วช่วย commit ให้เร็วขึ้น
กลับมาแล้วครับ เรื่องเมืองจีนเดี๋ยวจะค่อยๆ เขียนละกัน
เผอิญระหว่างไล่ตามอ่าน feed และข่าวต่างๆ ระหว่างที่ไม่อยู่ ก็ไปเจอความเห็นนี้ใน OSNews ตรงใจดีเลยบล็อกเก็บไว้หน่อย
เรื่องก็คือ Ubuntu จะใช้ CNR และ Linspire จะพัฒนาบน Ubuntu ประเด็นแรกไม่มีอะไร แต่ประเด็นหลังทำให้เชื้อไฟ Debian vs Ubuntu ปะทุขึ้นมาอีกรอบ เนื่องจาก Linspire ถือเป็นดิสโทรที่คนรู้จักเยอะ ทำการค้าเต็มรูปแบบ เรียกง่ายๆ ว่า high profile ดังนั้นการที่เปลี่ยนมาอิง Ubuntu แทน Debian มันเลยมีประเด็นพอสมควร
ออกตัวไว้ก่อนว่าผมใช้ Ubuntu เพื่อแสดงความลำเอียง
ศึก Ubuntu vs Debian นี้ Ubuntu ไม่มีเสียอะไรเลย ส่วน Debian เสียนักพัฒนาที่ย้ายค่ายหนีไปเยอะ ข้อกล่าวหาหลักจากฝั่ง Debian คือเงินของ Shuttleworth ส่วนข้อกล่าวหารองที่เสริมกันก็คือมันไม่เป็น 100% Free Software ขาดจิตวิญญาณ ฯลฯ
ผมรำคาญเสียงกระแนะกระแหนฝั่ง Debian มานานพอสมควรแล้ว ผมมองว่าปรากฎการณ์ย้ายค่ายหนี แสดงว่า Ubuntu ต้องมีอะไรดี และสิ่งนั้นก็ไม่มีหรือถูกมองข้ามใน Debian (ที่สำคัญมันไม่ใช่เงินของ Shuttleworth!) ความเห็นที่อ้างบอกว่า การที่ Ubuntu ติดอันดับ 1 ของ Distrowatch มาเป็นเวลา 2 ปี แสดงว่า "Ubuntu is doing something right"
"สิ่งนั้น" คงหนีไม่พ้นคำพูดรวมๆ ว่า "การตลาดแบบ Ubuntu" ไล่ตั้งแต่นโยบายดิสโทรจับกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป, การสร้างชุมชนเข้มแข็ง ไม่ว้ากเด็กใหม่, การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแบบมืออาชีพ ฯลฯ
ผมคิดว่า Debian กำลังถูกท้าทายจากกระแสหลักที่เกิดจากโอเพนซอร์สได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น มันคงคล้ายๆ กับเรื่องซีดี vs MP3 ที่พลังขับดันหลักมาจากผู้บริโภค ไม่ใช่ผู้ผลิต Debian คงไม่ตายไปง่ายๆ เพียงแต่ต้องดิ้นสุดชีวิต หาตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเอง หลังจากตำแหน่งเดิมถูกแทนที่ไปเสียเยอะแล้วน่ะเอง
The Mozilla Scandal - ปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้า Firefox กับการนำไปใช้ใน Debian
(บทความนี้อาจจะเอียงไปทาง Debian เยอะหน่อย แต่ถ้าอ่านลิงก์+ความเห็นละเอียดๆ ก็คิดว่ามีทั้งสองฝ่ายครบถ้วนดี)
จริงๆ ปัญหาเรื่อง trademark นี่เกิดมานานแล้ว เพียงแต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่ดี ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างตั้งใจดี เพียงแต่มีนโยบายบางส่วนไม่ตรงกัน และความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ (ไม่มีโลโก้จิ้งจอกไฟใน Debian) เราจะแก้ปัญหากันอย่างไร? สามารถบอกได้หรือไม่ว่าฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิด (ตามกฎหมาย) หรือฝ่ายไหนคนดี ฝ่ายไหนเห็นแก่ตัว (ในแง่จริยธรรม)
น่าเอาไปพูดใน BTD 2.0 แต่ไม่รู้เวลาจะพอหรือเปล่าแฮะ
ป.ล. ที่น่าแปลกใจคือคนฝั่ง Mozilla ไม่มีใครสนใจจะ "สมานฉันท์" กันเลย คนที่ออกมาบ่อยๆ อย่าง Asa Dotzler กลับ "หัวเราะเยาะ" ด้วยซ้ำ
พี่เทพ fwd มาให้อ่าน มีนักพัฒนาใน Debian เสนอให้จัดงาน Debconf9 (ปี 09) ที่เมืองไทย รายละเอียดเต็มๆ คงต้องดูใน Debian Wiki
ยกคำถาม-คำตอบใน wiki มาให้ดู
Q: How friendly is your country towards foreigners?
A: I don't think you can get more friendly than the Thai.
ตอบแบบนี้ให้ใจไปเลย :D น่าหาสปอนเซอร์ให้
ปี 2009 ยังอีกไกล ผมก็ยังไม่รู้ว่าตอนนั้นจะเดินอยู่แถวไหน ช่วยจัดได้แค่ไหน แต่คิดว่าคนอ่านบล็อกนี้หลายคนมีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทใหญ่ๆ ของประเทศหลายแห่ง อาจเตรียมตังค์ไว้รอจ่ายค่าสปอนเซอร์ก็ได้นะ