อ่านข่าวจากประชาไท ว่า
“โกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ เป็นเพียง 2 วาณิชธนกิจของสหรัฐที่อยู่รอดจากวิกฤตการเงินครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้”
เลยสงสัยว่าบรรดาวาณิชธนกิจ (ภาษาอังกฤษใช้ว่า investment bank) ต่างๆ ที่ชื่อได้ยินผ่านหูมาตลอด มีต้นตอมาจากประเทศอะไรกันบ้าง ที่ต้องบอกว่าต้นตอเพราะว่าปัจจุบัน กิจการพวกนี้กลายเป็นข้ามชาติ ไม่มีสัญชาติที่ชัดเจนอีกต่อไปแล้ว
ประเด็นเริ่มจากการคุยกับคุณ @chanwit ใน IM กลางดึก (เพราะ timezone ตรงกันอยู่แค่สองคน ต้องคุยกันเองทุกคืน ไม่มีทางเลือก :P) น่าสนใจดี เลยเอามาขยายต่อเป็นบล็อก
เรื่องสุดฮ็อตคืนนี้ ถ้าไม่นับ นปก. บุก พธม. ซึ่งจำกัดเฉพาะในไทยแล้ว คงไม่มีอะไรเกิน Google Chrome ประเด็นทางเทคนิคผมเขียนใน Blognone ไปหมดแล้ว อันที่ลงในบล็อกจะพูดเฉพาะแรงจูงใจของกูเกิล ว่าทำไมถึงทำเบราว์เซอร์
เหตุผลนี้เป็นเหตุผลเดียวกับว่า ทำไมกูเกิลทำ Android ทำไมไมโครซอฟท์ไม่สนับสนุน ODF และทำไมแอปเปิลถึงบังคับให้ทุกอย่างต้องผ่าน iTunes
คำตอบตรงไปตรงมามาก บริษัทในโลกทุนนิยมต้องการ max profit และ max profit มาได้จากเงื่อนไขเดียว
การผูกขาด
อ่านบทความ Japan’s super-advanced mobile web: Too unique to serve as a global blueprint? ใน TechCrunch แล้วน่าสนใจ คนเขียนอธิบายปรากฎการณ์ว่าทำไมอินเทอร์เน็ตบนมือถือถึงไปรุ่งในญี่ปุ่น ในขณะที่ประเทศอื่นยังแป๊กๆ
ทั้งที่เทคโนโลยีเว็บใน i-Mode มันก็กิ๊กก๊อกพอกับ WAP นั่นล่ะ ทำไม NTT ทำได้?
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากในสังคมไทยมาสักระยะ เผอิญคุณ Oakyman มาตอบคอมเมนต์ในบล็อก PTT Shareholder เลยคิดว่าควรขยายความสักเล็กน้อย
จุดยืนของผมคือสนับสนุนการแปรรูป (privatization) อย่างเต็มตัว
เหตุผลนั้นคิดว่าทุกคนคงเข้าใจกันดี นั่นคือเลิกการผูกขาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน และบริการประชาชนในทางอ้อม จากที่เคยเป็นเสือนอนกินสบายๆ ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ทัศนคติของพนักงานย่อมต้องถูกบังคับให้เปลี่ยน
ถึงแม้ว่าทุกคนจะเข้าใจถึงเหตุผลอันนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคน “ตระหนัก” ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ
การ “ตระหนัก” ในประเด็นใดๆ ก็ตามไม่สามารถอาศัยเพียงแค่คำบอกเล่าของคนอื่น แต่ส่วนมากมักเกิดจากประสบการณ์โดยตรงของตัวเอง
ปกติผมไม่ค่อยอวดตัวมากนัก แต่สำหรับเรื่องนี้ ผมคิดว่าการที่มีคนในครอบครัวทำงานรัฐวิสาหกิจหนึ่งในเป้าหมายที่จะแปรรูป บวกกับประสบการณ์ทำงานในหน่วยงานใต้สังกัดรัฐ ซึ่งต้องประสานงานกับหน่วยงานรัฐระดับกระทรวง แถมอยู่ตึกเดียวกับหน่วยงานรัฐที่แปรรูปแล้ว นอกจากนี้ยังไปรู้เห็นภายในหน่วยงานรัฐที่แปรรูปสำเร็จเป็นรายแรก ทั้งหมดรวมกันผมคิดว่าผม “เข้าใจ” และ “ตระหนัก” ถึงความจำเป็นในการแปรรูปเป็นอย่างมาก (ไม่ขอลงรายละเอียดเพราะมันจะกลายเป็นการนินทาไป ถ้าสนใจก็หลังไมค์เอาตามสะดวก)
ผมพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมคนบางกลุ่มถึงต่อต้านการแปรรูป ลองไล่ๆ เหตุผลดูได้มาส่วนหนึ่งดังนี้
ขอตอบโต้แบบรวบรัดตรงไปตรงมา (ถ้าใครจะมองว่า harsh ไปก็ไม่มีปัญหา ผมไม่เคยมีอิมเมจว่าใจดีอยู่แล้ว)
ผมยังไม่เคยเจอเหตุผลต่อต้านการแปรรูปที่มีน้ำหนักเลย ส่วนมากเป็นวาทกรรมของขบวนการต่อต้านโลกาภิวัฒน์ทั้งนั้น (เรื่องน่าเศร้าคือพวกต่อต้านโลกาภิวัฒน์นี้ขับ Series 5 และถือ iPhone)
ดังนั้นถ้าต่อต้านการแปรรูป แนะนำให้ไปทำงานกับหน่วยงานรัฐสักปีสองปีครับ (รับเงินเดือนข้าราชการด้วยยิ่งดีนะ) ตาจะสว่างขึ้นมาทันที แล้วจะสงสารตัวเองว่าเมื่อก่อนทำไมกูโง่ยังงี้
อ่านข่าวทวงคืน ปตท. แล้วเกิดข้อสงสัยขึ้นว่าตอนนี้ใครถือหุ้น ปตท. อยู่กันแน่ ปตท. เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เลยหาข้อมูลไม่ยาก จะดูจาก set.or.th หรือ settrade หรือบนเว็บของ ปตท. เองก็มีบอก
ขี้เกียจทำตารางใส่ใหม่ก็แคปเป็นภาพมาแทนละกัน ข้อมูลอันนี้ 21 มี.ค. 2008 ก่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
ลองเอาคอลัมน์สุดท้ายไปบวกกันใน Calc ได้ตัวเลขรวม 80.76% น่าจะแทน “เสียงข้างมาก” ในปตท. ได้ประมาณนึง (ข้อมูลรายย่อยผมก็ไม่มีอยู่ดี) ทีนี้มาดูกันว่ารายใหญ่ 15 รายนี้มีใครบ้าง (หมายเหตุ: ความรู้เรื่องนี้ผมน้อยมากๆ จริงๆ ถ้ามีอะไรผิดช่วยแก้ให้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง)
ลองรวมตัวเลขเฉพาะของไทยเฉพาะใน 15 อันดับนี้ พบว่าถือหุ้นรวม 70.22% ครับ
ขอบคุณผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมา ณ ที่นี้ด้วย