a day

เรียกผมว่า Rookie!

เช่นเดียวกับคนเล่นเน็ตชาวไทยจำนวนไม่น้อย (มั่นใจว่ามีคนไทยเกินล้าน) ผมติดตามงานของคุณ phuphu ด้วยความชื่นชมยิ่ง

นอกจากจะเขียนการ์ตูนได้สนุก ซึ่งเป็น skill #1 ของคนวาดการ์ตูนแล้ว ที่ผมว่าเป็นจุดเด่นของ phuphu คือวิธีการมองโลกที่มันร่วมสมัย (ซึ่งนักเขียนการ์ตูนรุ่นก่อนหน้านี้จะไม่มี) แต่ก็ไม่จำกัดเป็นเฉพาะกลุ่มมากเกินไป (ซึ่งนักเขียนการ์ตูนผ่านเน็ตมักเป็นกัน คือมีมุขหรือความสนใจเฉพาะกลุ่ม) ซึ่งตรงนี้ทำให้งานของ phuphu เข้าถึงประชากรวัยรุ่นส่วนมากได้อย่างโดดเด่น

ส่วนหนังสือในเครือ a book/a day คงไม่ต้องพูดถึงกันมาก เพราะถือว่าเป็นสำนักพิมพ์ที่ established ตัวเองในกลุ่มผู้อ่านสมัยใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว (เคยเขียนไว้) ตอนที่ผมได้ลง a day นั้นโด่งดังมาก เพื่อนฝูงถามหาชนิดว่าต่อให้ได้ลง Newsweek คงไม่เยอะเท่านี้ มันแสดงให้เห็นถึงแบรนด์ a day ที่เข้าไปอยู่ในใจผู้อ่านชาวไทยเรียบร้อยแล้ว

ถ้า phuphu จับมือกับ a book มันจะเกิดอะไรขึ้น?

a day - revisited

Keyword:

aday magazine

ไม่ใช่แฟนตัวยงของ a day นานๆ ซื้อทีประมาณสามปีหนึ่งเล่ม

แต่ในฐานะที่เคยอ่านมาตั้งแต่เล่มแรกๆ อ่านเล่มล่าสุด (115) เลยเขียนถึงพัฒนาการเสียหน่อย

a day 103

ผมไม่ใช่แฟนตัวยงของหนังสือ a day เท่าไรนัก (มีในครอบครองประมาณ 4-5 เล่มเท่านั้น) และไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้ลง a day

แต่ใน a day ฉบับ 103 มีสัมภาษณ์ทีมงาน Creative Commons Thailand (บางส่วนที่ไปได้ในวันนั้น) จากซ้ายไปขวาคือ @phichai @moui ผมเอง และ @bact

Free Copy / A Day 103

ภาพนี้ถ่ายกันที่ด้านข้างของ All Season (แอบถ่ายด้วย) พี่ช่างภาพของ a day เก่งมากหามุมนี้ได้ ระหว่างถ่ายมีรถวิ่งเข้าออกต้องคอยหลบกันตลอด สรุปว่าการไปเป็นแบบสำหรับถ่ายรูปลงแมกกาซีนก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ดีอันหนึ่งของชีวิตเหมือนกัน

Open a book

จากการสังเกตบล็อกเกี่ยวกับงานหนังสือ ตลอดช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมสรุปได้ว่าสำนักพิมพ์ยอดนิยมใน blogosphere มีสองค่าย

ได้แก่ โอเพ่น และ อะเดย์ (ชื่อสำหรับการพิมพ์หนังสือคือ อะบุ๊ค)

ทั้งสองค่ายมีรากเหง้ามาจากนิตยสารนอกกระแส ถึงจะประสบปัญหากับการขายนิตยสารอยู่บ้าง (โอเพ่นต้องปิดตัวลงไป ส่วนอะเดย์ก็ต้องปิดนิตยสารลูกคือ อะเดย์วีคลี) ปัจจุบันทั้งสองสำนักพิมพ์ดูจะหาที่ทางยืนของตัวเองได้ นั่นคือการขายพ็อกเก็ตบุ๊ค

ถึงจะมีกลุ่มเป้าหมายบางส่วนทับซ้อนกัน แต่ก็กลุ่มเป้าหมายหลักเฉพาะของตัวเองไม่เกี่ยวกัน ค่ายอะเดย์จะเน้นไปทางความรู้สึกและอารมณ์มากกว่า (ถึงกับมีงานวิจารณ์วรรณกรรมบางชิ้น บอกว่าค่ายนี้ "สุขนิยม") ในขณะที่โอเพ่นจะโตขึ้นมาอีกหน่อย ยกประเด็นเหตุบ้านการเมืองที่ซีเรียสขึ้นมาอีกระดับ (เลเวลขั้นสูงสุดของจ็อบสายนี้คือ มติชนสุดสัปดาห์)

Captain Tsubasa

เพิ่งอ่าน a day ปกซึบาสะจบ (เฉพาะสกู้ปเรื่องซึบาสะนะ) ในฐานะแฟนซึบาสะเหมือนกันก็ขอเขียนนิดนึง

Pages

Subscribe to RSS - a day