Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
The Da Vinci Code เวอร์ชันหนังสร้างกระแสในบ้านเราได้พอดู (จากกรณีกลุ่มผู้นับถือศาสนาคริสต์บ้านเราประท้วง - มีลง Wikipedia ด้วย) อย่างน้อยๆ มันทำให้ทราฟฟิกจากกูเกิลเข้ามายังบล็อกอันก่อน (รหัสลับดาวินชี ฉบับนิยาย) ไม่น้อยเลย

ทีมเขียนบทหนังเรื่องนี้ต้องทำงานหนักทีเดียวในการจับนิยายหนาเกือบ 500 หน้ามายัดลงในหนัง 2.5 ชม. ให้ได้ ถึงแม้หนังจะตัดรายละเอียดยิบย่อยไปหลายส่วนแต่ก็ยังดูรู้เรื่อง การเล่าเรื่องด้วยภาษาภาพและสัญลักษณ์ทำได้ค่อนข้างดีไม่แพ้วิธีการเล่าเรื่องของต้นฉบับ หนังเรื่องนี้ภาพสวยใช้ได้ โดยเฉพาะฉากลูฟร์ในตอนจบที่ไม่ว่าใครดูแล้วก็ต้องอยากไปปารีสแน่นอน
แต่ถึงจะรวบเรื่องได้ดีขนาดไหนก็ตาม รายละเอียดในนิยายก็ยังเยอะเกิน 2.5 ชม. อยู่ดี หนังจึงดำเนินเรื่องฉับไวอัดแน่น โรเบิร์ต แลงดอนเวอร์ชันทอมแฮงค์ไม่เสียเวลาร่ำไรเมื่อเจอปริศนา คนดูจึงหมดโอกาสที่จะได้ลองบริหารสมอง ซึ่งตรงนี้เป็นสเน่ห์สำคัญอีกจุดในนิยาย
จุดเล็กๆ ที่รู้สึกขัดๆ คือภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสของนางเอก Audrey Tautou แต่เมื่อคิดถึงความเป็นจริงแล้ว โซฟี เนอเวอก็ต้องออกสำเนียงแบบนี้นั่นล่ะ
ผมชอบ Paul Bettany มาตั้งกะเรื่อง A Knight's Tale ก่อนที่พี่แกจะมาดังระเบิดใน A Beautiful Mind (หมอนี่ได้แต่บทยากๆ) ความรู้สึกตอนอ่านฉบับนิยาย ผมจินตนาการซิลาสออกไปทางกอลลัม (Lotr) แต่ฉบับหนังนี้ซิลาสสูงโปร่งดูดีไปแทนซะงั้น :)
โดยรวมๆ ก็ใช้ได้ครับ คุ้มตังค์แน่นอน
Comments
plynoi
18 May, 2006 - 23:44
Permalink
โอ้
โอ้ ต้องไปดูซะแล้ว มีคนมาการันตีแบบนี้
ิbpitk
19 May, 2006 - 07:01
Permalink
อยากดูจัง
อยากดูจัง
แต่แฟนห้ามไว้ ต้องรอเขาว่างก่อนค่อยไปดู (ไม่งั้นเป็นเรื่อง)
ชอบนางเอง มาตั้งแต่เรื่อง อามิลี่ น่ารักดี
คงพูดอังกฤษ สำเนียงฝรั่งเศส sexyไปอีกแบบนะ
airautumn
19 May, 2006 - 12:49
Permalink
ไใ่อยากให
ไใ่อยากให้ตัดเลยเจงๆๆ -*-
Add new comment