Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
{{โครงไอเดีย}}
สำหรับสามระบบปฏิบัติการหลัก ปัจจุบัน
รายละเอียดต่างกันนิดหน่อย ตรงที่แมคกับวินนั้นอัพเดตได้เฉพาะตัวโอเอส และโปรแกรมที่เป็น official support เท่านั้น (3rd party ไม่ได้) ส่วน apt/yum นั้นใช้วิธีรวมเอาโปรแกรม 3rd party มาเป็น official support ด้วยเลย
แนวคิดในการอัพเดตโอเอสนั้น เป็นการมองตัวโอเอสเป็นแพลตฟอร์มนึง และใส่ความสามารถอัพเดตตัวเองให้แพลตฟอร์มนั้น
ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อแพลตฟอร์มใหม่ๆ เริ่มเกิดขึ้นมา และแพลตฟอร์มเหล่านี้ซ้อนทับแพลตฟอร์มโอเอส
ตัวอย่างที่ดีคือ Java ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแทรกอยู่ระหว่างโอเอส กับโปรแกรม
บนแมคนั้น แอปเปิลสนับสนุน Java เป็น official ดังนั้นอัพเดตผ่าน Software Update ได้ ตัดกรณีนี้ทิ้งไป
แต่บนวินโดวส์กับลินุกซ์ เราไม่สามารถสั่งอัพเดต JRE ผ่าน Windows Update หรือ APT ได้ ต้องใช้เครื่องมืออัพเดตพิเศษของ Sun โดยเฉพาะ ถ้ามองที่เครื่องเครื่องเดียว มันมีค่าใช้จ่ายในการคลิกไม่กี่ครั้ง แต่ถ้าเป็นการ deploy จำนวนมากๆ มันเริ่มจะเป็นเรื่องแล้วล่ะ
ปัจจุบันเริ่มมีแพลตฟอร์มใหม่ๆ ขึ้นมา หรือโปรแกรมบางตัวก็ทำตัวเป็นแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น บรรดาแอนตี้ไวรัส หรืออย่าง Acrobat กับ Flash ก็มีระบบอัพเดตของตัวเอง
ตัวอย่างที่ดีอีกอันคือ Firefox และ Extension ของ Firefox
Firefox 1.5 มีระบบอัพเดตตัวเองในโปรแกรม และสามารถอัพเดต Extension ได้ด้วย ซึ่งดีสำหรับผู้บริโภค แต่ว่าก็มีปัญหาเดียวกันกับ Java ก็คือผู้ใช้ต้องอัพเดตแยกจากระบบปฎิบัติการ
แนวคิดโปรแกรมขนาดเล็ก พัฒนาง่าย ใช้งานเฉพาะ ที่เรียก widget หรือ gadget นั้นกำลังมาแรง ที่ดังๆ ก็คือ Dashboard ของแอปเปิล, Gadget ของ Vista, Widget ของ Opera, พวกตระกูลบล็อกที่มี Widget ก็ใช่ และ Extension ของ Mozilla นี้ก็นับเช่นกัน
อ่านบั๊กใน Bugzilla จะเห็นฟีเจอร์ประเภท Whitelist/Blacklist, Digital Signature สำหรับ Extension ต่างๆ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับระบบ APT เลย เพียงแต่มันเป็นแพลตฟอร์มซ้อนแพลตฟอร์มเท่านั้น
ในโลกของ large scale deployment ปัญหานี้จะทำให้แอดมินปวดหัว และเกิดค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากแน่นอน
เราเห็นปัญหานี้กันรึยัง และมองหาวิธีแก้กันรึยัง?
Add new comment