ช่วงนี้เพิ่งมีหนังสือเกี่ยวกับลินิกซ์เล่มหนึ่งออกวางตลาดครับ มันไม่ใช่หนังสือแนะนำการติดตั้ง หรือการใช้งานลินิกซ์ แต่ว่าเป็นชีวประวัติของไลนุส (หรือ ไลนัส, ลินัส แล้วแต่จะเรียก แต่ขอเรียกตามในหนังสือว่า ไลนุส นะครับ) ทอร์วอลด์ ผู้ให้กำเนิดลินิกซ์นั่นเอง ว่าเค้าทำอย่างไร ลินิกซ์ถึงกำเนิดขึ้นมาได้ และนี่เป็นหนังสือที่จะมาแนะนำกันวันนี้ครับ

"เอามัน" หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Just For Fun เขียนโดยเดวิด ไดมอนด์ และตัวไลนุสเอง แปลภาษาไทยโดยคุณ eS_U พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ราคา 215 บาท เนื้อเรื่องในเล่มก็จะเริ่มตั้งแต่ไลนุสยังเล็ก จนกระทั่งย้ายมาทำงานที่บริษัททรานส์เมต้า ในอเมริกาเลยครับ
ประวัติคร่าวๆ ของไลนุส และลินิกซ์ ก็เริ่มตั้งแต่ นายไลนุสเราเป็นชาวฟินแลนด์เชื้อสายสวีเดน ที่อาศัยอยู่ในเฮลซิงกิ สมัยเด็กๆ เค้าก็เป็นเด็กแบบที่เมืองนอกเค้ามีศัพท์แสลงเรียกว่า "Geek" หรือว่า "Nerd" ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกกันว่า "เด็กเรียน" รึไม่ก็ "เซียนคอมพ์" นั่นล่ะครับ ใส่แว่น ไม่ออกกำลังกาย วันๆ ก็อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์
เมื่อศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย เค้าไปเรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ลินิกซ์ก็เกิดขึ้นมาช่วงนี้ เนื่องจากว่าเค้าใช้งาน มินิกซ์ (Minix) ซึ่งเป็นยูนิกซ์แบบง่ายๆ ประกอบการสอนวิชาระบบปฏิบัติการ แล้วไม่ถูกใจนัก ก็เลยพยายามแกะ แงะ เจ้ามินิกซ์ แล้วเขียนบางส่วนใหม่ขึ้นมา จนกลายเป็นระบบปฏิบัติการอีกตัวนึงที่ชื่อลินิกซ์นั่นเอง

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น ถ้าไลนุสสร้างลินิกซ์ขึ้นมาได้ แล้วนำไปขายเหมือนกับที่เราเคยเห็นเศรษฐีในธุรกิจคอมพิวเตอร์หลายๆ คน เช่น บิลล์ เกตส์ หรือ สตีฟ จ็อบส์ เคยทำมาแล้ว ลินิกซ์ก็คงไม่มีความหมายอะไรมาก แต่ว่า สาเหตุที่ไลนุสสร้างลินิกซ์ขึ้นมานั้น เกิดจากความมัน หรือความอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ล้วนๆ เค้าต้องการอวดผลงานของตนให้ชาวโลกได้รับรู้ เลยตัดสินใจเผยแพร่ลินิกซ์ในรูปแบบของโอเพนซอร์สในที่สุด ซึ่งช่วงแรกก็เป็นแค่การเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดไปลองใช้ดูธรรมดา แต่เมื่อผู้ใช้หลายๆ คนก็เป็นระดับเซียนคอมพ์เหมือนกัน ลินิกซ์จึงถูกมือดีทั่วโลกช่วยกันพัฒนามันขึ้นมาจนปัจจุบัน

ประวัติของลินิกซ์คร่าวๆ ก็จบแค่นี้ครับ แต่ในหนังสือ "เอามัน" เล่มนี้ กล่าวเกี่ยวกับลินิกซ์ไม่มากอย่างที่คิด ประเด็นสำคัญของหนังสืออยู่ที่ความคิดและการวางตัวของไลนุส มากกว่า ว่าทำอย่างไร เขาถึงประสานงานโปรแกรมเมอร์หลายพันจากทั่วโลก เขียนโค้ดของระบบปฏิบัติการซับซ้อนขนาดหลายสิบล้านบรรทัดได้
ผมอ่านแล้วพบว่า ตัวไลนัสเป็นคนที่เรียบง่ายอย่างมาก ในหัวของเขามีแต่เรื่องของเทคโนโลยีล้วนๆ เขาสนใจแต่การแก้ปัญหาในทางของคอมพิวเตอร์เท่านั้น ว่า ทำจะแก้บั้กส่วนนี้ได้อย่างไร โดยที่ไม่สนใจว่า จะทำเงินจากลินิกซ์ได้อย่างไร แม้แต่น้อย (เรียกได้ว่า "เอามัน" หรือ Just For Fun ตามชื่อหนังสือจริงๆ) เขาไม่มีความรู้เรื่องหุ้น และหัวเสียเมื่อมีปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์ของคำว่า ลินิกซ์ เขาไม่สนใจการเอาชนะ บิลล์ เกตส์
ถึงแม้ว่าสื่อมวลชน และพวกเราหลายๆ คนคาดหวังว่า เขาจะกลายมาเป็นผู้นำในการโค่นไมโครซอพท์ลงไป ที่สำคัญคือ เขา "ถ่อมตน" เป็นอย่างมาก คำตอบต่อคำถามจากสื่อมวลชนหลายๆ คำถาม มักจะมาแนวๆ "เป็นเพราะว่าผมขี้เกียจ" หรือว่า "ขอให้ทุกคนสบายใจก็พอ" โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่า คุณสมบัติเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไลนุส ชนะใจ และสามารถนำทีมการพัฒนาลินิกซ์มาได้จนถึงทุกวันนี้ครับ
สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ นอกจากประวัติของไลนุส และลินิกซ์แล้ว ก็คือ เป็นการเตือนตัวเองให้ลดความหยิ่ง ความมั่นใจในตัวเองลง เนื่องจากผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจคอมพิวเตอร์นี้ ส่วนมากจะยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว และเติบโตหรือว่าโด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้มั่นใจในตัวเองเต็มที่ ไม่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น (เรียกว่า อีโก้สูง ก็ว่าได้) แต่เมื่อได้อ่านความคิดของไลนุส ผู้ซึ่งโด่งดังระดับโลก และประสบความสำเร็จมากกว่าใครหลายเท่า กลับปฏิบัติตัวเรียบง่าย ธรรมดา ไม่หยิ่ง และเบื่อที่ต้องมานั่งตอบคำถามนักข่าว หรือแจกลายเซ็น ก็จะเป็นการเตือนตัวเองให้ลดอีโก้ลงไปได้ครับ
นอกจากนี้ ถ้าใครสนใจประวัติและแนวคิดคร่าวๆ ของการพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส และทำไมไลนุสถึงดำเนินงานโอเพ่นซอร์สได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก็แนะนำให้อ่าน "เอามัน" ครับ