จากตอนที่แล้ว หลายๆ ท่านอาจจะลองหาดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ อย่าง ออฟฟิศทะเล หรือ ปลาดาว มาลองเล่นกันบ้างแล้ว ทีนี้เรามาลงลึกกันลงไปอีกหน่อยว่า เมื่อย้ายมาทำงานบนลินิกซ์ นอกจากโปรแกรมจะเปลี่ยนไป มีอะไรเปลี่ยนไปอีกบ้าง
ระบบผู้ใช้
อันดับแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ลินิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการแบบมีผู้ใช้งานได้หลายคนพร้อมกันบนเครื่องๆ เดียว โดยไม่จำเป็นต้องนั่งพิมพ์อยู่หน้าเครื่อง เพราะลินิกซ์ได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ที่อยู่บริเวณสามารถเข้าถึงข้อมูล และทำงานบนเครื่องๆ นั้นได้ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า วินโดว์ ก็ทำได้เหมือนกันนี่ ที่มีผู้ใช้หลายคน แล้วมันต่างกันตรงไหน?
ส่วนที่ต่างคือ ลินิกซ์ถูกออกแบบมาให้มีผู้ใช้จำนวนมาก (บางทีเป็นหลักร้อยเลยนะครับ) ดังนั้น จะต้องมีผู้ดูแลที่มีสิทธิ์เด็ดขาดบนเครื่องๆ นั้น ผู้ดูแลนี้สามารถทำอะไรกับเครื่องนั้นก็ได้ จะสั่งปิด สั่งรีสตาร์ต ลงโปรแกรม ลบโปรแกรม หรือลบผู้ใช้คนอื่นทิ้งไปเลยก็ได้
ผู้ดูแลคนนี้ เรียกว่า root ครับ อาจจะเทียบกับวินโดว์ 98 หรือ ME ไม่ได้ เพราะผู้ใช้ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่ถ้าเคยใช้วินโดว์ XP, 2000 หรือ NT แล้วล่ะก็ ตำแหน่ง root ของลินิกซ์เทียบเท่ากับ Administrator นั่นเอง ตอนเราลงลินิกซ์จะมีให้ตั้งรหัสผ่านของ root และเวลาล็อกอินเข้าระบบลินิกซ์ ก็ใช้ชื่อเป็น root พร้อมกับรหัสที่เราตั้งไว้ การใช้งานลินิกซ์ตามปกติแล้วควรจะมีอีกผู้ใช้หนึ่งไว้ทำงานทั่วๆ ไป จนกระทั่งต้องทำงานที่ root เท่านั้นจะทำได้ถึงค่อยใช้ผู้ใช้ root ทำ เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจครับ
โครงสร้างไดเรคทอรี
อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงเยอะในลินิกซ์ นั้นคือโครงสร้างไดเรคทอรี ตามปกติแล้ว ในวินโดว์นั้น ไดเรคทอรีที่อยู่นอกสุดคือ Desktop บน Desktop ก็จะมีของหลายอย่าง เช่น My Computer, My Documents ใน My Computer ก็จะแบ่งฮาร์ดดิสก์ของเราไปไดรว์ต่างๆ ตั้งแต่ A ไปเรื่อยๆ แล้วแต่จะตั้งไว้ แต่พอมาอยู่บนลินิกซ์ การเรียงตัวของไดเรคทอรีจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลย โดยจะอ้างไดเรคทอรีชั้นนอกสุดเป็น / ครับ (อ่านว่า รูท อีกเช่นกัน) และจะมีไดเรคทอรีถักเข้ามาเรื่อยๆ โดยไม่มีการแบ่งเป็นไดรว์เหมือนกับวินโดว์ โครงสร้างไดเรคทอรีที่สำคัญๆ มีดังนี้ครับ
| / | เปรียบเหมือนไดเรคทอรีชั้นนอกสุด |
| /home | อันนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา สมมติว่าผมมีชื่อผู้ใช้ว่า mark พื้นที่ส่วนตัวของผมก็จะเป็น /home/mark ในนั้น ก็จะเก็บไฟล์ต่างๆ ทุกอย่างที่เป็นของผม เช่น เมล์ รูปภาพ |
| /root | อันนี้เป็นเหมือนกับ /home ของ root |
| /usr | ส่วนนี้มักจะเอาไว้ลงโปรแกรมครับ มีรายละเอียดเยอะมาก ขอข้ามไปก่อน |
| /mnt | อธิบายง่ายๆ คือ ไดรว์พิเศษที่ถูกเรียกใช้ ตามปกติในลินิกซ์ทะเล 5.0 ถ้าเราต้องการจะเซฟไฟล์ลงในพาร์ทิชันของวินโดว์ ก็จะอยู่ใน /mnt เช่น /mnt/drive_c |
| /dev | ใน /dev คือ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด ไดรว์ซีดีรอม โดยลินิกซ์จะมองทุกอย่างเป็นไฟล์ |
ระบบไดเรคทอรีของลินิกซ์นั้นค่อนข้างจะซับซ้อนและต้องทำความเข้าใจพอสมควร ถ้าต้องการรายละเอียดก็หาหนังสือมาอ่านเพิ่มนะครับ ทบทวนความเข้าใจอีกทีว่า ไฟล์ส่วนตัวของเรา ให้เก็บไว้ใน home ของเราครับ ใน home ของเราเรามีสิทธิ์ที่จะสร้าง, ลบ และแก้ไขอะไรก็ได้ แต่ home ของคนอื่น ก็ไม่มีสิทธิ์ไปแอบดูของเค้านะเนี่ย เวลาพิมพ์งาน หรือจะเซฟอะไรแล้ว ก็เซฟไว้ใน home ของเรานั่นเอง
สิทธิ์ในการอ่านเขียนไฟล์
จากข้อข้างบน เรามีสิทธิ์ที่จะสร้าง, ลบ, แก้ไฟล์ของเราเองใน home ใช่มั้ยครับ และเราไม่มีสิทธิ์ไปแอบดู แอบแก้ไฟล์ของชาวบ้านเค้า ที่อยู่บนเครื่องเดียวกัน (มีแต่ root เท่านั้นที่ทำได้ เพราะ root มีอำนาจสูงสุด) สิทธิ์ในการทำงานกับไฟล์ บนลินิกซ์มี 3 ประเภท คือ Read อ่านข้อมูลจากไฟล์, Write เขียนข้อมูลลงไฟล์ และ Execute เรียกไฟล์ทำงาน (เช่น รันโปรแกรม) จะใช้ตัวย่อว่า r, w, x ตามลำดับ เรื่องนี้ก็จะไม่ขอลงลึกมาก เพราะจะเป็นทางด้านทางเทคนิคเกินไป ถ้าใครอยากรู้ต้องไปหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเหมือนกันนะครับ ในหนังสือลินิกซ์บ้านเราส่วนมากมีเรื่องนี้เกือบทุกเล่มอยู่แล้ว
ปัญหาบางปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นว่า เราไม่มีสิทธิ์ในการแก้ไขไฟล์ของชาวบ้านเค้าได้ วิธีการดูว่า เรามีสิทธิ์ทำอะไรกับไฟล์ไหนบ้าง ให้คลิกขวา (บนทะเล 5.0) ที่ไฟล์ไหนก็ได้ แล้วเลือก “คุณสมบัติ” เลือกไปที่แถบ “สิทธิ์ที่อนุญาต” ก็จะเห็นว่าทำอะไรได้บ้าง

การลงโปรแกรม
ตามปกติแล้ว ในวินโดว์ ถ้าเราต้องการจะลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเติม เราก็ดาวน์โหลดโปรแกรมมา แล้วมองหาคำว่า Setup.exe ทำนองนี้ ดับเบิลคลิกมัน 1 ที และก็จะเริ่มขึ้นตอนการลงโปรแกรม ทีนี้พอมาบนลินิกซ์นั้นจะมีขั้นตอนการลงได้หลายวิธี การลงที่แพร่หลายที่สุดและลินิกซ์ทะเล 5.0 ก็ใช้อยู่ คือ ระบบ RPM ครับ (Redhat Package Management) สมมติว่าเราไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาเพิ่มเติม หรือ ต้องการจะลงโปรแกรมจากซีดีใหม่อีกรอบ ไฟล์ของโปรแกรมนั้นจะมีนามสกุล .rpm วิธีการลงก็ง่ายๆ เช่นกัน แค่ดับเบิลคลิกไฟล์ .rpm ตัวลินิกซ์ก็จะถามแล้วว่า ต้องการจะลงโปรแกรมเพิ่มรึเปล่า เราจะกด Next ไปเรื่อยๆ เท่านั้น
ไฟล์ที่ถูกบีบอัด
คิดว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับไฟล์ ZIP ซึ่งเป็นไฟล์ที่ถูกบีบขนาดให้เล็กลง บนลินิกซ์นั้นสามารถเปิดไฟล์ ZIP ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าเค้ามักจะไม่ค่อยใช้ไฟล์ .zip กันน่ะสิ ไฟล์บีบอัดที่ใช้กันมากในลินิกซ์ มักจะมีนามสกุลว่า .tar.gz หรือ บางครั้งก็ย่อว่า .tgz ตัว gz นั้นย่อมาจาก Gzip ซึ่งเป็นระบบ ZIP ที่ทำงานบนลินิกซ์ ซึ่งเจ้าไฟล์ .tar.gz นี้สามารถเอาไปเปิดบนวินโดว์ด้วย WinZip ได้ ไม่ต้องกังวลว่าเราเอาไฟล์จากลินิกซ์ไปใช้ไม่ได้แน่นอนครับ วิธีการแตก ZIP ในลินิกซ์ เหมือนกับในวินโดว์ที่ลง WinZip ไว้เลย คือ คลิกขวาที่ไฟล์ ZIP แล้วเลือก Extract จะ Extract Here หรือ Extract to ก็แล้วแต่เรา
นี่คือ ระบบการทำงานคร่าวๆ ของลินิกซ์ ส่วนที่แตกต่างจากวินโดว์มากๆ ก็มีอยู่เท่านี้ล่ะครับ หวังว่าคงช่วยคุณผู้อ่านเข้าใจการทำงานของมันมากกว่าเดิม แล้วมาต่อกันตอนหน้า ว่าถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น เราจะทำอย่างไรกันดี