10 ปี Debian

วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ เป็นวันเกิดครบรอบ 10 ปี ของ Debian ซึ่งเป็นลินิกซ์อีกดิสทริบิวชันหนึ่ง ที่ผู้ใช้หน้าใหม่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่ถ้าไปถามผู้ใช้ลินิกซ์ระดับเซียนแล้วล่ะก็ หลายๆ คนอาจจะเปิดโน้ตบุคขึ้นมาโชว์ แล้วบอกว่า เนี่ยครับ ผมใช้ Debian อยู่ก็ได้

Debian เป็นลินิกซ์ดิสทริบิวชัน เหมือนกับ RedHat, Mandrake, Slackware หรือ TLE เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ Debian แตกต่างไปจากดิสทริบิวชันทั่วๆ ไปอย่าง RedHat นั่นคือ Debian เป็นดิสทริบิวชันที่ไม่หวังผลกำไร

ยกตัวอย่างน่าจะพอเห็นภาพกว่านะครับ RedHat Linux นั้นคือการนำเอาซอพท์แวร์ต่างๆ ทั้งโอเพ่นซอร์ส และไม่โอเพ่นซอร์ส มารวมกันเป็นระบบปฏิบัติการ ซึ่งขั้นตอนการรวมซอพท์แวร์ จนกระทั่งทำเป็นตัวติดตั้ง และวางขายนี้ ทำโดยพนักงานของบริษัท RedHat

แต่สำหรับ Debian ขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ทำตัวติดตั้ง ปรับแต่งซอพท์แวร์ให้เหมาะสม รวมไปถึงดูแลรักษาเว็บไซท์ ทำด้วยอาสาสมัครล้วนๆ ภายใต้อุดมการณ์ที่เรียกกันภายในว่า Debian Social Contract โดยมีเนื้อความง่ายๆว่า Debian จะฟรีตลอดไป และการพัฒนาจะเป็นไปอย่างเปิดเผยผ่านกระบวนการโอเพ่นซอร์ส การพัฒนา Debian นั้นกระทำผ่านอินเทอร์เนตเช่นเดียวกับเคอร์เนลของลินิกซ์ นักพัฒนอาสาสมัครจากทั่วโลก ใช้เว็บไซท์ Debian.org เป็นฐาน พูดคุยกันผ่าน Mailing List เขียนโปรแกรม แก้บั้ก ทดสอบ และแจกจ่าย Debian ให้ดาวน์โหลดกันฟรีๆ

นอกจากจะฟรีแล้ว Debian ยัง"ดี"อีกด้วย ระบบการลงซอพท์แวร์ที่เรียกว่า apt-get ของ Debian นั้น ได้รับการยอมรับว่าดีกว่าระบบ RPM ที่ใช้กันใน RedHat หรือ Mandrake เมื่อมีซอพท์แวร์ใหม่ๆ ออกมา ผู้ใช้งานระบบ apt ของ Debian แทบจะได้ใช้ซอพท์แวร์ตัวนั้นก่อนผู้ใช้ระบบ RPM อย่าง RedHat เพราะอาสาสมัครผู้ดูแลแพกเกจ apt ของ Debian ที่เรียกว่า maintainer นั้น มีจำนวนเป็นหลักพัน และช่วยกันหาโปรแกรมเวอร์ชันใหม่ๆ มาเพิ่มให้ Debian ตลอดเวลา นอกจากนี้ชุมชนนักพัฒนา Debian ได้รับการยอมรับว่า เป็นชุมชนโอเพ่นซอร์สที่แข็งแกร่งมากแห่งหนึ่ง ปัญหาที่พบใน Debian จะถูกแก้ไขไปอย่างรวดเร็ว ส่วนถ้าใช้งานไปแล้วเกิดคำถาม ในห้อง Chat ของ Debian ก็มีคนออนไลน์อยู่จำนวนมากตลอดเวลาเช่นกัน (อันนี้เคยลองมาแล้วครับ เยอะจริงๆ)

ส่วนข้อเสียสำคัญของ Debian นั้นคือ มันเป็นลินิกซ์สำหรับเซียนครับ เซียนคอมพิวเตอร์ที่คิดอะไรไม่เหมือนผู้ใช้ธรรมดาเท่าไร แถมไม่ค่อยง้อให้คนธรรมดาใช้ด้วย เซียนเหล่านี้ชอบมองว่า ระบบติดตั้งสวยงาม ใช้งานง่าย สำคัญไม่เท่าความสามารถในการปรับแต่งได้เยอะๆ ทำให้การลง Debian สำหรับมือใหม่ เรียกได้ว่าเป็นยาขมเลยทีเดียว

การปรับแต่งเดสก์ทอปให้เหมาะสมกับการใช้งาน ก็ไม่ได้ปรับมาให้แล้วเหมือน RedHat หรือ Mandrake เกือบทุกอย่างต้องทำด้วยมือ ต้องมานั่งแก้ไฟล์คอนฟิกเอาเอง จากจุดอ่อนพวกนี้ เลยมีบริษัทหัวใสหลายราย เช่น Xandros หรือ Lindows นำ Debian มาปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ใช้หน้าใหม่ เมื่อแก้จุดอ่อนตรงใช้งานยากออกไปแล้ว และรวมกับความสามารถเด่นๆ หลายอย่างของ Debian ทำให้ลินิกซ์จาก Xandros และ Lindows มีคุณภาพดีพอสมควรเลย

โครงการ Debian นั้นเริ่มเมื่อปี 1993 โดยนายเอียน เมอร์ดอค คำว่า Debian ก็มาจากชื่อของเค้า เอียน ( -ian ) กับชื่อแฟนของเค้า เด็บบาร่า (deb-) เอามารวมกันก็เป็น Debian ครับ โรแมนติกน่าดู

ส่วนการออกเสียงนั้นในเวบไซท์ของ Debian นั้น นายเอียนอยากให้อ่านว่า Deb -ee-n (น่าจะออกเสียงเป็น เด็บ-บี้น แต่ส่วนมากผมเห็นออกเสียงกันเป็น เดบเบียน หรือ เดเบียน มากกว่า

โครงการ Debian เปลี่ยนผู้นำโครงการมาแล้วหลายคน แสดงให้เห็นถึงข้อดีของโอเพ่นซอร์ส คือ ถึงแม้ว่าผู้ก่อตั้งหรือผู้นำเกิดเบื่อ และไม่อยากทำโครงการนั้นต่อ โครงการนั้นจะยังมีชิวิตรอดอยู่ต่อไปได้

ปัจจุบัน Debian ออกถึงรุ่น 3.0 โดยมีโค้ดเนมว่า Woody (โค้ดเนมของ Debian นี้จะใช้ตามตัวละครจากการ์ตูนเรื่องทอย สตอรี่ครับ เช่น Woody ก็คือตุ๊กตาคาวบอยพระเอก Buz คือ ตุ๊กตามนุษย์อวกาศ น่ารักดีครับ) Debian ยังพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ และไม่มีแนวโน้มที่โครงการนี้จะซบเซาลงจนล้มไปเลย

ถ้าอยากหาความท้าทายกับลินิกซ์ ลองมาใช้ Debian ดู อาจทำให้คุณเก่งระดับเซียนได้ครับ หาข้อมูลได้จากเว็บไซท์ www.debian.org