Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
มื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เกริ่นเรื่อง บริษัทยักษ์ใหญ่ Novell ได้เข้าซื้อบริษัท SuSE ผู้ผลิตลินิกซ์รายใหญ่สัญชาติเยอรมัน คราวนี้มาเจาะรายละเอียดข่าวใหญ่คับวงการลินิกซ์นี้กันครับ
จริงๆ ตัวเนื้อข่าวก็มีนิดเดียว Novell ซื้อ SuSE ในราคา 210 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการรวมบริษัทจะยังไม่ทำทันทีในช่วงนี้ คงเริ่มประมาณต้นปีหน้า มีรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อยตรงที่บริษัท IBM ได้ร่วมควักเงินลงขันซื้อหุ้นใน Novell อีก 50 ล้านเหรียญ ก็เหมือน IBM มีเอี่ยวในแผนด้านลินิกซ์ของ Novell ครั้งนี้กลายๆ ประเด็นสำคัญมีอยู่ดังนี้ครับ ก่อนอื่นเลย Novell เพิ่งเข้าซื้อบริษัทที่ทำซอพท์แวร์ด้านลินิกซ์และโอเพ่นซอร์สที่ชื่อ Ximian มาก่อนหน้านี้ประมาณสองสามเดือน (ผมเคยเขียนเรื่อง Novell ซื้อ Ximian ไปทีนึงแล้ว สนใจอ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ http://linux.thai.net/~markpeak นะครับ) การซื้อบริษัท SuSE ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับตัวระบบปฏิบัติการลินิกซ์โดยตรงจึงแสดงถึงความมุ่งมั่นของ Novell ที่หันทิศทางของตัวเองมาที่ลินิกซ์อย่างชัดเจน
คุณผู้อ่านบางคนอาจไม่รู้จักบริษัท Novell ลองเปิดเว็บไซท์ของบริษัทดูก็ได้นะครับ ที่ www.novell.com Novell นี้ทำเกี่ยวกับซอพท์แวร์ทางด้านเนตเวิร์คครับ ระบบปฏิบัติการเครือข่าย NetWare เคยสร้างชื่อเอาไว้มากในสมัยที่วินโดว์ยังไม่ครองตลาดเหมือนทุกวันนี้ นอกจากนี้ Novell ยังมีซอพท์แวร์อื่นๆ อีกเยอะ ส่วนมากเกี่ยวกับระบบเครือข่ายภายในองค์กร เช่น ระบบอินทราเนต กรุปแวร์ หรือไดเรคทอรี ตัวอย่างซอพท์แวร์พวกนี้ เช่น GroupWise, ZENWork และ Novell eDirectory อาจจะคุ้นๆ กันบ้างนะครับ
สมัยที่วินโดว์ออกมาใหม่ๆ และยังไม่สนับสนุนการใช้งานเครือข่ายเท่าที่ควร ใครๆ ก็ใช้ NetWare กัน ต่อมาเมื่อไมโครซอพท์ขยายตลาดมากขึ้น ก็เริ่มเข้าตีตลาดของ NetWare ซึ่งเป็นตลาดระบบปฏิบัติการในระดับองค์กรด้วย Windows สายตระกูล NT (ที่เปลี่ยนมาเป็น Windows 2000 และ 2003 ในช่วงหลังนี้) ทำให้ Novell ต้องตกเป็นรองในตลาดนี้เรื่อยมา มาถึงทุกวันนี้สถานการณ์ของ Novell ก็ยังไม่ดีขึ้นนัก หลังจากเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับไมโครซอพท์แล้ว พอลินิกซ์บูม ลูกค้าของ NetWare ที่เหลืออยู่ก็ทยอยเปลี่ยนไปใช้ลินิกซ์ด้วยสาเหตุด้านราคาที่ถูกกว่า ประสิทธิภาพที่ดีกว่า และอีกสาเหตุที่ไม่น่าจะเกี่ยวแต่มีส่วนมากคือ ลินิกซ์กำลังอินเทรนด์
นั่นเป็นสาเหตุให้ Novell ต้องหันมาปรับตัวครับ บริษัทขาดทุนมาหลายไตรมาสตั้งแต่ปี 2001 แล้วแม้ว่า NetWare จะซบเซาลงจนเรียกได้กว่า ใกล้ตาย แต่ซอพท์แวร์ต่างๆ ที่รันอยู่บน NetWare เช่น ระบบแชร์ไฟล์หรือแชร์เครื่องพิมพ์นั้นยังใช้งานได้ดี และผู้ใช้จำนวนมากบอกว่าซอพท์แวร์ด้านนี้ของ Novell นั้นดีกว่าของเจ้าอื่นเยอะ เมื่อปัญหาอยู่ที่ตัวระบบปฏิบัติการ NetWare ก็ต้องแก้ที่ตัวระบบปฏิบัติการ ทำให้เมื่อต้นปี Novell ออกมาแถลงว่า จะมุ่งเน้นมาที่ตลาดลินิกซ์มากขึ้น จนมาเป็นข่าวดังเมื่อเข้าซื้อสองบริษัทใหญ่ด้านลินิกซ์ในครั้งนี้

การควบกิจการคราวนี้ นักวิเคราะห์มองว่าได้ประโยชน์กันถ้วนหน้าครับ
บริษัท SuSE นั้นเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลิตลินิกซ์อันดับสองของโลก (รองจาก Red Hat) แต่ขนาดบริษัทนั้นคนละเรื่องกันเลย Red Hat มีส่วนแบ่งตลาดถึง 1.8 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ SuSE ถูกซื้อไปในราคา 210 ล้านเหรียญเท่านั้นเอง ดังนั้น สิ่งที่ SuSE ซึ่งครองตลาดยุโรปอยู่ต้องการก็คือ เงินทุนจากยักษ์ใหญ่ (กว่า), ฐานลูกค้าเก่าที่ Novell มีอยู่ และลู่ทางในฝั่งอเมริกาที่ SuSE หาเองลำบาก การควบกิจการครั้งนี้ถือว่า SuSE ได้ไปครบตามต้องการเลยครับ
ส่วนฝ่าย Novell เอง SuSE ถือได้ว่าเป็นจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายในการบุกตลาดลินิกซ์ เพราะ Novell เองมีซอพท์แวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรอยู่แล้ว สามารถย้ายไปทำงานบนลินิกซ์ได้ไม่ยากนัก (กำลังจะวางตลาด ในชื่อ Novell Nterprise) เมื่อซื้อบริษัท Ximian ก็ได้ Evolution และ Red Carpet ซึ่งเป็นซอพท์แวร์ระดับไคลเอ็นต์ในองค์กรมา รวมถึงได้ความชำนาญด้านลินิกซ์ของ Ximian มา (ผู้ก่อตั้ง Ximian คือนาย Miguel De Icaza เป็นผู้ก่อตั้ง Gnome ตอนนี้กำลังทำโครงการ Mono ซึ่งเหมือนกับ Microsoft .NET บนลินิกซ์) เมื่อซื้อ SuSE อีกบริษัทหนึ่ง ทำให้ Novell มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับลินิกซ์ครบทุกระดับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ ซอพท์แวร์ทั้งไคลเอ็นต์และเซิร์ฟเวอร์ เลยทีเดียว
นอกจากสองบริษัทนี้ที่ได้รับผลดีจากการควบกิจการทั้งคู้แล้ว บริษัทแรก ที่ได้รับผลกระทบคือ Red Hat ครับ ตอนนี้กลายเป็นบริษัทลินิกซ์อันดับสองไปซะแล้วหลังจาก Novell ซื้อควบ Ximian/SuSE ทำให้ต่อไปเราจะได้เห็นการฟาดฟันกันของสองคู่นี้อย่างชัดเจนขึ้น
อีกบริษัทที่ได้รับผลเหมือนกันก็คือไมโครซอพท์เจ้าเก่า ถึงตลาดเดสก์ทอปทั่วไปของ WindowsXP จะไม่ค่อยกระทบเท่าไรนัก แต่ถ้าดูจากแนวสินค้าของ Novell นั้นท้าชนตลาดเดสก์ทอปในองค์กร (ของ Windows 2003) อย่างจัง เดิมทีลูกค้าอาจสนใจ Windows มากกว่า NetWare เพราะว่าใหม่กว่า ใช้ง่ายกว่า แต่เมื่อ Novell เปลี่ยนมาขายลินิกซ์ที่สดกว่า แข็งแกร่งกว่าและขายถูกกว่า ก็ต้องรอดูกันต่อ หลังการควบกิจการของบริษัทคู่นี้ครับ