ปี 2003 ผ่านมาเกือบจะครบปีแล้ว ปีนี้เป็นอีกปีที่ลินิกซ์และวงการซอพท์แวร์เสรีเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เรามาสรุปกันว่า ทั้งปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเกิดผลกระทบอะไรต่อลินิกซ์บ้างครับ
SCO อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของลินิกซ์
ลินิกซ์เติบโตอย่างต่อเนื่องมาสิบปีแล้ว และโค้ดของมันได้ผ่านการตรวจสอบจากโปรแกรมเมอร์นับพันทั่วโลก แต่นั่นเป็นแค่ด้านเทคนิคเท่านั้น อีกมุมหนึ่งของลินิกซ์คือด้านกฎหมาย และสิทธิการใช้งาน (License) แทบไม่มีใครสนใจเลยจนในปีนี้ เมื่อบริษัท SCO ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า UNIX ในปัจจุบันได้ออกมาอ้างสิทธิ์ว่า โค้ดบางส่วนในเคอร์เนลของลินิกซ์นั้นถูก IBM เอามาจากโค้ด UNIX ของ SCO และเรียกเก็บเงินค่าใช้ งานจากบริษัทใหญ่ๆ ในทำเนียบ Fortune 500 ที่ใช้ลินิกซ์ (อ่านได้รายละเอียดได้จากตอน เมื่อเพนกวินขึ้นโรงขึ้นศาล) ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันมากมายในอินเทอร์เนต ถึงแม้คดีจะยังไม่ตัดสิน แต่การออกมาของ SCO คราวนี้ ทำให้ประเด็นด้านกฎหมายของลินิกซ์ เป็นที่สนใจกันมากขึ้นมาก และทำให้ทุกคนในประชาคมโอเพ่นซอร์สตื่นตัวที่จะป้องกันไม่ให้กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นกับลินิกซ์อีก
ตลาดลินิกซ์มุ่งสู่เดสก์ทอป
ระยะห่างในตลาดเดสก์ทอปที่ลินิกซ์ยังตามหลังไมโครซอพท์หลายปีได้ร่นเข้ามาอีกเยอะ หลังจากบริษัท Ximian ได้แสดงให้เห็นว่า ลินิกซ์นั้นพร้อมสำหรับตลาดเดสก์ทอปในองค์กรแล้ว ด้วยการส่ง Ximian Desktop 2 (XD2) มาให้เราได้ใช้กัน XD2 ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้งานทั่วไปไม่ต้องการโปรแกรมที่แถมมาให้จำนวนมากจนสับสน เหมือนที่ลินิกซ์หลายๆ เจ้าทำอยู่ แต่ต้องการแค่โปรแกรมพิมพ์งาน ส่งเมล์ และอินเทอร์เนตอย่างละตัว ที่มีฟีเจอร์ตามต้องการ มีเสถียรภาพไม่พังง่ายๆ และส่งข้อมูลระหว่างกันได้เป็นอย่างดีก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ ปีนี้เรายังได้ใช้ GNOME 2.4 ระบบเดสก์ทอปตัวใหม่ที่ทำงานได้ราบรื่นและรวดเร็วขึ้นเช่นกัน
บริษัทยักษ์ตบเท้าหนุนลินิกซ์
เชื่อมั้ยครับว่าปีนี้ บริษัทไฮเทคข้ามชาติขนาดยักษ์เกือบทุกบริษัท (ยกเว้นไมโครซอพท์) ต่างทยอยออกมามีส่วนร่วมกับลินิกซ์กันมาก เริ่มตั้งแต่ IBM ที่ลงทุนในลินิกซ์และโครงการ Apache มาหลายปีแล้ว, Sony นำลินิกซ์ไปใช้ในเครื่อง Play Station 2, ยักษ์ฐานข้อมูล Oracle ก็ประกาศ Oracle 10g โดยมีลินิกซ์เป็นหลัก, Sun หันมาทำลินิกซ์เองในชื่อ Java Desktop System, Dell หันมาเน้นเซิร์ฟเวอร์ตระกูล Blade ที่รันลินิกซ์ ส่วนรายใหญ่ในปีนี้คือ Novell ที่ซื้อคู่ 2 บริษัทลินิกซ์ชั้นแนวหน้า คือ บริษัท Ximian และ SuSE หวังลุยตลาดลินิกซ์ในปีหน้าเต็มตัว รวมถึง Red Hat ยักษ์ลินิกซ์ที่หันไปจับตลาดลินิกซ์สำหรับองค์กรแทน เมื่อมีบริษัทระดับนี้มาหนุนหลังกันทั่วหน้าแล้ว ลินิกซ์ในตลาดองค์กรปีหน้าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของวินโดว์ 2003 แน่นอนครับ
มาแรงในตลาด Embeded
อีกตลาดที่ลินิกซ์มาแรงในปีนี้ คือ Embeded System (หรือภาษาไทยเรียกว่า “อุปกรณ์ฝังตัว”) เช่น ชิปควบคุมที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือ จะเห็นได้จากที่ บริษัท Motorola ได้ออกมือถือที่ใช้ลินิกซ์ตัวแรกออกมาแล้ว Wind River ผู้นำโลก Embeded ในตอนนี้ ก็เข้าร่วมกับ OSDL (Open Source Development Lab – ตอนนี้ไลนัส ทอร์วัลด์ ทำงานอยู่ที่นี่ครับ) ส่วนยักษ์อิเล็คทรอนิกส์อย่าง Sony, Hitachi, LG, Toshiba, Philips และ Panasonic ได้จับมือกันตั้ง Consumer Electronics Linux Forum (CELF) ขึ้นมาพัฒนาลินิกซ์ในตลาดนี้เช่นกัน
ลินิกซ์เมืองไทยกับ ICT
นอกจากโครงการคอมพิวเตอร์ ICT ได้ปลุกกระแสคอมพิวเตอร์ราคาถูกในบ้านเรา การเลือกใช้ลินิกซ์ทะเลสำหรับคอมพิวเตอร์ ICT ทำให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมาก ตั้งแต่เล็กๆ อย่างมีหนังสือแนะนำการใช้ลินิกซ์ทะเล เพื่อลูกค้าคอม ICT โดยเฉพาะวางจำหน่ายเกือบสิบเล่ม, สถาบันอบรมคอมพิวเตอร์ทั่วเมืองไทยหันมาเปิดหลักสูตรลินิกซ์, สื่อมวลชนทั่วโลกรายงานข่าวนี้ และที่ยิ่งใหญ่จริงๆ คือ ทำให้ไมโครซอพท์กลืนน้ำลายตัวเอง จากนโยบายซอพท์แวร์ราคาเดียวกันทั่วโลก ยอมลดราคาวินโดว์และออฟฟิศจากเป็นหมื่นลงมาเหลือพันเดียว ที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกในโลก ทำให้รัฐบาลอีกหลายประเทศมองกรณีศึกษานี้ตาเป็นมัน โดยหวังจะนำไปใช้ต่อรองราคากับไมโครซอพท์บ้าง (อ่านเพิ่มเติมได้ในตอน ลินิกซ์ในเมืองไทย เป็นแค่ภาพลวงตา?)
คราวหน้าเรามาดูกันครับว่า แนวโน้มลินิกซ์ในปีหน้า น่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง