LinuxWorld Expo 2004

งาน LinuxWorld Expo เป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมที่เกี่ยวกับลินิกซ์ และวงการโอเพ่นซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดโดย IDG World Expo ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดงานแสดงไฮเทคประเภทนี้ งาน LinuxWorld Expo จัดขึ้นทุกปี และหลายที่ทั่วโลกครับ ทั้งที่แฟรงเฟิร์ต และโตเกียว แต่เราสนใจงานใหญ่ที่สุดที่จัดในสหรัฐอเมริกาปีละ 2 ครั้ง งานกลางปีจะจัดที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งผมเคยเขียนไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว



ส่วนงานต้นปีในคราวนี้จัดที่ศูนย์ประชุม Javits ที่นิวยอร์ค แน่นอนว่าเป็นการประชุมเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก ย่อมจะมีความเคลื่อนไหวในวงการมากมายเกิดขึ้น สื่อต่างๆ อย่าง CNET นั้นถึงกับต้องเปิดหน้าพิเศษรายงานเรื่องนี้เลยทีเดียว และวันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ



แนวโน้มที่เด่นชัดที่สุดในวงการโอเพ่นซอร์สตอนนี้ก็คือ บริษัทไอทีระดับโลกเกือบทุกบริษัท (ยกเว้นไมโครซอพท์) มองว่าลินิกซ์และโอเพ่นซอร์สนั้นเป็นดาวรุ่ง และทยอยเข้ามาจับตลาดนี้กันเป็นว่าเล่นตามที่ผมเขียนในคอลัมน์นี้มาตลอดปีที่แล้ว ทั้งไอบีเอ็ม ซัน โนเวล ออราเคิล เอชพี อินเทล โซนี่ ไม่มีบริษัทไหนชื่อไม่คุ้นเลยใช่มั้ยครับ งาน LinuxWorld Expo 2004 คราวนี้เป็นภาพสะท้อนแนวโน้มนี้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว



ตามปกติแล้วการประชุมในงาน หรือ ที่ศัพท์เทคนิคเรียกว่า Keynote นั้นจะเชิญบรรดาแฮกเกอร์หรือโปรแกรมเมอร์ชื่อดังในวงการมาพูด อย่างเช่น ไลนัส ทอร์วัลด์ ผู้สร้างลินิกซ์ หรือ ริชาร์ด สตอลแมน ผู้เผยแพร่แนวคิดซอพท์แวร์เสรี บรรดาแฮกเกอร์เหล่านี้ก็จะทำตัวสบายๆ สไตล์แฮกเกอร์ ใส่เสื้อยืดรองเท้าแตะขึ้นเวที หรือบางคนก็ไว้หนวดเครายาวเฟื้อย แต่บรรดา Keynote ปีนี้นั้นเปลี่ยนแนวไปโดยสิ้นเชิง



งานวันแรกเริ่มจาก Jack Messman CEO ของโนเวล ซึ่งเป็นดาวดวงใหม่ในโลกโอเพ่นซอร์ส คนถัดมาคือ Dave Dargo รองประธานฝ่ายลินิกซ์ของออราเคิล ผู้ผลักดันให้ออราเคิลมาจับลินิกซ์ นอกจากนั้นมีประธานฝ่ายโครงสร้างของ Amazon.com ที่จะมาพูดเรื่องการใช้ลินิกซ์ใน Amazon.com และตัวแทนจาก Computer Associates กับผู้จัดการทั่วไปของไอบีเอ็ม ทุกคนเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทระดับโลกกันทั้งนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่เริ่มจะบรรจบกันของซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สและโลกธุรกิจ



ความเคลื่อนไหวหลักๆ ในงาน LinuxWorld Expo ปีนี้คือ บริษัทที่ทำธุรกิจหลายบริษัทอย่างเรดแฮท โนเวล และไอบีเอ็ม หันมาขายโปรแกรมป้องกันความเสียหาย ถ้าหากว่าบริษัท SCO ชนะในคดีที่ฟ้องแสดงความเป็นเจ้าของในลินิกซ์กันใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เมื่อเลือกใช้ลินิกซ์ของบริษัทแล้ว จะไม่ต้องวุ่นวายกับปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาจาก SCO



ข่าวใหญ่อีกข่าวก็คือ ซัน ไมโครซิสเต็มนั้นเตรียมจะเปลี่ยนระบบปฏิบัติการในเครื่องของบริษัททั้งหมดให้เป็น Java Desktop System ซึ่งเป็นลินิกซ์ของซัน ภายในหกเดือน ส่วนไอบีเอ็มก็มีบันทึกลับรั่วออกมาว่า ประธานบริษัทต้องการให้เครื่องของไอบีเอ็ม เปลี่ยนเป็นลินิกซ์ทั้งหมดภายในปี 2006 เช่นกัน



กลุ่ม UnitedLinux ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มบริษัทผู้ผลิตลินิกซ์ 4 บริษัทเพื่อถ่วงดุลกับยักษ์ใหญ่ของวงการ คือ เรดแฮทนั้นก็ถึงคราวล่มสลายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากหนึ่งในสมาชิก คือ SCO นั้นกลับลำหันมาฟ้องร้องแสดงความเป็นเจ้าของในลินิกซ์แทน แนวคิดที่จะทำลินิกซ์ให้ "เป็นมาตรฐาน"ที่กลุ่ม UnitedLinux ตั้งใจไว้ก็ล้มเลิกไป (ลินิกซ์จากกลุ่ม UnitedLinux นั้นการันตีว่าทำงานเข้ากันได้) แต่ไม่ต้องตกใจกลัวว่า ลินิกซ์จะไม่มีมาตรฐาน เข้ากันไม่ได้เหมือนกับยูนิกซ์นะครับ ตอนนี้มีองค์กรที่รับช่วงแนวคิดต่อคือ Open Source Development Lab (OSDL) ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่บรรดายักษ์ไอทีร่วมลงขันกันตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาลินิกซ์ให้เป็นมาตรฐาน และเข้ากับอุปกรณ์ได้มากชนิดขึ้น โดยมีลูกจ้างคนแรกขององค์กรอย่างไลนัส ทอร์วัลด์เอง และผลงานที่ค่อนข้างจะออกมาชัดเจน ทำให้เราไว้ใจได้ว่าต่อไปลินิกซ์ต่างยี่ห้อกัน ก็จะยังทำงานเข้ากันได้อยู่ครับ



เหล่าแฮกเกอร์ไม่ได้หายไปจากงานกันหมดนะครับ เพียงแต่ว่าไม่เด่นอยู่กลุ่มเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว นักพัฒนารายย่อยพวกนี้จะนำงานเจ๋งๆ ที่พวกเค้าซุ่มพัฒนากันอยู่มาแสดงให้ดู อย่างทีมของ KDE, Debian และ Gentoo Linux ต่างนำผลงานออกมาโชว์กัน เพียงแต่ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาเท่าไรนัก สุดท้ายเป็นเรื่องของรางวัล Linux Product Excellent Awards ที่ทางผู้จัดงานคือ IDG มอบให้ เด่นที่สุดคือไอบีเอ็มนั้นกวาดไปเรียบ โดยบริษัทลูกของไอบีเอ็มคือ โลตัส และ Tivoli ได้ไปบริษัทละ 2 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในองค์กร บริษัทหน้าใหม่อย่างโนเวลได้รางวัล Best Network/Server Application จาก Novell extend 5 และรางวัล Best Open Source Project คือ Helix Community ซึ่งเป็นโครงการโอเพ่นซอร์สของ Real Player บนลินิกซ์