Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำหรับวงการซอพท์แวร์เสรีแล้ว เป็นเดือนแห่งความขัดแย้งเรื่องชื่อครับ บรรดาโครงการโอเพ่นซอร์สที่มีปัญหาเรื่องชื่อเรียก ซึ่งอาจไปซ้ำกับชื่อของโครงการหรือบริษัทอื่น ต่างทยอยเปลี่ยนชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายไปหลายโครงการ
Firefox
รายแรกเริ่มจากโครงการ Mozilla.org เจ้าของ Mozilla เว็บบราวเซอร์ที่นิยมที่สุดบนลินิกซ์ซึ่งเคยแนะนำไปแล้ว ช่วงหลังมานี้ Mozilla.org ได้เปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเว็บบราวเซอร์ จากเดิมที่ Mozilla เป็นโปรแกรมชุด โดยมีบราวเซอร์ โปรแกรมอีเมล์ และโปรแกรมแก้ไขเว็บเพจรวมมาอยู่ในชุดเดียวกัน กลายมาโปรแกรมย่อยแต่ละตัวแยกกันชัดเจน ตัวเว็บบราวเซอร์ที่แยกออกมามีชื่อเรียกในตอนแรกว่า Mozilla Phoenix แต่กลับมีปัญหาขัดแย้งกับบริษัทเจ้าของชื่อ Phoenix จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นชื่อ Mozilla Firebird ซึ่งก็ไปซ้ำกับโครงการฐานข้อมูลโอเพ่นซอร์สอีกโครงการที่ชื่อว่า Firebird SQL ทำให้ทางทีม Firebird SQL ระดมอีเมล์ไปยัง Mozilla.org เพื่อเป็นการประท้วง เป็นเรื่องเป็นราวกันไปพักใหญ่ สุดท้าย Mozilla.org ก็ทนไม่ได้ ต้องยอมเปลี่ยนชื่อเป็นครั้งที่สาม มีชื่อว่า Mozilla Firefox 0.8 ที่เพิ่งจะออกมาสดๆร้อนๆ แถมยังเปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกด้วย ผมลองใช้งานดูแล้ว Firefox แล้วรู้สึกดีทีเดียว ความเร็วในการโหลดเว็บเพจนั้นเร็วกว่า Mozilla 1.6 แบบรู้สึกได้เลยครับ
แนวโน้มในอนาคต เว็บบราวเซอร์จะแบ่งเป็น 4 ค่ายใหญ่ๆ คือ ตระกูล Mozilla ที่มีเว็บบราวเซอร์มากมายใช้งานเอ็นจิน Gecko อย่างเช่น ตัว Mozilla เอง, Galeon, Epiphany, Camino (สำหรับ MacOSX) และเจ้า Firefox ตัวนี้ที่จะเป็นหัวหอกในอนาคตของค่ายนี้ ส่วนค่ายที่สองคือ Opera ที่ยังมาแรง และมีกลุ่มแฟนๆ เหนียวแน่น ค่ายที่สามคือ ตระกูล KHTML (ใช้ WebCore Engine) ที่เว็บบราวเซอร์ของ KDE คือ Konqueror นำไปใช้ และแอปเปิลก็นำตัวนี้ไปใช้ในเว็บบราวเซอร์ Safari ของ MacOS X ด้วย สุดท้ายคือ Internet Explorer เจ้าเก่า ถึงแม้ไมโครซอพท์จะหมดความสนใจในตลาดนี้ไปแล้วก็ตาม แต่ IE ที่แถมไปกับวินโดว์ ก็ยังมีปริมาณมหาศาลอยู่ครับ ใครทำธุรกิจเกี่ยวกับเว็บไซท์คงต้องตื่นตัวทำเว็บให้บราวเซอร์ทั้ง 4 ตระกูลนี้อ่านได้ทุกตัวครับ ไม่งั้นเสียลูกค้าแย่
Lindows
ข่าวการเปลี่ยนชื่อข่าวที่สองคือ บริษัท Lindows.com ครับ Lindows.com เป็นบริษัทที่ทำลินิกซ์ตัวหนึ่งเรียกว่า Lindows ฟังชื่อดูก็รู้ว่ามาจากคำว่า Linux กับ Windows ซึ่งก็ตรงตามเป้าหมายของบริษัทที่จะทำลินิกซ์ให้คนที่ย้ายมาจากวินโดว์ไม่รู้ถึงความแตกต่าง Lindows.com โดนไมโครซอพท์ฟ้องในข้อกล่าวหาว่า จงใจตั้งชื่อเลียนแบบวินโดว์ เป็นคดีเกรียวกราวเมื่อสองปีที่แล้ว และศาลในสหรัฐก็ได้ยกฟ้องไป เรื่องน่าจะจบลง แต่ศาลในยุโรปกลับมีความเห็นที่ต่างออกไป โดยศาลในกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ (เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก) ตัดสินให้ไมโครซอพท์ชนะ และลินโดว์จึงต้องเปลี่ยนชื่อ โดยชื่อใหม่ที่ลินโดว์เลือกคือ Lin---s (อ่านว่า ลินแดช) ซึ่งหมายถึง Lindows ที่ตัดเอาตัว D, O กับ W ออกไปนั่นเอง

wxWidgets
ข่าวที่สามคือ ระบบทูลคิท wxWindows ซึ่งเป็นระบบทูลคิทที่ทำให้เราเขียนส่วนติดต่อกับผู้ใช้ได้ข้ามระบบปฏิบัติการกัน (ตัวอย่างของระบบทูลคิท อย่างเช่น GTK+ ที่ใช้ใน GNOME, Qt ที่ใช้ใน KDE หรือ Swing ของจาวา) ซึ่ง wxWindows เป็นทูลคิทที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง และทำงานได้หลายแพลทฟอร์ม ทั้ง วินโดว์ แมค และลินิกซ์ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า wxWindows มีคำว่า Windows นี่สิครับ เลยโดนไมโครซอพท์ฟ้องไปอีกราย และต้องเปลี่ยนชื่อเป็น wxWidgets และรายสุดท้ายที่โดนหางเลขไปคือ บริษัท Mandrake ผู้ผลิตลินิกซ์ชื่อดังอีกราย โดยชื่อไปซ้ำกับเจ้าอื่นเหมือนกัน ซึ่งเรื่องกำลังดำเนินการอยู่ในชั้นศาลครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ น่าจะทำให้คุณผู้อ่านมองเห็นปัญหาที่เรียกได้ว่าสำคัญมากๆ ในโลกยุคปัจจุบัน คือ ปัญหาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิบัตร เพราะว่าชื่อดีๆ ดังๆ สื่อความหมายมักจะถูกจดทะเบียนไปเสียเกือยหมดแล้ว ต่อไปใครที่มีแผนจะตั้งบริษัททำธุรกิจต้องลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ในการคิดชื่อ ถึงแม้ในเมืองไทยชื่อจะยังไม่ถูกจดไปก็ตาม แต่ถ้าหากว่าบริษัทเกิดดังขึ้นมา ส่งสินค้าขายต่างประเทศ และชื่อเกิดไปซ้ำกับบริษัทของชาตินั้นๆ ก็ต้องยอมเปลี่ยนชื่อทำให้มีปัญหาในการสร้างแบรนด์ตามมา ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญากับซอพทแวร์เป็นที่ถกเถียงกันเสมอ (ดูตัวอย่างจากการจับลิขสิทธิ์ของ BSA ในบ้านเราก็ได้ครับ) ยิ่งซอพท์แวร์ที่แนวคิดแหวกรูปแบบเดิมอย่างโอเพ่นซอร์ส ย่อมมีประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงตัวซอพท์แวร์มากกว่าซอพท์แวร์ปกติเข้าไปอีก ไว้มีโอกาสจะนำปัญหาเรื่องทรัพย์สินปัญญากับซอพท์แวร์เสรีมาให้อ่านกันครับ