เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมได้เตรียมเขียนเรื่องเกี่ยวกับปลาดาวและออฟฟิศทะเลลงคอลัมน์นี้ ว่าตอนนี้ไปถึงไหนกันแล้ว หลายๆ คนรู้จักกันดีว่า ทั้งคู่เป็นโปรแกรมชุดออฟฟิศที่ออกมาแข่งกับไมโครซอพท์ออฟฟิศ ในราคาที่ฟรี ถ้ายังจำกันได้เมื่อปีสองปีที่แล้ว ซันไมโครซิสเต็ม ประเทศไทย ร่วมมือกับบริษัทอัลกอริทึมซึ่งเป็นซอพท์แวร์เฮ้าส์ชื่อดังของเมืองไทยพัฒนาซอพท์แวร์ OpenOffice.org ให้ใช้งานภาษาไทยได้สมบูรณ์ และออกมาในชื่อ ปลาดาว ออฟฟิศ 1.0 ปรากฏการณ์ในครั้งนั้นยิ่งใหญ่มาก ปลาดาวออฟฟิศได้กลายมาเป็นตัวจุดกระแสซอพท์แวร์เสรีในบ้านเรา และผลักดันให้หลายๆ องค์กรหันมาใช้ปลาดาวออฟฟิศเป็นทางเลือกแทนไมโครซอพท์ออฟฟิศ เนื่องจากเหตุผลด้านลิขสิทธิ์และราคา แถมส่งผลให้ลินิกซ์ทะเล 5.0 ที่ออกตามมาในปีนั้นดังตามไปด้วย แนวคิดลินิกซ์ทะเลคู่ปลาดาว กลายเป็นโปรแกรมขวัญใจร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่กำลังโดน BSA ไล่จับลิขสิทธิ์ซอพท์แวร์อยู่
แต่ถ้าถามว่า ในปี 2546 ที่ผ่านมา และปี 2547 มานี้ มีใครเคยได้ยินคนพูดถึงปลาดาวบ้างรึเปล่า?
หลังจากปลาดาว 1.0 ที่ดังเปรี้ยงปร้าง แม้ยังมีบั้กอยู่เยอะทำให้หลายคนที่ลองใช้ ต้องกลับไปใช้ไมโครซอพท์ออฟฟิศเหมือนเดิม ปลาดาว 2.0 ออกตามมาในปี 2546 อย่างเงียบๆ แล้วก็หายไปเลย ผมตามไปอ่านดูในเว็บไซท์ของปลาดาว (www.pladao.org) เพื่อเตรียมเขียนบทความ ในเว็บไซท์บอกว่าปลาดาว 3.0 จะออกในเดือนมีนาคมนี้ แต่จนถึงวันนี้แล้วก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ส่วนอีกฝ่ายคือออฟฟิศทะเล ที่ถึงแม้จะไม่ดังเท่า แต่ก็ออกรุ่นใหม่ๆ มากับลินิกซ์ทะเลอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ยังรู้ว่าออฟฟิศทะเลยังพัฒนาอยู่ โปรแกรมในตระกูลทะเลค่อนข้างจะดังกว่าปลาดาวอยู่บ้าง อาจเป็นเพราะว่ากระแสลินิกซ์ยังแรง และทีมงานเองมีการเขียนบทความลงนิตยสารคอมพิวเตอร์อยู่บ่อยๆ ทำให้เห็นว่าการพัฒนายังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนครับว่าในแนวคิดการพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส เราไม่สามารถหาความเคลื่อนไหวจากหน้าเว็บไซท์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูจากช่องทางที่นักพัฒนาใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เช่น Mailing List หรือเว็บบอร์ด ผมเลยเปิดหาความเคลื่อนไหวในการพัฒนาปลาดาว 3.0 จากบอร์ดของปลาดาว แต่ไม่พบข้อมูลใดๆ เลย ที่สำคัญคือ แทบไม่มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมปลาดาวจากทีมงานอัลกอริทึม ที่ซันจ้างมาดูแลปลาดาวแม้แต่น้อย
นี่คือสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์สในเมืองไทย ไม่เกิดจริงจังเสียที ถึงแม้โอเพ่นซอร์สจะเป็นนโยบายข้อสำคัญในแผนแม่บทไอทีของประเทศ คำตอบที่ผมสามารถตอบให้ได้ คือ ซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สบ้านเรานั้น Open Source (เปิดเผยซอร์สโค้ด) จริง แต่ไม่ Open Development (มีการพัฒนาโปรแกรมแบบเปิด)
สิ่งที่ทำให้ลินิกซ์เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่การเปิดเผยซอร์สโค้ดของโปรแกรมเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเปิดเผยลินัส ทอร์วัลด์เปิดซอร์สโค้ดแล้ว เขายังยอมรับการมีส่วนร่วมพัฒนาลินิกซ์ของบุคคลอื่นที่สนใจลินิกส์ (เนื่องจากการเปิดซอร์สโค้ดของเขา) เมื่อโปรแกรมเมอร์คนอื่นๆ ที่เชี่ยวชาญในด้านที่ต่างกันไป สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาลินิกซ์กับลินัสได้ (เป็นการพัฒนาโปรแกรมแบบเปิด) ลินิกซ์ถึงโตแบบก้าวกระโดดอย่างที่เห็น สิ่งสำคัญของการพัฒนาแบบโอเพ่นซอร์ส ไม่ใช่ว่าเราจะเปิดเผยซอร์สโค้ดหรือไม่ แต่เป็นการสร้างชุมชนนักพัฒนาโปรแกรม (Community) ที่สนใจในโปรแกรมนั้นได้หรือเปล่า
สิ่งที่บ้านเราพลาดไป คือ การพัฒนาซอพท์แวร์โอเพ่นซอร์สโครงการใหญ่ ทั้งปลาดาว และทะเล ต่างเป็นโครงการแบบ Top-Down คือ ผู้มีอำนาจ (รัฐ และซัน ไมโครซิสเต็ม) ได้จ้างหรือสั่งการให้ผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ (ในที่นี้คือ เนคเทค และบริษัทอัลกอริทึม) พัฒนาตัวซอพท์แวร์ที่มีอยู่แล้ว (ลินิกซ์ทะเลพัฒนาต่อมาจากเรดแฮท ลินิกซ์ ส่วนปลาดาวมาจาก OpenOffice.org) ให้เหมาะกับการใช้งานในประเทศ ซึ่งขัดกับธรรมชาติของโอเพ่นซอร์ส ที่เป็นแบบ Bottom-Up เริ่มจากผู้สนใจในโครงการนั้นไม่กี่คนมาช่วยกันทำในช่วงแรก ทุกคนต่างก็เป็นนักพัฒนาอิสระที่ใจรักและใช้เวลาว่างส่วนตัวมาพัฒนา และสร้างชุมชนให้เติบโตไปกับตัวโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
แนวคิดแบบ Top-Down ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เนื่องจากว่า ถ้าเราต้องรอการสร้างชุมชนแบบ Bottom-Up ตั้งแต่ศูนย์ ย่อมต้องเสียเวลาอีกนานกว่าจะได้โปรแกรมที่ใช้งานได้เหมือนกับลินิกส์ทะเลและปลาดาวในทุกวันนี้ แต่สิ่งที่พลาดไปคือ ทีมงานที่พัฒนาเฉพาะตัวโปรแกรม ไม่ได้สร้างบรรยากาศในการพัฒนากับบุคคลผู้สนใจจากภายนอกทีมงานเหล่านั้นขึ้นมาด้วย กลุ่มคนเหล่านี้ทำได้แต่เพียงแจ้งบั้กที่พบให้กับทีมงาน (ซึ่งไม่รู้สนใจบั้กที่แจ้งไปหรือเปล่า) หรือพูดคุยกันถึงวิธีใช้โปรแกรมบนเว็บบอร์ด แต่ไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าโปรแกรมรุ่นหน้าควรจะเป็นอย่างไรบ้าง (เพราะทีมงานตัดสินใจกันเองภายใน) การพัฒนาซอพท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์สในเมืองไทย จึงเป็นแค่การพัฒนาซอพท์แวร์ที่เปิดเผยซอร์สโค้ด (ด้วยเหตุผลด้านราคา, การตลาด หรือนโยบายจากทางรัฐ) ด้วยการพัฒนาแบบปิด (จ้างบริษัท) เหมือนกับที่เคยๆ ทำมาหลายสิบปี
ผมอยากจะเสนอให้ผู้มีส่วนร่วมในวงการโอเพ่นซอร์สบ้านเรา "เปิด" ตัวเองออกมาให้มากกว่านี้ครับ ผมเชื่อว่ายังมีผู้สนใจอีกจำนวนมาก ที่อยากเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาซอพท์แวร์ของประเทศเราเอง เพียงแต่ยังไม่มีช่องทางที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาได้ ถึงแม้ว่าผมจะเห็นสัญญาณดีๆ หลายอย่างจากฝั่งทีมทะเลที่เปิดตัวและเปิดใจมากขึ้น เช่น ระบบแจ้งบั้ก และเว็บบอร์ดที่ค่อนข้างจะคึกคัก แต่นั่นยังไม่พอครับ โครงการโอเพ่นซอร์สที่โด่งดังและเปิดเผยการพัฒนามากที่สุดในโลกอย่าง Debian ไปถึงขั้นเลือกตั้งผู้นำโครงการกันใหม่ทุกปีจากนักพัฒนาอิสระนับพันทั่วโลกกันแล้ว ส่งผลให้ Debian เป็นลินิกซ์ที่เข้มแข็งมากในเรื่องชุมชนนักพัฒนา เราไม่จำเป็นต้องทำได้ขนาดนั้นก็ได้ เพียงแต่"เปิด"ตัวเองให้มากกว่านี้อีกหน่อยก็เพียงพอแล้ว
หมายเหตุ : ผมยินดีรับคำชี้แจงจากบุคคลหรือองค์กรที่พาดพิงถึงในบทความนี้เป็นอย่างยิ่ง (ทั้งจากซัน อัลกอริทึม กระทรวงไอซีที และเนคเทค) เผื่อว่าการค้นข้อมูลของผมเองจะตกหล่นอะไรไป ยิ่งคำชี้แจงจากบุคคลที่มีบทบาท ในการพัฒนาโดยตรง และผู้กำหนดนโยบายยิ่งต้องการมาก มาร่วมสร้างชุมชนโอเพ่นซอร์สในบ้านเรากันเถอะครับ