ผมได้รับลินุกซ์อีกดิสทริบิวชันหนึ่งที่พัฒนาโดยคนไทย มาทดสอบ นั่นก็คือ GrandLinux 5.0 (Suksawat) โดยทีมงานจากบริษัท GrandLinux Solution
หลายท่านอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อเจ้า GrandLinux มาก่อน อาจจะสงสัยว่าทำไมจู่ๆ โผล่มาถึงนับเลขเป็น 5.0 เลย จริงๆ แล้ว ทีมงานพัฒนาส่วนหนึ่งนั้นเคยร่วมพัฒนา ลินุกซ์ไกวัล มาก่อน เลยนับสายการพัฒนาต่อมาจากไกวัล และได้ออก GrandLinux 4.4 มาก่อนแล้ว (แต่ไม่ค่อยดังเท่าไรนัก)
เจ้า GrandLinux ตัวที่ผมได้มาทดสอบนี้ เป็น GrandLinux รุ่น Professional ที่พัฒนาต่อมาจาก RedHat 8.0 อีกทีหนึ่ง เริ่มแรกที่ได้รับกล่อง GrandLinux มาก็พบว่ามีขนาดใหญ่เท่ากับกล่องซอพท์แวร์ทั่วๆไป (ถ้านึกไม่ออกก็ประมาณกล่องเกมพีซีนะครับ) สีแดงสดใส และมีโลโก้ของบริษัทเป็นรูปหมีขาว จากการพูดคุยกับทีมงาน ได้เล่าว่า สาเหตุที่โลโก้เป็นรูปหมี เพราะว่ามันอยู่ขั้วโลกเหมือนกับนกเพนกวิน โลโก้ของลีนุกซ์ครับผม
ในกล่องรุ่น Profession ประกอบด้วย คู่มือหนาพอสมควร 1 เล่ม บัตรส่วนลดการอบรมกับทางบริษัท และซีดีอีก 6 แผ่น ประกอบด้วยตัวระบบปฏิบัติการ GrandLinux 3 แผ่น ซอร์สโค้ดอีก 2 แผ่น และแผ่นรวมโปรแกรมอีก 1 แผ่น ซึ่งประกอบด้วยซีดีเฉพาะระบบ 2 แผ่น ซึ่งผมเห็นวางขายทั่วไปตามร้านซีเอ็ดแล้ว
คู่มือ
ส่วนของคู่มือก็ถือได้ว่าละเอียดมากพอสมควร คู่มือหนาสามร้อยกว่าหน้า แนะนำการติดตั้งอย่างละเอียด และมีภาพประกอบชัดเจน ส่วนอื่นๆ ก็จะแนะนำวิธีการใช้งานเบื้องต้น การปรับแต่งระบบ และวิธีการใช้งานลีนุกซ์ทั่วๆ ไป อย่างเช่น การใช้งานโปรแกรม vi หรือ อธิบายโครงสร้างของลีนุกซ์อย่างคร่าวๆ
ในส่วนของคู่มือนี้ ถือว่าทีมงานสอบผ่านเลยครับ ผู้ใช้ลีนุกซ์หน้าใหม่ ก็สามารถใช้งาน GrandLinux ได้ไม่ยาก แต่ส่วนที่ยังขาดไปในคู่มือก็คือ ยังไม่มีวิธีการเมาท์พาร์ทิชันของวินโดว์ สำหรับคนที่ต้องการเรียกข้อมูลเก่าๆ จากพาร์ทิชันของวินโดว์ (ซึ่งน่าจะเป็นคนส่วนมากซะด้วย) หวังว่าทีมงานจะเพิ่มส่วนนี้ในเอกสารบนเว็บไซท์นะครับ
การติดตั้ง
การติดตั้ง GrandLinux ทำได้สะดวก เนื่องจากว่าใช้ตัวติดตั้งตัวเดียวกับ RedHat 8.0 นั่นคือ Anaconda ที่มีส่วนติดตั้งเป็นกราฟฟิคทั้งหมด ผมเริ่มต้นจากการบูตระบบด้วยแผ่นซีดีแผ่นแรก รอซักครู่แล้วหน้าจอติดตั้งก็จะปรากฎขึ้นมา ซึ่งก็สามารถตรวจพบการ์ดจอ และจอภาพของผมได้อย่างถูกต้อง (GeForce4MX และ LG775FT) ในส่วนของเมาส์นั้น ถ้าเป็นเมาส์มีล้อ แนะนำให้เลือกเป็น Microsoft Intellimouse ก็จะใช้งานได้ไม่มีปัญหา
ส่วนการเลือกพาร์ทิชัน ของฮาร์ดดิสก์สำหรับลง GrandLinux นั้น ผมยังแนะนำให้ใช้ Partition Magic แบ่งพาร์ทิชันให้เสร็จเรียบร้อย มาจากวินโดว์ก่อน แล้วค่อยมาติดตั้ง Linux ทีหลัง แต่ในตัวติดตั้งที่ให้มา Disk Druid ซึ่งเป็นตัวจัดการพาร์ทิชัน ก็ทำงานได้ไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนของแพกเกจที่ให้เลือกนั้น GrandLinux ได้เพิ่มส่วนของ Personal Desktop เข้ามา โดยจะติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นในการใช้งานทั่วๆ ไป เช่น Office และด้านความบันเทิงให้อัตโนมัติ แต่ถ้าต้องการจะเลือกแพกเกจเองอย่างละเอียด ก็สามารถเลือกได้ในส่วนของ Custom หลังจากนั้นก็รออย่างเดียว เมื่อบูตเครื่องหนึ่งครั้ง GrandLinux ก็พร้อมให้ใช้แล้ว
การทำงานบนเดสก์ทอป
ทีมงาน GrandLinux ได้แทนที่ Gnome ใน RedHat 8.0 ด้วย KDE เกือบหมด สาเหตุก็เพราะ KDE ทำงานคล้ายกับวินโดว์มากกว่า และทีมงานคุ้นเคยกับ KDE มากกว่า เมื่อบูตเครื่องเข้าสู่หน้าจอล็อกอิน ก็จะพบ KDM (หน้าจอล็อกอินของ KDE) แทนที่จะเป็น GDM ที่คุ้นเคย โปรแกรมต่างๆ ที่ใน RedHat 8.0 เป็นค่าดีฟอลต์มา ก็จะถูกแทนด้วยโปรแกรมประเภทเดียวกันของ KDE อย่างเช่น บราวเซอร์ Mozilla จะถูกแทนด้วย Konqueror ซึ่งเป็นบราวเซอร์หลักของ KDE โดย Mozilla จะไม่ถูกติดตั้งมาให้ตั้งแต่แรก เราจะต้องเลือกเองในตอนติดตั้ง หรือไม่ก็มาติดตั้งเองในภายหลัง แต่ทั้งสองตัวก็ติดตั้งปลั้กอินของ Flash มาให้อยู่แล้ว สามารถเล่น Flash ได้ทันที ไม่ต้องมาติดตั้งเองทีหลัง ส่วนของโปรแกรม Office นั้น GrandLinux เลือกใช้ KOffice เป็นหลักแทน OpenOffice.org (ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งได้เช่นกัน)
เมื่อผมล็อกอินเข้ามาก็พบกับหน้าจอ KDE ที่สวยงามมาก ไอคอนต่างๆ บนจอภาพจะเปลี่ยนไปใช้ Conectiva Crystal 0.5 แทนที่จะเป็นไอคอนของ KDE เอง แถมธีมของปุ่มต่างๆ สครอลบาร์ และขอบหน้าต่าง ก็ใช้ธีม Keramik สีฟ้า มาตั้งแต่ต้นเช่นเดียวกัน (ใน KDE 3.1 ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาเมื่อต้นเดือนกุมภานี้ ได้เปลี่ยนมาใช้ Crystal และ Kermik เป็นค่ามาตรฐานแล้ว นับว่าทีมงานทันสมัยกว่า KDE อีกครับ :) การใช้งานทั่วๆ ไปก็ราบรื่นดี มีที่ติเล็กน้อยตรง Taskbar
ของ KDE (หรือชื่อจริงๆ ของมันคือ Kicker) ออกจะใหญ่ไปเล็กน้อย ถ้าตั้งความละเอียดจอที่ 800x600 จะล้นจอมากเกินไป ปุ่มสลับภาษาใช้ปุ่ม ~ เหมือนกับวินโดว์ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องความคุ้นเคย โปรแกรมในเมนูเรียงตาม RedHat ซึ่งโปรแกรมที่ไม่ค่อยได้ใช้จะไปแอบในเมนู Extra เพื่อลดความสับสนให้กับผู้ใช้หน้าใหม่ เมนูและข้อความต่างๆ เกือบทั้งหมดเป็นภาษาไทย จะติดอยู่ตรงที่ข้อความในเมนูนั้นบางส่วนยังมีภาษาอังกฤษปนอยู่บ้าง เลยดูแปลกๆ ไปบ้าง
การใช้งานด้านออฟฟิศ
GrandLinux นั้นให้ชุดออฟฟิศมาสองตัว คือ KOffice เป็นหลัก และ OpenOffice.org ต้องติดตั้งเอง จากการลองเปิดเอกสาร ที่สร้างด้วย Microsoft Office 2000 นั้น ผมพบว่า KOffice ยังทำงานได้ค่อนข้างแย่พอสมควร โดยเฉพาะไฟล์จาก PowerPoint แต่ OpenOffice.org นั้นก็เปิดได้น่าประทับใจมาก โดยแสดงผลได้ถูกต้องเกือบครบ ทั้งรูปภาพ ตาราง และรูปวาด การประมวลผลภาษาไทยของ OO.o ก็ยังมีปัญหาสระลอย และการตัดคำอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าอ่านได้ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนฟอนต์ก่อนเท่านั้น
ในด้านภาษาไทยของระบบนั้น GrandLinux 5.0 ได้เลือกใช้รหัสอักขระ (Encoding) เป็น ยูนิโค้ด (utf-8) แทนที่จะเป็น tis-620 ทำให้มีปัญหาอยู่บ้างในการอ่านไฟล์ .txt ที่มาจากวินโดว์ ซึ่งเข้ารหัสด้วย tis-620 โดย OpenOffice.org นั้นไม่สามารถอ่านได้เลย ส่วนโปรแกรมอีดิเตอร์ของ KDE อย่าง Kwrite, Kate หรือ Koffice สามารถอ่านได้ แต่ต้องเลือกรหัสเป็น tis-620 หรือ iso-8259-11 ซะก่อนในตอนเปิดแฟ้ม
การใช้งานบันเทิง
ผมพบบั้กเล็กน้อยกับการเล่น MP3 ในโปรแกรม XMMS โดยโปรแกรมจะฟ้องว่า ไม่สามารถเล่น MP3 ได้ ซึ่งเราจะต้องทำการเปิด Preference ในแถบ Audio I/O Plugins และเอาเครื่องหมายติ๊ก Enable plugins ของปลั้กอิน MPEG Layer 1/2/3 แล้วติ้กใหม่ ก็จะสามารถเล่น MP3 ได้ครับ นอกจากนี้ผมยังมีปัญหากับซาวน์การ์ดออนบอร์ด VIA VT8233 AC97 (บนบอร์ด ECS K7VTA3) ที่ตรวจพบ แต่ไม่สามารถเล่นเสียงได้ (เป็นกับ RedHat 8.0 ด้วย) ซึ่งก็แก้ไขโดยการดาวน์โหลดไดรเวอร์ Open Sound System จากอินเทอร์เน็ตมาติดตั้งเพิ่มเติมเอง (ที่ http://www.opensound.com)
ส่วนการดูหนังด้วยโปรแกรม Xine ก็สามารถดู VCD ได้ทันที แต่ไม่สามารถดู DVD ได้ ในส่วนของเกม เกมที่ให้มาก็เป็นเกมของ KDE ซึ่งเป็นเกมง่ายๆ เกมสนุกๆ ที่แนะนำก็ SameGame, Kbounce และ Ksnake งูกินผลไม้ที่แปลกกว่างูในมือถือเยอะ นอกจากนี้สำหรับรุ่น Professional นั้นยังแถมเดโมของเกม Quake3Arena, Unreal Tournament 2003 และ Return to Castle Wolfenstein มาให้ด้วย พร้อมกับไดรเวอร์ที่จำเป็นอย่างไดรเวอร์การ์ดจอของ nVidia, โมเด็มของ Conexant และไดรเวอร์การ์ดเสียงของ Alsa อยู่ในแผ่นที่ 6 ครับ นอกจากนี้ ในแผ่นที่ 6 ก็มีโปรแกรมอื่นๆ ที่น่าใช้ อีกเพียบ เช่น Adobe Acrobat, Real Player และ Opera รุ่นสำหรับลีนุกซ์อีกด้วย เสียดายที่ไม่มีคู่มือและวิธีการติดตั้งไดรเวอร์ และโปรแกรมในแผ่นที่ 6 มาให้ด้วย หวังว่า รายละเอียด ส่วนนี้ทีมงานคงจะเอาไปใส่ไว้ในเว็บใช้ด้วยนะครับ
สรุป
GrandLinux 5.0 เป็นลีนุกซ์ดิสทริบิวชันภาษาไทยรายแรก ที่พัฒนามาจาก RedHat 8.0 การติดตั้ง และการใช้งานน่าประทับใจมาก แต่มีปัญหานิดหน่อยในส่วนของภาษาไทยกับยูนิโค้ด และบั๊กในส่วนของโปรแกรมดูหนังฟังเพลง กับราคาขาย 1840 บาทที่ออกจะแพงไปสักนิด ถ้าจะซื้อมาใช้งานส่วนตัว แต่ผมคิดว่า เป้าหมายหลักของ GrandLinux คือกลุ่มผู้ใช้ในองค์กร ที่ต้องการบริการเพิ่มเติมยามเกิดปัญหาด้วย จากการใช้งานของผม ก็พบว่าทีมงานได้ช่วยเหลือ และตอบคำถามได้ค่อนข้างดีและรวดเร็ว ซึ่งทางผู้ผลิตคือ บริษัท GrandLinux Solution นั้นยังมีบริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์ และการอบรมอีกด้วย
ถ้าคุณเป็นบริษัทขนาดเล็ก ที่อยากจะหันมาใช้ลีนุกซ์ในงานทั่วๆ ไป หรือทำเซิร์ฟเวอร์ใช้เองภายในบริษัท GrandLinux 5.0 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ
Screenshot
ขอขอบคุณ คุณไพฑูรย์ บุตรี และคุณชาญวิทย์ รวมถึงทีมงานจากบริษัท GrandLinux Solution ที่ให้ผลิตภัณฑ์ตัวจริงมาทดสอบ และช่วยตอบคำถามครับ
เครื่องที่ใช้ทำการทดสอบ : AthlonXP 1800+, เมนบอร์ด ECS K7VTA3, DDRRam 256 MB, Innovision GeForce 4MX และจอ LG775FT