Words of Wisdom

อาทิตย์ที่แล้วนู้น ผมชอบ "ดาวพุธโดนสกรัม" มันเห็นภาพดี ฟังแล้วยิ้มเลย



วันนี้ ฟังวิทยุ ชอบนายกให้สัมภาษณ์วันนี้มาก ขอ quote หน่อย

"... เมื่อเราเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน จึงต้องทำงานให้กับประชาชน เมื่อถึงเวลาก็ไปบอกประชาชนว่า เราจะลงแข่งขันอีกครั้ง ถ้าประชาชนเห็นว่าครั้งที่แล้วเราทำดี เขาก็เลือกเรากลับมาอีกครั้ง แต่ถ้าทำไม่ดีเขาก็ไม่เลือกกลับมา ตรงนั้นเป็นระบอบประชาธิปไตยที่เราต้องยอมรับกติกา หากเราเป็นคนที่ไม่ยอมรับกติกาก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี กติกาคือเราต้องอยู่กับมันตลอดเวลา สิ่งที่เป็นของจริงคือการทำงานให้กับประชาชนเท่านั้นเอง ..."

Keyword: 

Comments

ป.ล. หลังจากนั้นวิทยุเปิด Let it be เลยได้เนื้อเพลงมาเป็นชื่อตอน

The idea isn't about the "right path". (Which thing is "right" is quite philosophy.)



My idea is when the final result is out, whether you like it or not, you should respect the rules.



Many Americans felt so bad when Kerry was defeated but we haven't seen they take part in riot or something like that.

ชอบมาก จัดว่าเป็นวาทะแห่งปี

เวลาจริงจังนายก ก็ดูดีได้
ชอบประโยคนายกประโยคนึง ตอนเหตุการณ์ เผาสถานทูตที่เขมร
แ้ล้วนายกพูด
เมื่อฟ้าสาง เราจะเอา C130 ไปรับคนของเรา ขอให้อดทน

แม่งซึ้งโคตร ประมาณหนังฮอลีวูํ๊ด อารมณ์หนังรักชาิติเลย

ถ้าเฮียแกคิดก่อนพูด แบบนี้บ่อยๆก็ work ล่ะครับ

แ่ต่อันนี้ก็เป็น basic ของ ประชาธิปไตยอยู่แล้วนี่

plynoi:

ผมคิดว่าเว็บ (ที่คุณก็รู้ว่าอันไหน) เค้าลืมแนวคิดพื้นฐานนี้ไปแล้วน่ะสิ

ยังใส่ใจวาทะของนายกฯ คนนี้อยู่อีกเหรอ... 555 ผมว่านายกฯ คนนี้ประสบความสำเร็จตรงที่ ทำให้การเมืองกลายเป็น "วาทศิลป์" อย่างสมบูรณ์ (หมายถึง "สมบูรณ์" ตามทฤษฎีทางการเมือง) ผมว่าไอ้ที่โค้ดมาก็ไม่ต่างอะไรจากปาก ชวน หลีกภัยเลย คุณชวนก็เคยพูดอย่างนี้เหมือนกัน เพียงแต่พอทักษิณพูดเลยทำให้อะไรดูดีมีราคาขึ้นมา ก็เท่านั้นเอง... ทั้งที่เป็นแค่วาทศิลป์ที่ฟังเพราะ ๆ เท่านั้น

คนอย่างสนธิมันเลยจับทางถูกไง เลยใช้วาทศิลป์เข้าสู้บ้าง... การเมืองเลยหนุกหนานเพราะเป็นวาทศิลป์สมบูรณ์แบบ อาศัยตรรกะง่าย ๆ ในการอธิบาย ทั้งที่ในความเป็นจริงมันพูดง่าย ๆ อย่างงี้ไม่ได้หรอก

แต่ต้องไปปิดกั้นสื่อนะ

ม่อน: ไปรับคนของเรานี่รวมถึงคนร่วมงานวันเกิดด้วยหรือเปล่าอ่ะ ?

ขำขำ

เมื่อ dark side หายไป อนาคินก็กลับมา

เชื่อว่าลึกๆเฮียแกเป็นคนดี อยากทำงานเพื่อประเทศ แต่ก็เห็นใจที่คนรอบข้างเป็นแบบนั้นน่ะ เค้าเรียกการปรับสกินให้อยู่รอดจากพวกนั้นหรือเปล่าไม่รู้

แกเคยพูดคล้ายกึ่งขอความเห็นใจ ว่าน้ำมันเน่าอยู่ หรือเหล้ามันเก่า จะให้มันอยู่ดีๆ ใสปิ๊งคงยาก มารย่อมต้องใช้มารเอาชนะมั้ง เอาใจช่วยส่วนดีๆ สู้ๆ

ผมคิดว่าอันที่แย่กว่านายกโกงกิน คือภาวะอนาธิปไตย (Anarchy) บ้านเมืองไร้ขื่อแป กฎหมายไม่มีความสำคัญอีกต่อไป ซึ่งผมมีความรู้สึกว่าทีมสวนลุมเค้ากำลังพยายามมุ่งไปทางนั้น ดังนั้นถ้าเราเชื่อมั่นในประชาธิปไตยจริง ก็ไม่ควรดีแต่ปาก รัฐธรรมนูญกำหนดกติกาไว้ชัดเจน ก็ต้องเคารพกติกา เค้ามีปัญญาทำ 375 เสียงได้ก็ต้องยอมรับเค้า ถ้าไม่ชอบก็ไปหาวิธีทำเสียงให้ชนะเค้า มันก็เท่านั้นเอง

ผมเห้นด้วยกับคุณ MK ที่ว่า "ผมคิดว่าอันที่แย่กว่านายกโกงกิน คือภาวะอนาธิปไตย (Anarchy) บ้านเมืองไร้ขื่อแป กฎหมายไม่มีความสำคัญอีกต่อไป"

ซึ่งบ้านเมืองเราก็เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะคนรู้มาก รู้จักซิกแซก หากินกับกฏหมายที่ยังมีช่องว่างอยู่ การตีความความกฏหมายเพื่อพวกกูสำคัญกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ การออกกฏหมายเพื่อพวกพ้องและเครือญาติ และถุงเงินพรรค (นายหญิง)

แต่ที่แย่กว่า ภาวะอนาธิปไตย (Anarchy) คือ

"กูคือกฏหมาย"

คือสภาพที่กฏหมาย 'ยังมีความสำคัญ' คือเอาไว้เป็นเกราะป้องกันตัวของคนบางพวกได้
แต่มีคนจำนวนน้อยรู้วิธี "ใช้ประโยชน์" จากกฏหมายนั้น
และถ้ามีกฏไหนขวางหูขวางตา เขาก็แก้กฏหมายได้เองด้วย

สรุปคือ ทุกคนต้องอยู่ใต้กฏ แต่ 'กู'คุมกฏ (ไม่ใช่ ทุกคนคุมกฏ)