Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ในที่สุดก็อ่านจบซะอีก (sigh) Battlestar Galactica ก็จบ season 1 แล้ว จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น
ผมเป็นคนรุ่นหลังที่อ่านหวงอี้ก่อนกิมย้ง โก้วเล้ง เวลาแฟนๆ ปะทะกันเรื่องใครเขียนดีกว่าใคร เลยนึกภาพตามไม่ค่อยออกนัก (ถ้าสนใจเรื่องนี้ ลองไปอ่านในหน้าบู๊ลิ้มของพันทิพ มีอยู่เรื่อยๆ)
อ่านภาคก๊วยเจ๋งจบก็ยังรู้สึกเฉยๆ ไม่ประทับใจมากนัก คือมันสนุกดีแต่เนื้อเรื่องค่อนข้างจะโบราณไปหน่อย (อันนี้ต้องโทษตัวเอง) แต่พออ่านภาคสองจบ ความรู้สึกเปลี่ยนไปมาก เพิ่งอ่านจบเลยคันมือขอตั้งตัววิจารณ์ซะหน่อย
หวงอี้อาจเก่งกว่าในด้านการผสานเรื่องเข้ากับประวัติศาสตร์จริง อ่านแล้วมันกว่า ลุ้นกว่า ฉากสงครามเขียนได้ดีกว่า แต่สู้กิมย้งไม่ได้เลยในด้านความละเมียดละไม และที่สำคัญคือพัฒนาการของตัวละคร
อึ้งย้งเป็นตัวละครที่น่าจดจำมากที่สุดในนิยายกำลังภายในที่อ่านมา แม้จะเทียบกับนิยายปัจจุบันเรื่องอื่นๆ ด้วยก็ตาม เราไม่เจอนางเอกเจ้าปัญญา และมีบุคลิกโดดเด่นขนาดนี้มากนัก ในภาคสองอึ้งย้งมีพัฒนาการสูงที่สุด แถมยังไปในทิศทางที่เราเชื่อว่าควรเป็นอย่างนั้นจริงๆ อึ้งย้งเปลี่ยนจากสาวน้อยอัจฉริยะที่ชอบเล่นไปวันๆ และหลงรักก๊วยเจ๋งอย่างจริงจัง มาเป็นสตรีกลางคนที่มีอำนาจที่สุดในยุทธจักร เป็นภรรยาที่สนับสนุนสามีอย่างแข็งขัน เป็นแม่ที่ตามใจลูกเกินควร โดยยังรักษาปัญญาเฉียบแหลมจากภาคแรกเอาไว้ครบถ้วน
เรียกได้ว่าปมต่างๆ ในเนื้อเรื่องทั้งสองภาค คลี่คลายด้วยฝีมืออึ้งย้งไป 50% อีก 25% เป็นคนอื่น และ 25% สุดท้ายเป็นลิขิตฟ้าตามหนังจีนปกติ (เช่น ตกเขาเจอถ้ำมีลิงยักษ์ ในท้องลิงมีคัมภีร์ เป็นต้น)
ก๊วยเจ๋งพัฒนาตัวไปตามบทบาท เป็นผู้กล้าผู้ปกป้องแผ่นดินตามคาด เพียงแต่บุคลิกของก๊วยเจ๋งเป็นเส้นตรงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงไม่น่าจดจำมากนัก
เอี้ยก่วยเป็นพระเอกที่เด่นที่สุดในมังกรหยกทั้งสามภาค ส่วนเซียวเล้งนึ่งโดดเด่นในครึ่งแรก แต่เมื่อแต่งงานแล้วคล้อยตามสามีเกือบหมด บทบาทเลยหายไปเกือบหมดในครึ่งหลัง
ธีมหลักของภาคคือความรักระหว่างเอี้ยก่วยกับเซียวเล้งนึ่งนั้นติดตราตรึงใจ แต่ธีมรองที่เน้นการขัดแย้งระหว่างตัวละครสายประเพณีวัฒนธรรม (ขงจื้อ - ก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง) กับตัวละครสายธรรมชาตินิยม (เต๋า - เอี้ยก่วย เซียวเล้งนึ่ง อึ้งเอี๊ยะซือ) กลับเด่นจนเกือบดับธีมหลักไป
นอกจากนี้ตัวละครเก่าจากภาคแรกกลับมาโผล่กันมากมาย ปมเก่าๆ ที่เคยค้างไว้ก็คลี่คลายเกือบหมด เสียดายที่การทิ้งปมเชื่อมไปยังภาคสามดูจงใจมากเกินไปในบทสุดท้าย ความเนียนเลยลดลงไปนิด
ความดังของนิยาย พิสูจน์คุณค่าของตัวมันเองมาตั้งนานแล้ว
รออ่านภาคเตียบ่อกี้ กับรอดูหลิวอี้เฟยเป็นเซียวเล้งนึ่งที่เค้าว่ากันว่า เหมือนในนิยายที่สุดครับ
Comments
plynoi
8 November, 2005 - 14:22
Permalink
อ่านภาคเตียบ่อกี้อยู่ครับ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ฟังเพลง"จอมยุทธ" ดู ครับ :P
ส่วนภาค 2 กับ 1 ผมชอบ 2 มากกว่าเช่นกัน มันมีลูกขัด แต่ขัดใจเราเยอะ แต่ก็สนุกครับ
mk
8 November, 2005 - 18:06
Permalink
เนื้อเรื่องส่วนมากผมก็รู้เกือบหมดแล้วจากทีวี/การ์ตูนน่ะครับ เช่น เซียวเล้งหนึ่ง.... เตียบ่อกี้.... ที่อ่านนิยายนี่เอารสชาติทางวรรณกรรมเน้นๆ
Wiennat
8 November, 2005 - 18:55
Permalink
่เซียวเหล่งนึ่ง น่าจะให้อารมณ์สาวเลอโฉม
แต่หลิวอี้เฟย ให้ความรู้สึกโกวเนี้ยน้อยน่าทะนุถนอมมากกว่า
panoomkorn
20 November, 2006 - 18:45
Permalink
เซียวเล้ง
เซียวเล้งนึ่ง น่าทะนุทะนอมรักษามากกว่าจะเอาไปทำอย่างอื่น
ส่วนหลิวอี้เฟยออกจะไปทางร่าเริงนิดซึ่งไม่เข้ากับบุคลิคเศร้าๆของเซียวเล้งนึ่งเเละใครนึกถึงเซียวเล้งนึ่งเเล้วคิดไปทางกามารมณ์ คนนั้นเเย่มาก อีกอย่างคนที่มีความเศร้าเเบบเซียวเล้งนึ่งในยุคนี้ไม่มีหรอกถ้ามีก็หายากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Add new comment