ผู้จัดการบนทางสองแพร่ง

จริงๆ ว่าจะเลิกเขียนเรื่องการเมืองแล้ว

แต่อ่านไปอ่านมาเจอแนวคิดคล้ายๆ กันเยอะ เลยเขียนเป็นแนวร่วมดีกว่า เจ้าของบล็อกเป็นคนที่รู้จักกันทั้งนั้น เอาลิงก์มาลงคงไม่ว่าอะไร

คงไม่มีใครไม่ยอมรับว่า Manager.co.th เป็นสื่อไทยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในไซเบอร์สเปซ คงต้องยกเครดิตให้คุณพชร สมุทรวณิชที่วางเอาไว้ดี (ตอนนี้แกไปเป็นบก. MARS) แนวข่าวของ Manager เน้นข่าวเร็ว ข่าวดัง และข่าวที่เป็นที่สนใจของคนทั่วไป จะเห็นได้จากตอนสึนามิที่ข่าวเร็วกว่าชาวบ้าน และตอนแหม่มท้องที่ทำเอาเว็บล่มไปเลย

ข้อเสียของ Manager ในมุมกลับคือความผิดพลาดของข้อมูล ทั้งผิดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่พิมพ์ผิด ไปจนถึงแหล่งข่าวผิดพลาด (ว่ากันว่าโผ ครม. คราวล่าสุดในมือสุทธิชัย หยุ่น ไม่มีเพี้ยนเลยนะครับ) แต่การวางตัวในลักษณะแทบลอยด์ออนไลน์ ก็พอจะชดเชยได้บ้าง ซึ่งตรงข้ามกับเครือเนชั่นที่ข่าวตามนสพ. และไม่มีลีลามากเท่า

ถึงผมจะเป็นเด็กปั้นเนชั่น แต่ผมก็ไม่ได้มีอะไรซีเรียสกับเครือ Manager นะครับ ตอนทำ Firefox Thai Langpack ได้ลงเว็บผู้จัดการ ดังไปหลายเหมือนกัน

แต่ช่วงที่ผ่านมาที่สนธิแตกหักกับรัฐบาล ท่าทางของ Manager ดูไปในทางที่เรียกว่า เอ่อ หวาดเสียวกับวิกฤตศรัทธาพอสมควร คือมีมุมมองที่สุดโต่ง ตรงข้ามกับรัฐบาลไปคนละข้างอย่างชัดๆ ทำให้คนอ่านที่เคยอยู่ตรงกลางแบ่งออกเป็นสอง ฝ่าย คือชอบนายก กับเกลียดนายก (อยู่ฝั่งสนธิ)

ต่อต้านนายกโดยตรงยังไม่เท่าไรนัก สนธิและเพื่อนยังเอาหลังไปพิงกับสถาบันเบื้องสูง โดยมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำอะไรได้เต็มไม้เต็มมือ จุดนี้ทำให้กลุ่มคนอ่านยิ่งแตกแยกเข้าไปใหญ่ ไม่รักเลย ก็เห็นว่าผู้จัดการทำเกินไป และเลิกยุ่งเกี่ยวถาวร

ผู้จัดการได้ฐานคนอ่านกลุ่มนึงที่มี loyalty สูงมากมา เสียกลุ่มผู้อ่านที่ความคิดไม่ตรงกันจำนวนหนึ่งไป ก็ถือว่าโอเค แต่ปัญหาอยู่ที่กลุ่มคนอ่านที่อยู่ตรงกลางในศึก สนธิ vs นายก เปลี่ยนมาเป็นแอนตี้เมื่อนำเบื้องสูงมาเกี่ยวข้อง ผู้อ่านกลุ่มนี้มีเยอะมาก และกำลังหายไปทีละไม่น้อย

เป็นวิกฤตศรัทธาของผู้จัดการอย่างแท้จริง

เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะกรณีแบบเดียวกันเคยเกิดกับสุทธิชัยหยุ่น และเนชั่นมาก่อนแล้ว การที่ Nation Channel โดนไล่ออกจาก UBC ก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองไทยรายสัปดาห์โดน แต่การตอบโต้จากฝั่งคุณหยุ่น ดูจะสุขุมกว่าและไม่ตีโพยตีพายเท่าคุณสนธิ

เนชั่นถอยกลับเงียบๆ ไปรักษาที่มั่นของตัวเอง ส่วนผู้จัดการซัดหมัดกลับหวังแลกให้ตายกันไปข้าง เนชั่นอาจไม่ชนะ ไม่โต แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ในขณะที่ผู้จัดการไม่ชนะก็แพ้ไปเลย

ผมไม่ได้บอกว่าคุณหยุ่นทำถูก หรือฉลาดกว่าคุณสนธินะครับ เพียงแต่ทั้งสองคนไม่ได้สวมหมวกฐานะสื่อมวลชน ที่ยึดอุดมกาณ์เป็นหลักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหมวกของผู้นำองค์กร ที่มีเรื่องความอยู่รอดขององค์กรและลูกน้องค้ำคออยู่ด้วย การตัดสินใจเกิดไปแล้ว และมันไม่มีทางถอยกลับแล้ว ต้องดูกันต่อไปว่าคุณสนธิจะประสบความสำเร็จขนาดไหน

ผมมองว่านี่เป็น business case ที่หาได้ยากยิ่งในเรื่องที่ทั้งสื่อ+การเมือง+ธุรกิจ มาเกี่ยวข้อง นั่งอยู่บนภูดูพยัคฆ์กัดกันก็สนุกดีครับ

Keyword: 

Comments

ต้องติดตามกันต่อไป...

;-)

ในบล๊อกผมก็ด่าสนธิไว้เยอะ ไม่ยักกะโดนด่าบ้างเลย... หรือว่าเขาอ่านไม่รู้เรื่องครับ เหอ เหอ

เว็บข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บข้อมูลเก่าไว้ หรือเก็บไว้แต่ก็ค้นข้อมูลยากเหลือเกิน

ตราบใดที่ยังไม่มีตัวเลือกมาทดแทนผู้จัดการออนไลน์ ก็นั่งอ่านไป กรองข้อมูลไป ทำใจกับความผิดพลาดต่อไป

จะว่าให้แตกหักกันไปข้างก็คงไม่ใช่หรอก

จากที่สนธิเคยล้ม ตอนนี้ประสบการณ์สอนเขามามาก

ตอนนี้สนธิมีส่วนเกี่ยวพันผู้จัดการแค่ผู้ก่อตั้ง

เพราะฉะนั้นสนธิล้มอีก ไม่ได้แปลว่าผู้จัดการต้องล้มอีกเ่ช่นกัน

สนธิที่เขาทำเขาได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

เช่น เรทติ้งของสื่อในเครือสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ประชาชนอย่างเราก็ได้อะไรเหมือนกัน

เช่นประชาชนที่อาจจะคิดว่าทักษิณดีเลิศ ถ้าทำใจรับฟังสนธิบ้าง
ก็จะได้หูตาสว่างขึ้นมา

ในแง่ที่ว่าเอาเบื้องสูงมาเกี่ยว ผมก็เห็นด้วยนะ เพราะทักษิณไม่สมควรจริงๆ

ประชาชนคนอื่นไม่กล้าพูด ทักษิณก็ยิ่งได้ใจ ทำอะไรตามใจ

คุณขาจรหลงประเด็นแล้วล่ะครับ



ประเด็นที่ผมเสนอไม่ใช่ทักษิณทำถูกไม่ถูก สนธิทำถูกไม่ถูก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องมุมมองทางการเมือง ที่แต่ละคนมองไม่เหมือนกัน



สิ่งที่ผมเขียนคือ สนธิกำลังทำตัว controversy ด้วยเหตุผลที่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ให้ผมเดาก็เรียกเรตติ้ง สมัครพรรคพวก ซึ่งจะสมัครไปทำอะไร มันก็ไม่ใช่ประเด็นของบล็อกอันนี้อีกนั่นแหละ ถึงเราจะรู้ว่าสมัครเพื่อไปสู้กับทักษิณก็ตามที



การทำตัว controversy ของสนธิได้ผลบวกเยอะก็จริง อย่างที่คุณเขียนมาคือเรตติ้งสื่อสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ประเด็นของผมอยู่ที่การ controversy นี้ มีผลในเชิงลบเยอะเหมือนกันต่อตัวสนธิเองด้วย ซึ่งมีผลอะไรบ้างก็ได้แจกแจงไปแล้ว และชี้ให้เห็นว่านี่เป็นกรณีที่น่าศึกษาในทางธุรกิจและการเมือง



จบครับ นี่ไม่ใช่เรื่องฟังสนธิหรือไม่ฟังสนธิแต่อย่างใด

อืม...เรื่องของสนธิ vs ทักษิณ...ขอพักไว้ก่อน
แต่เรื่องของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ หรือหัวอื่นๆ ก็ตาม
คนอัพโหลดข้อมูล แหล่งข่าว คอลัมนิสต์ กองบรรณาธิการ
ล้วนแล้วแต่เป็น "มนุษย์" ไม่ใช่ "เทวดา" แน่นอน
.
motto ที่ปรากฎตามสื่อชนิดต่างๆ ก็เช่นเดียวกันครับ
ผมสู้เพื่อในหลวง ไม่ได้สู้เพื่อสนธิ
ผมรักในหลวง แต่โครตเกลียดสนธิเลยล่ะครับ :P
ผมชักสงสัยแล้วสิ ใครกันแน่ ที่เอาสถาบันเบื้องสูงลงมาเล่น
.
คนที่ปากบอกว่ารัก บางทีนั่นแหละคือคนที่ต้องระวังมากที่สุด