Civilization : บททดสอบของกาลเวลา

ผมเป็นพวกคิดมาก ทำให้เล่นเกมพวก RTS ทีไรจะแพ้ชาวบ้านเสมอเนื่องจากคิดเยอะเกินไป (เกมพวกนี้มันต้องเร็ว) หลังจากค้นพบตัวเองว่าเหมาะกับ Turn Base มากกว่า ก็เลยเล่นเกมแนวนี้มาตลอด ซึ่งสิ้นปีนี้ชักอยากจะลาออกจากงานแล้วสิ เพราะว่าเกมในดวงใจ 2 เกมกำลังจะออกภาคต่อ ก็คือ Civ4 (October) และ FM2006 (November)



ถ้าใครเป็นแฟนเกมแนวนี้จะรู้กันดีว่า เวลาที่เคยมีเหลือเฟือจนเบื่อในชีวิตหนุ่มโสด มันจะหายไป!



วันนี้ขอเขียนถึง Civ ก่อน ก่อนจะขึ้นว่า Civ4 มีอะไรใหม่ นี่คือประวัติชีวิตช่วงนึงของผมครับ


Civilization



Sid Meier สร้างชื่อตัวเองมาจากเกมขับเครื่องบิน หลังจากนั้นก็เริ่มดังในฐานะ Gamegod คนหนึ่งของวงการด้วยเกมวางแผน เช่น Pirates! หรือ Railroad Tycoon แต่ดังทะลุฟ้ากลายเป็น Grandmaster ในปี 1991 ด้วยผลงานชื่อว่า Sid Meier's Civilization กับค่าย Microprose





สังเกตตรงคำโปรย Build An Empire To Stand The Test Of Time เท่มั่กๆ



ผมต้องสารภาพว่าโตไม่ทันเกมต้นตำหรับเกมนี้ คือเริ่มเล่นจาก Civilization II แต่ก็มีโอกาสได้เล่นภาคแรก เนื่องจากอยากรู้ว่าเกมดั้งเดิมมันเป็นยังไง ปรากฎว่าเล่นไป ชม. นึงแล้วเพิ่งรู้ว่ายูนิทที่เราใช้เดินน่ะ มันเป็นรูปม้า!


cityscreen


หา screenshot มาให้ดูได้แค่นี้



นี่ล่ะครับ เกมที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดตลอดการ หน้าตาเห่ยๆ ห่วยๆ เช่นนี้เอง รูปนี้คือ city screen หรือการบริหารจัดการภายในเมือง แนวคิดหลักๆ ของ Civ ทุกภาคยังคงของภาคแรกนี้ไว้ทั้งหมด



Civilization II



ผมโคจรมาพบเจอกับ Civ ก็ยุคของ Civ 2 แล้ว หลังจากประสบความสำเร็จมากมายกับ Civ ภาคแรก Microprose ก็ออกเกมลูกมาเยอะแยะ เช่น Colonization (ยุคล่าอาณานิคม) CivNet เทือกๆ นี้ เป็นต้น แต่เกมภาคต่อที่แท้จริงออกมาในปี 96 ตอนนั้นมีเวอร์ชันบนวินโดวส์แล้ว Civilzation II ได้รับคะแนนจาก PC Gamer (บ้านเราคือ Future Gamer) ไปถึง 96% เรียกได้ว่ามากที่สุดที่เคยมีมาเลยเชียว




สมัยผมยังยังยัง ซัก ม.1-2 ก็หัดเล่นเกมคอมตามเพื่อน เกมที่เล่นตอนนั้นก็อย่างเช่น Sim City 2000 หรือ X-Com สมัยนั้นยังไม่มี Future Gamer หนังสือเกมที่อ่านก็พวก ITGames ซึ่งตอนนี้มันก็ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว (เหมือนคนแก่เลยเนี่ยมาเล่าเรื่องเก่าๆ) ผมเห็นชื่อ Civilization จากพวกอันดับ Top 10 All Time Games ที่ Civ มันต้องอยู่อันดับแรกเสมอ ตอนนั้นดูจาก screenshot ที่มีเพียงรูปเดียวของแต่ละอันดับก็คิดว่า เกมบ้าไรวะภาพโคตรห่วยเลย ทำไมมันติดอันดับหนึ่งตลอด



หลังจากที่ไปขวนขวายหามาเล่น ผมก็ตกหลุมรักเกมในตระกูลนี้อย่างแรงมากกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยรู้จัก


thing


city screen ของภาค 2 ไปเปรียบเทียบกับภาคแรกดูเอาเองนะ


นอกจากภาพจะสวยขึ้นแล้ว Civ 2 ยังเพิ่มด้านการทูตและการค้าระหว่างชนชาติเข้ามา ระบบ High Council ที่คอยแนะนำกลยุทธของเรา ที่สำคัญคือวิดีโอสวยๆ เป็นรางวัลเมื่อเราสร้างสิ่งมหัศจรรย์ (Wonder of the World) ได้




กราฟิกของเกมจะเปลี่ยนจาก top view มาเป็น isometric


Civ 2 ได้รับความนิยมอย่างมากถึงมากที่สุด มีเกมลูกเกมหลานแตกออกมามากมาย แต่อย่างว่า เมื่อมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ทีมงานที่เคยกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกันมานานก็แตกคอกันได้ง่ายๆ เมื่อตกลงกันไม่ได้ Sid ก็หอบลูกทีมใกล้ชิดออกมาตั้งค่ายใหม่ Firaxis (อ่านว่า เฟอ-แอก-ซิส) โดยทิ้งชื่อแบรนด์ Civilization ที่แสนล้ำค่าให้กับ Microprose ไว้เบื้องหลัง






Civilization II : Test of Time เป็นหนึ่งในหน่อของ Civ II โดยปรับปรุงด้านกราฟิก และอินเทอร์เฟซ เกมนี้ทำโดย Microprose ฝ่ายเดียว สังเกตว่าไม่มีชื่อ Sid Meier แล้ว


Sid Meier's Alpha Centauri



ชีวิตใหม่ที่ Firaxis เริ่มจากการสร้างชื่อขึ้นใหม่ด้วยเกม Sid Meier's Gettyburg! เรื่องเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองอเมริกา ที่ได้รับคำยกย่องอย่างมากในเมืองนอก แต่บ้านเราแป๊กสนิท (คนไทยคงเล่นเกมซับซ้อนมากๆ ไม่ค่อยเป็นมั้ง)



Sid ก็เริ่มคิดจะสร้างภาคต่อของ Civ ซะที แต่ในเมื่อไม่สามารถใช้ชื่อ Civ ได้ ทำไงดีล่ะ เมื่อหนึ่งในฉากจบของ Civ ทั้งสองภาคคือสร้างยานอวกาศได้เป็นชาติแรก กระนั้นก็สร้าง Civ ภาคอวกาศ ตอนต่อของการเดินทางของยานอวกาศมันเลย



เรื่องก็นับต่อจาก Civ คือ ยานอวกาศของมนุษยชาติเดินทางไปยังระบบสุริยะ Alpha Centauri ซึ่งใกล้ระบบสุริยะของเรามากที่สุด (อันนี้เรื่องจริง)​ปรากฎว่าเกิดอุบัติเหตุตกที่ดาวเคราะห์สมมติในจักรวาล Alpha ทำให้ประชาชนที่เดินทางไปด้วย แยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า เพื่อชิงทรัพยากรมีชีวิตอยู่ต่อไป



นี่คือเกม Sid Meier's Alpha Centauri เกมที่ทำลายสถิติของ Civ 2 ได้คะแนนจาก PC Gamer ไป 98%!





เกมนี้เป็นเกมแรกที่ผมซื้อแผ่นแท้เลยล่ะ แผ่นยังเก็บไว้อยู่เลย


SMAC (ชื่อย่อ)​ได้เปลี่ยนแปลงแนวคิดแบบชนชาติ (อังกฤษ ฝรั่งเศส) ของ Civ มาเป็นระบบ Faction ตามแนวคิดของผู้นำแทน ซึ่งแนวคิดเรื่องผู้นำจะส่งต่อไปใช้ในภาคต่อของเกมนี้ คือ Civ 3 ด้วย Faction ต่างๆ ที่มีในเรื่องจะมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น Faction ที่เก่งการค้า เก่งการวิจัย หรือการทหาร ก็จะได้โบนัสในด้านนั้นๆ มากกว่าปกติ






city screen ของภาคนี้ ดูไซไฟหลาย


ด้วยที่มันเป็นยุคอนาคต การค้นคว้าวิจัยจะให้มาเจอการขี่ม้า ล้อและเพลา มันก็ไม่ใช่เรื่อง เทคโนโลยีที่คิดค้นได้จึงเป็นชื่อแปลกในนิยายวิทยาศาสตร์แทน อย่าง Theory of Everything, Tachyon Reactor ซึ่งเป็นข้อติของแฟนเก่า Civ ว่าอ่านแล้วมันนึกภาพตามไม่ค่อยออกว่าเอาไว้ทำไร



สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคนี้ที่ผมชอบมาก คือ สามารถออกแบบยูนิทเองได้โดยเอาส่วนต่างๆ มาประกอบกัน หลังจากลองเอาของดีที่สุดทุกอย่างมาสร้างสุดยอดยูนิท (คิดว่าใครเล่นเกมนี้ก็ต้องลองทำทุกคน) ปรากฎว่าล้มเหลวมาก ยุทธวิธีที่เหมาะกว่าคือสร้างสุดยอดยูนิทสำหรับบุกกับตั้งรับแยกกัน แต่ตัวที่ชอบที่สุดคือเฮลิคอปเตอร์ เพราะมันโจมตีได้หลายครั้งในเทิร์นเดียวจนกว่าน้ำมันจะหมด





ภาพในเกมยังเป็น isometric เหมือนเดิม สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือความสูงต่ำของพื้นที่ เราสามารถทำการ terraforming หรือปรับสภาพพื้นที่ได้ อันที่ชอบคือสร้างเมืองในทะเลได้ด้วย



เกมนี้ผู้พัฒนาหลักไม่ใช่ Sid แล้ว แต่เป็น Brian Reynolds ซึ่งดำเนินบทบาทหลักมาตั้งแต่ Civ 2 หลังจากจบโปรเจคต์นี้ Brian ก็ออกไปสร้างค่ายเกมของตัวเอง Big Huge Games มีผลงานดังๆ คือ Rise of Nations ที่เหมือนกับ Civ ภาค RTS



SMAC เป็นเกมที่มีภาคเสริมอย่างเป็นทางการ ชื่อว่า Alien Crossfire (SMACX) ที่มีเผ่าเอเลี่ยนเข้ามามีส่วนร่วม ภาคเสริมนี้ดันไม่มีขายในประเทศไทย แถมยุคนั้นไม่มี torrent หรือ file sharing ระบบต่างๆ อีก เกมก็ไม่ค่อยดังมากนัก ผลก็คืออดเล่นไป



เปลี่ยนมือ



ในช่วงที่ SMAC ออก ทาง Microprose ได้ขายลิขสิทธิ์ชื่อ Civilization ให้กับ Activision และออกเกมมาในชื่อ Civilization : Call to Power ซึ่งผมไม่ได้เล่น ได้ยินเสียงวิจารณ์ว่านำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ว่าความสมดุลของเกมและอารมณ์แบบ Civ ก็สู้ SMAC ที่ทีมงานต้นตำหรับทำเองไม่ได้อยู่แล้ว Activision ออก Call to Power 2 (ไม่มี Civ นำหน้า) มาเป็นภาคต่อแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน สุดท้ายก็เจรจาเรื่องลิขสิทธิ์กันอีท่าไหนไม่รู้ ชื่อ Civilization ก็กลับมาสู่มือของ Sid และ Firaxis เย้


Civilization III






โฆษณาว่า More Civ Than Ever ก็แหงสิ

 

ปี 2001 เราก็กลับมาคิดค้นการจุดไฟกันอีกครั้ง เมื่อ Brian ออกไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของ lead designer คนใหม่จะมารับหน้าที่แทน ซึ่งหมอนี่ชื่อ Soren Johnson ภาคสามนี้ประสบปัญหาการเร่งพัฒนาในทันการวางจำหน่ายมาก ทำให้ Civ 3 ตัวแรกที่ออกมาไม่มี multiplayer ทำให้แฟนๆ บ่นกันตรึม (ตอนนั้นผมอยู่หอไม่มีโทรศัพท์ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว) Firaxis ต้องแก้ตัวโดยการออกภาคเสริม Play the World ที่เพิ่ม multiplayer เข้ามา และภาคเสริมตัวถัดมาที่ชื่อ Conquest ซึ่งเพิ่มเกมแบบมีเนื้อเรื่อง (เช่น ตีกรุงโรมให้แตก, รวมญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น, พิชิตสมรภูมิแปซิฟิกช่วงสงครามโลก) ที่บางซีนาริโอก็ยากมาก ยังเล่นไม่ผ่านเลย





city screen ของภาคนี้เรียบง่ายขึ้นเยอะ ดูไม่รก


ให้ผมวิจารณ์ก็ต้องบอกว่า SMAC ก้าวถึงจุดสูงสุดของแนวคิดการสร้าง, ค้นคว้า แล้วก็ครอบครองของ Civilization แบบดั้งเดิมไปแล้ว เกมภาคถัดมาต้องเพิ่มแนวคิดใหม่ที่ฉีกแนวออกไป และแนวคิดใหม่หลัก 2 อย่างในภาคนี้ คือ ระบบวัฒนธรรมและทรัพยากร



ระบบวัฒนธรรมอธิบายง่ายๆ คือ ชาติที่มีวัฒนธรรมเข้มแข็งกว่า สามารถกลืนชาติที่วัฒนธรรมด้อยกว่าได้ เมืองพรมแดนของเราถ้าค่าวัฒนธรรมไม่เยอะพอ ก็จะโดนชาติข้างๆ ดูดไปได้หน้าตาเฉยโดยไม่ต้องทำสงคราม และค่าวัฒนธรรมไม่ใช่ว่ามีเงินจะซื้อได้ จะต้องใช้เวลาค่อยๆ สะสมไปทีละน้อย ดังนั้นภาค 3 นี่สร้างเมืองปุ๊บจะสร้างแค่ทหารเฝ้าเมืองแบบภาคเก่าๆ มันไม่พอซะแล้ว ต้องสร้างวัดหรือสิ่งก่อสร้างที่มีค่าวัฒนธรรมมาป้องกันการกลืนชาติด้วย






ในภาพมีเส้นแสดงพรมแดนทางวัฒนธรรม



ระบบทรัพยากรอธิบายได้ง่ายกว่า ถ้าชาติคุณไม่มีดินปืน จะสร้างปืนได้มั้ยครับ ถ้าไม่มีน้ำมันกับยาง ก็สร้างรถถังไม่ได้ ทรัพยากรจะผุดขึ้นมาบนแผนที่แบบแรนดอม แน่นอนว่ามันต้องมีคราวซวยที่ทรัพยากรไม่โผล่มาในดินแดนของชาติเรา เป็นการบีบให้ต้องทำการค้า/บอยคอตแกล้งชาติอื่นไปในตัว



Civilization IV



สี่ปีผ่านไปไวชิกหาย และแล้ว Sid ก็สร้างภาคต่อที่สี่ขึ้นมาจนได้ และกำหนดการออกคือก่อนวันฮาโลวีน (31 ตุลาคม) 2005 นี้ อ่านข่าวแล้วน้ำตาไหลพรากเลยฮะ คนดูแลเกมหลักยังเป็น Soren เหมือนเดิม กราฟิกถูกเปลี่ยนเป็น 3D ด้วยเอนจินเดียวกับ Pirates! ภาครีเมค เกมจะเปิดโอกาสให้ปรับแต่งได้อย่างเต็มที่เพราะเขียนด้วย Python และเก็บข้อมูลในเกมทั้งหมดเป็น XML






โลโก้ตัวเลข IV ไม่ค่อยสวยนะ


นอกจากภาพจะเปลี่ยนเป็น 3D แล้ว (เลยดูคล้ายเกมตระกูล Age of Empire หรือ Total War) แนวคิดใหม่ของภาคนี้คือระบบศาสนา และระบบการอัพเกรดยูนิทแบบเกม RPG คือเลือกได้ว่าจะเพิ่มสกิลด้านไหนให้กับยูนิทบ้าง รายละเอียดแบบละเอียดเห้ๆ อ่านได้จาก Civfanatics






นี่ล่ะ เอ็นจิน 3D ออกมาเป็นอย่างงี้


ทาง Firaxis เองก็มีเพจของ Civ 4 แล้วด้วย เข้าไปอ่านดูได้ครับ ผมคงรอเล่นก่อนเลยไม่อยากจะวิจารณ์อะไรมากนัก ถ้าเป็นแฟนเกมตระกูลนี้จริงๆ แนะนำให้เข้าไปอ่านที่ Civfanatics ข้างบน รายละเอียดครบทุกดีเทล อ่านแล้วนึกภาพตามได้เลย (IGN มีพรีวิว)



อนาคตของ Civ ต่อจากนี้ก็ยังไม่แน่ชัดนัก แต่จากการรีเมคเกมตระกูล Pirates ทำให้แฟนๆ เรียกร้องให้รีเมคเกมอื่นๆ ด้วย และ Sid เองก็ตอบว่ากำลังพิจารณาความเป็นไปได้อยู่ (รวมถึงการพอร์ทไปลงแพลทฟอร์มอื่นๆ เช่น DS) ผมคิดว่าเกมที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดคือ  Colonization ที่จะใช้เอ็นจินของ Civ 4 นี่ล่ะ



บล็อกยาวๆ ที่นานๆ ทีมีทีอย่างอันนี้ก็คงจะจบลงแค่นี้ ถ้าเดือนหน้าผมเกิดหายตัวไปละก็ คงไม่ต้องบอกสาเหตุนะครับ

แผ่นหายไปหมดแล้ว ดูแล้วคิดถึงเลย เกมส์ของ Sid Meier ส่วนใหญ่
ไม่ใช่งานอลังการ อย่าง Total war แต่ เน้น ความสมจริงโคตรๆ
แต่ๆ.... ตอนนี้อยากเล่น Age of empire 3 ใครมีบ้าง....

มี AE2 เอาป่าว

ถ้าลง DS ก็สนุกล่ะมึ้งงงงงงง : P

จอเล็กเท่ามด -_-"

ไม่ทัน Civ1 ครับ แต่ทัน Civwin ที่เป็น Civ1 for windows ตอนนั้นยังอยู่ป.4 - ป.5 อยู่เลยครับ เล่นแล้วติดจนไม่ต้องทำอะไรเลย แอบตื่นมาเล่นตอนตี3ตีสี่ แล้วเล่นมันยันเช้ามืดแล้วค่อยกลับขึ้นไปนอนไม่ให้แม่รู้ :D สนุกมาก

ซักพัก Civ 2 ก็ออก เล่นครั้งแรกที่บ้านญาติ แต่ก็เล่นไปได้นิดนึงก็ต้องเลิก กว่าจะได้เล่นจริงๆก็น่าจะเกือบม.1แล้วมั้ง เล่นแล้วติดเหมือนกัน เพิ่งเอามาเล่นไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง

แต่ Civ3ผมไม่เคยเล่นง่ะ ยากเล่นมากแต่หาไม่ได้

เวรละตู civil4 FM2006 Hero5
จะเอาเวลาที่ไหนเล่นเนี่ย

โอ๊ย ไม่ทัน civilization 1 เหมือนกัน ไม่คุ้นกะหน้าจอเหลืองๆเลย อันแรกที่ผมเล่นคือภาคสอง เป็นหนึ่งในเกมส์ที่ชอบที่สุดในสมัยนั้น (รองจาก legend of kyrandia อะ) ชอบตอนที่ต้องบุกเบิกแผนที่โลกไปทีละส่วน แล้วก็ต้องไปเจรจากับเมืองอื่น เมืองไหนพูดไม่รู้เรื่องก็ตีมันซะเลย หุหุ

พี่โตไม่ทันได้ไงอะ ผมยังได้เล่นมันอยู่ตั้งนานก่อนออกภาคสองนะ (เครื่อง 486 บน dos)



Colonization ตอนที่ออกมาแรกๆก็มีคนไม่ชอบเยอะนะครับ โดยเค้าว่ามันไม่ค่อยแตกต่างอะไรกับ civ ซะเท่าไหร่ เหมือนออกมาหาเงินซะมากกว่า (แต่ผมชอบนะ ชอบมากกว่า civ ภาคแรกอีก)



ช่วงที่ Call to Power ออก ผมเล่นได้ซักพักก็เปลี่ยนเอา CivII มาเล่นแทนเลยแหละ ไม่สนุกอย่างแรง (แต่ Call to Power มีชนชาติไทยให้เลือกด้วยนะ!)




เอ.. ขาดตกอะไรไปรึเปล่าเนี่ย แฟนพันธุ์แท้จะพลาดอย่างนี้หรือ?

หลังภาค conquest ยังมีอีกภาคนะครับ คือ
Civ III Complete!!



ปล. XCom ผมก็เล่นทุกภาคเลยนะ เหอๆ

ตอนนี้ก็ยังนั่งเล่น Civ III Conquest อยู่เลย ใกล้จะได้เปลี่ยนเวอร์ชันแล้ว :-D

> ABZee
Civ III Complete มันแค่เอา Civ III + Play the World + Conquest มาแพ็กขายรวมกันครับ :-/

ผมเล่น XCom1-3 กะ interceptor เมื่อกี้ยังเล่น Apocalypse อยู่เลย

ใครมี interceptor บ้างครับ ผมทำหายไปแย้ว

ไม่ถูกกะเกมส์ตระกูลนี้อย่างแรง -_-" นี่เล่น Dungeon SiegeII อยู่ ท่าทางจะถูกกับ slash & Click มากกว่า

ชอบ CIV เหมือนกันครับ แต่เล่นไม่เก่งอย่างแรง
(เล่น Alpha Century มากกว่า)
รอ CIV ภาคใหม่เหมือนกัน ซื้อของแท้แน่ๆ อิ่มใจ :-)

ปล. เริ่มเล่นภาค 3 แล้วก็ไปหา ภาค 2 ภาค 1 มาดูเหมือนกัน แต่ทำใจเล่นไม่ได้แฮะ ="=

Civ ภาคแรก ได้เล่นตอนมันโอนมาทำในเครื่อง Super Famicom ครับ -*- ติดแจเลย พอภาค 2 ออก ก็นั่งสุมหัวกะเพื่อนเล่นศึกษาฟังก์ชั่นมัน แต่มาแป๊กตรง Call to Power เพราะเครื่องผมสมัยนั้นยังเป็น P 133 Power ไม่พอให้มัน Call เลยต้องอดเล่นไปโดยปริยาย แถมแผ่นที่ซื้อมา เพื่อนมันก็แฮ๊บไปนั่งเล่นสบายใจซะงั้น T-T ในตอนที่โพสต์อยู่ตอนนนี้ วันที่ 4/9/2007 กะลังศึกษาตัว Sid Meier's Civilization 4 - Beyond the Sword ฟังก์ชั่นมันน่าปวดกะโหลกมากๆ หน้าจอที่เคยคุ้นๆตาจาำกภาคก่อนๆ หายไปจนเอ๋อเลย (ตอนภาค 4 ออก กะจะเ่ล่นแต่ไม่มีเวลา + เครื่องเน่าจัด) ใครพอมีเวปอธิบายแบบภาษาไทยก็บอกๆกันมั่งนะครับ เปิดดิกจนปวดนิ้ว 55555

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.