The Theory of Everything

The Theory of Everything

หนังชีวประวัติของศาสตราจารย์ Stephen Hawking หรือจะพูดให้ถูกก็คือชีวประวัติของ Jane Wilde Hawking ภรรยาคนแรกของศาสตราจารย์ เพราะเป็นการเล่าเรื่องในมุมของ Jane ซะเป็นส่วนใหญ่

หนังถอดความมาจากหนังสือของ Jane Hawking ชื่อ Travelling to Infinity: My Life with Stephen มีแปลภาษาไทยแล้วใน ชื่อว่า "สู่อนันตกาล" (ไม่เคยอ่านเองแต่เท่าที่เห็นคือเล่มหนาเหมือนกัน)

ประเด็นของหนังคือเล่าเรื่องชีวิตของ Stephen Hawking นักฟิสิกส์หนุ่มอนาคตไกลที่กำลังเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปัญหาคือเขาค้นพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) จนสูญเสียกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ไปเกือบทั้งหมด แต่สุดท้ายเขามีชีวิตต่อไปได้เพราะ Jane แฟนสาวที่รักและศรัทธาในตัวเขา ถึงขั้นยอมทิ้งทุกอย่างมาแต่งงานด้วย

แต่ชีวิตสมรสของทั้งคู่นั้นไม่ง่าย เพราะ Jane กลายเป็นผู้รับภาระหนัก ทั้งการดูแลสุขภาพของสามี ดูแลบ้าน และดูแลลูก รวมถึงวิธีคิดของ Stephen Hawking ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ซึ่งขัดแย้งอย่างมากกับ Jane ที่นับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด

แค่ประโยคของ Stephen ตอนแนะนำตัวกันในช่วงแรกๆ แทบทำเอาตกเก้าอี้แล้ว

Jane Hawking: What about you? What are you?...
Stephen Hawking: Cosmologist, I'm a Cosmologist.
Jane Hawking: What is that?
Stephen Hawking: It is a kind of religion for intelligent atheists. 

หนังไม่ได้นำเสนอประเด็นเรื่องผลงานของ Stephen มากนัก แน่ล่ะเพราะเป็นหนังที่เล่าเรื่องในมุมของ Jane โดยขับเน้นดราม่าเรื่องความแตกต่างของทั้งคู่ (และข้อจำกัดในชีวิตครอบครัวของทั้งคู่ ที่ Stephen ไม่สามารถทำหน้าที่สามีและพ่อได้ดีเท่าที่ควร) ผลคือหนังทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังนำเสนอผลงานและความพิเศษของ Stephen ได้ดีในระดับหนึ่ง

  • นักแสดงนำชาย Eddie Redmayne เล่นเป็น Stephen ได้ดีมาก (จนชนะรางวัลออสการ์เลย) พอไปดูในหนังห่วยอย่าง Jupiter Ascending กลายเป็นคนละคน
  • ส่วนนางเอก Felicity Jones ก็เล่นเป็น Jane ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกได้ดี จุดติมีอยูตรงบทในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่ค่อยรู้สึกว่า Jane ผูกพันกับ Stephen จนมาแต่งงานด้วยกัน (ทั้งที่รู้ว่า Stephen ป่วยและกำลังจะตาย) ได้มากนัก
  • ตัวละครที่น่าสนใจมากคือ Dennis W. Sciama อาจารย์ของ Stephen ที่เป็นแกนหลักสำคัญในการปั้นนักฟิสิกส์รุ่นใหม่ เรียกว่าดูจบแล้วต้องมาหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที
  • ว่าด้วยตัว Sciama ตอนดูรู้สึกว่านักแสดงหน้าคุ้นๆ ดูจบแล้วมาค้นข้อมูลเพิ่มก็พบว่า เขาคือคนเดียวกับที่เล่นเป็น Remus Lupin ใน Harry Potter
  • ชื่อหนัง The Theory of Everything คนที่สนใจฟิสิกส์คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว พอเอามาตั้งเป็นชื่อหนัง เข้าใจว่าพยายามจะสื่อถึงความต้องการของ Stephen ในการตามหาทฤษฎีสุดยอดอันนี้ ถึงแม้เขาจะยังทำไม่สำเร็จ และชีวิตครอบครัวก็ต้องหย่าขาดกับ Jane แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็มีชีวิตที่ดี และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ในตอนท้าย

ดูจบแล้วก็ถือเป็นหนังดราม่าครอบครัวนักฟิสิกส์ที่ทำออกมาดี ภาพสวย แอบรู้สึกเล็กน้อยว่าหนังพยายามเสนอประเด็นความเป็นครอบครัวอบอุ่นมากไปสักนิด (เท่าที่ทราบ ชีวิตของ Stephen ของจริงน่าจะดาร์คกว่านี้พอสมควร) หนังเลยดูโลกสวยไปหน่อยไม่โหดร้ายเท่าที่ควรจะเป็น (ฮา)

สิ่งที่ชอบคือหนังไม่พยายาม judge ว่าใครถูกผิดระหว่าง Stephen และ Jane รวมถึงประเด็นเรื่องฟิสิกส์ vs พระเจ้า ที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ แต่จบลงด้วยการพยายามทำความเข้าใจซึ่งกันและกันของทั้งคู่

ใครอยากรู้ประวัติชีวิตของ Hawking มาดูหนังเล่มนี้น่าจะได้ข้อมูลรอบด้านกลับไปเยอะมาก จากที่เราเคยรู้จักเขาในแง่ผลงานด้านฟิสิกส์แต่เพียงอย่างเดียว