Cash Flow and Freedom

นั่งรอกินข้าวตามสั่ง (นานมาก) เลยอ่านบล็อกของ Ben's Horowitz แห่ง a16z เขาเขียนเรื่อง cash flow กับ startup ไว้ดีมาก - Cash Flow and Destiny

Ben พูดถึงคำพูดเก่าแก่สำหรับวงการธุรกิจที่ว่า cash is king ว่ามันยังใช้ได้หรือไม่กับโลกของ startup ที่มีนักลงทุนมาลงเงินให้อยู่เรื่อยๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Twitter ที่อยู่มาตั้งนาน ทำเงินได้จิ๊ดเดียว แถมยังขายหุ้น IPO เข้าตลาดไปแล้วอย่างสวยงาม แบบนี้เป็น counter example ได้หรือไม่ว่า cash flow ไม่สำคัญแล้ว?

Ben ตอบด้วยประสบการณ์ของเขาเองสมัยทำบริษัท Loundcloud/Opsware (ตอนหลังขายให้ HP 1.6 billion) ว่าเขาตั้งบริษัทในปี 1999-2000 ซึ่งเป็นยุค dot com boom เงินหาง่ายมาก บริษัทขยายตัวอย่างรวดเร็ว หาทีมงานเก่งๆ เข้ามาโดยไม่ต้องพะวงเรื่องการสร้างรายได้มากนัก

จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ dot com crash ในปี 2001 ทำให้ท่าทีของนักลงทุนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาใช้เวลา 2 ปีหลังจากนั้นต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ปลดพนักงานไปสามรอบ และตัดสินใจว่าจะหาเงินอย่างจริงจัง

ทีมงานของเขาก็ถามว่าเราจำเป็นต้องหาเงินจริงๆ หรือ เพราะอัตราการเผาเงิน (burn rate เป็นศัพท์ในวงการหมายถึงค่าใช้จ่ายต่อเดือน) ก็ไม่ได้เยอะ เงินที่เก็บไว้ในธนาคารก็ยังมี และก็ยังมีฟีเจอร์ที่อยากเพิ่มเข้าไปในซอฟต์แวร์อีกหลายอย่าง ยังไม่น่าจะเป็นช่วงที่ต้องเร่งรีบหาเงินนักนี่

คำตอบของ Ben (ซึ่งเป็นคำตอบเดียวกับที่เขาแนะนำให้ startup รุ่นหลัง) คือเราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราอยากปลดพนักงานอีกไหม? เพราะถ้าเราไม่มีรายได้เข้ามาเป็นเงินสด คนที่กุมชะตาชีวิตของเราคือระบบทุนนิยม (ผ่านการบีบให้ต้องปลดคนอีกรอบ) และถ้าเป็นแบบนั้น เราจะต้องเชื่อฟังนักลงทุนอย่างที่สุดเพราะชะตาชีวิตอยู่ในมือของพวกเขา

Ben บอกว่าเขาไม่อยากมีชีวิตแบบนั้น เขาต้องการควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง ต้องการมีอิสระในการสร้างบริษัทไปในทิศทางที่เขาอยากให้เป็น ไม่ใช่นักลงทุนอยากให้เป็น

หลังจากนั้น 5 ปี บริษัทโตขึ้น 40 เท่าด้วยเหตุผลที่ Ben บอกว่าเป็นเพราะบริษัทมีอิสระทางการเงิน กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนบอกให้บริษัททำโน่นนี่เต็มไปหมด บางอย่างเจ๋งบางอย่างห่วย ซึ่งบริษัทก็เลือกทำในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสม แต่สภาพแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าบริษัทไม่มีอิสระทางการเงินจนไม่ต้องเชื่อฟังนักลงทุนไปซะทั้งหมด

เขาคอมเมนต์กรณีของ Twitter ว่าเป็นเคสหายาก เพราะ Twitter กำลังทำงานในสเกลที่ใหญ่มากจนนักลงทุนใดๆ ก็ประเมิน (อย่างมีเหตุผลและหลักการ) ว่ามันจะทำเงินได้มหาศาลในอนาคต ดังนั้นการที่นักลงทุนซื้อหุ้น Twitter ต่อไปก็ถือว่าสมเหตุสมผล นอกจากนั้น ในยุคปัจจุบัน เงินก็ไม่ได้หายากมากเหมือนหลังยุค dot com crash อีกแล้ว ซึ่งก็ถือว่า Twitter โชคดีที่เติบโตมาในยุคที่เงินทองไม่ได้หายากนัก

Keyword: