Founder and Wife

ข่าวใหญ่ของวงการไอทีต่างประเทศวันนี้คือดราม่าของพนักงานหญิงของ GitHub อันแสนวุ่นวาย ถ้ามีเวลาและใจรักสามารถอ่านเรื่องแบบเต็มๆ ได้จาก TechCrunch

เนื้อหามันยาวมาก และคนเขียนบทความเล่าแบบสับสนมาก แต่สรุปแบบสั้นๆ เท่าที่จับความได้คือ พนักงานหญิงคนนี้ของ GitHub มีปัญหาความรักกับพนักงานคนหนึ่ง แล้วดราม่ากันจนพนักงานชายคนนี้ไล่ลบโค้ดของเธอในระบบ

จากนั้นไปทำยังไงไม่รู้ แต่มี founder ของ GitHub (founder มีทั้งหมด 3 คน) มาเกี่ยวด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ภรรเมียของ founder คนนี้ (ที่ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัท) ก็เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกเด้ง เข้ามาเขม่นและตามจองเวรเธอถึงบริษัท (ในข่าวไม่ได้บอกชัดแต่ผมเดาว่าคงเป็นเรื่องชู้สาวนั่นแหละ)

แถมสุดท้ายยังมีประเด็นเรื่องฮูล่าฮูปกับ sexual harrasment มาเกี่ยวด้วยอีก (อันนี้ผมว่าไร้สาระ) อิรุงตุงนังมากครับ เรื่องนี้จบด้วยการที่เธอลาออก และ TechCrunch เอาเรื่องมาแฉจนเป็นข่าวเมาท์กันสนุกปาก แน่นอนว่าคนที่เสียหายมากคือบริษัท

หลังจากตั้งตัวได้ GitHub ออกมารับมือเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี (ลิงก์) โดย CEO ที่เป็น founder อีกคนออกมาประกาศว่าจะสอบสวนเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ และในเบื้องต้นสั่งพักงานพนักงานที่เป็นกิ๊กกัน, co-founder เจ้าปัญหา รวมถึงสั่งไม่ให้เมียเจ้าปัญหาเข้ามาที่ออฟฟิศด้วย พร้อมทั้งยอมรับว่า GitHub ยังทำเรื่อง HR ได้ไม่ดีนัก และขอโทษพนักงานหญิงต้นเรื่องสำหรับปัญหาทุกสิ่งที่เกิดขึ้น (แมนมากฮะ)

อัพเดต เรื่องภาคต่อ เบื้องหลังอีกมุมจาก Valleywag ใครสนใจไปตามอ่านกันต่อได้ ในบทความนี้บอกว่า "ภรรยา" คนนี้ทำแบบเดียวกันกับพนักงานหญิงคนอื่นๆ ด้วย

ตอนแรกผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นข่าว gossip ธรรมดา อ่านแล้วปล่อยผ่านไปเหมือนข่าวอื่นๆ แต่มาคิดขึ้นได้ว่ามันเป็นประเด็นที่ startup มักละเลยไม่สนใจ และควรเขียนถึงในแง่มุมนี้สักหน่อยเพื่อเป็นบันทึกเอาไว้แด่ชนรุ่นหลัง

ปัญหาเรื่องแฟน-ภรรยาของ founder หรือ co-founder เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะบทบาทของแฟน/ภรรยาที่ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัท แต่เข้ามายุ่งกับกิจการภายในบริษัท

ผมมีประสบการณ์ ringside เรื่องนี้อยู่บ้าง (ไม่เคยเจอเองแต่เห็นแล้วหนาวเลย) คือองค์กรของคนรู้จักกันคนหนึ่ง ซีอีโอดึงเอาแฟนมาเป็นพนักงานแบบกึ่งๆ part-time ในบริษัท ไม่ต้องเข้างานแบบเต็ม แต่เธอคนนี้ที่นิสัยค่อนข้างเจ้ากี้เจ้าการอยู่แล้ว เข้ามาดูแลกิจการที่เป็น "งานหลังบ้าน" ของบริษัท (พวกตกแต่งสถานที่ ซื้อเฟอร์นิเจอร์ จัดงานออแกไนเซอร์) จนทำให้ "พนักงานหญิงคนอื่นในบริษัท" ไม่สะดวกใจที่จะทำงานกับเธอด้วย (ไม่มีเรื่องชู้สาวเลยสักนิดนะครับเคสนี้) จนสุดท้ายองค์กรนี้แก้ปัญหาโดยให้เธอคนนี้ไปทำงานอย่างอื่นแทน

ผมเข้าใจว่า startup มันคนน้อย งานเยอะ ดังนั้นถ้ามี "ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้" (เช่น แฟน) เข้ามาช่วยงานก็จะช่วยเบาแรงของ founder ลงไปได้มาก แต่ในทางปฏิบัติแล้ว สถานะของแฟน-ภรรยาต้องชัดเจนว่าเข้ามาในบทบาทอะไร ถ้ามีปัญหาหรือความขัดแย้งกับพนักงานคนอื่นๆ แล้ว founder จะมีมาตรฐานในการดีลกับปัญหาอย่างไร รวมถึงปัญหาคลาสสิกที่แฟนหรือภรรยามักจะมา override คำสั่งหรือสายการบังคับบัญชาของ founder ด้วย (ทำนองว่าจะสั่งสามีหรือบังคับให้ทำตาม แต่ดันไม่รู้เวลา)

ปัญหาเหล่านี้มันจะทำให้ "พนักงานคนอื่น" ลำบากใจ เพราะผลงานดีแค่ไหนก็สู้ "คนสนิท" ไม่ได้ (กรณีของแฟนหรือภรรยานี่น่าจะแย่กว่าการดึงเครือญาติมาทำงานด้วยซ้ำ) ซึ่งตัว founder เองเท่านั้นแหละที่มีสิทธิพูด ดังนั้น founder เองต้องรับรู้ปัญหาลักษณะนี้ตั้งแต่แรก และพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาเท่าที่เป็นไปได้ครับ

ป.ล. ในทางกลับกัน ผมก็เห็นองค์กรหลายแห่งที่สามี-ภรรยาทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ออกมาเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นแปลว่าถ้าจัดการดีๆ กำหนดสถานะและนโยบายให้ชัดเจน บวกกับนิสัยของตัวคู่สมรสไม่ใช่แนวโชว์พาวหรือเจ้ากี้เจ้าการ ไม่ข่มคนอื่นๆ โดยธรรมชาติ ก็น่าจะเป็นโซลูชันที่ไปรุ่งอีกเหมือนกันครับ