My Startup Advice

มีเพื่อนสนิทมาปรึกษาเรื่องเปิดธุรกิจ (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับไอทีเลย) ในฐานะที่เคยเปิดกิจการของตัวเองมาบ้าง (แม้จะยังห่างไกลกับคำว่า "สำเร็จ" อยู่มาก) ก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่

กินกาแฟไปคุยไป ให้คำแนะนำเพื่อนไปตามหัวข้อข้างล่างนี้ (เท่าที่นึกออกแบบ ad hoc) มาจดไว้สักหน่อยเผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นครับ

  • Co-founder สำคัญมากถึงมากที่สุด การทำธุรกิจคนเดียวเป็นอะไรที่เหนื่อยทั้งในแง่เวลาและสมอง ถ้ามี "คู่คิด" ดีๆ สักคนจะเป็นเรื่องประเสริฐมาก (คัมภีร์ฝรั่งสักแห่งเคยบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Co-founder "เหมือนผัวเมียแต่ไม่ต้องมีเซ็กซ์กัน" เป๊ะมาก)
  • Unfair Advantage จะช่วยให้งานเราง่ายขึ้นเยอะ จงมองหา "สินทรัพย์พื้นฐาน" ที่ติดตัวมาแต่เดิม (ซึ่งสินทรัพย์ของแต่ละคนย่อมต่างกัน) และสร้างกิจการขึ้นบนสินทรัพย์เหล่านั้น มันจะง่ายกว่าการเริ่มจากศูนย์หรือติดลบมาก ที่สำคัญคือคู่แข่งของเราส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์นะครับ (อ่านเรื่อง Unfair Advantage 1, 2)
  • Paid Users ธุรกิจต่างจากงานโครงการหรืองานเอาสนุกตรงที่ต้องมี "กำไร" ดังนั้นต้องคิดเสมอว่า "รายได้ของเราจะมาจากที่ไหน" ไม่ใช่คิดแต่ว่า "ตัวเนื้อกิจกรรมจะสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างไร" (ซึ่งอาจไม่ได้ตัง) เราต้องคิดตั้งแต่แรกว่า Paid Users หรือคนที่จะมาจ่ายเงินซื้อบริการของเราเป็นใคร ถ้าคิดไม่ได้ก็อย่าทำเลย (อ่านเรื่อง Paid Users ในบทสัมภาษณ์คุณไวท์)
  • Who Your Users เมื่อรู้ว่า Paid Users เป็นใคร ลำดับต่อไปก็ต้องเรียนรู้ให้ได้ว่าพวกเขาเหล่านี้ "คิดยังไง" ถ้าไม่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมหรือทัศนคติของคนที่กำหนดชะตาชีวิตของธุรกิจเราได้ ก็อย่าทำให้เสียเวลา การเรียนรู้พฤติกรรมทำได้ไม่ยากจนเกินไปแต่ต้องใช้ความพยายามหรือลูกตื๊อสักหน่อย เช่น หาเพื่อนของเพื่อนที่อยู่ในแวดวงนั้น นัดกินข้าว เข้าไปพบปะพูดคุยตามงานต่างๆ ฯลฯ
  • Recurring Income จากประสบการณ์ตรง พบว่าในภาวะปกติทั่วไป รายจ่ายคงที่เสมอทุกเดือน (ไม่ค่อยลดลงแต่มักเพิ่มขึ้นด้วยรายจ่ายไม่คาดฝัน) ในแง่ธุรกิจแล้ว ทำอย่างไรจึงจะมีรายได้ที่สม่ำเสมอ (recurring income) เข้ามาชดเชยกับรายจ่ายได้ ถ้าสามารถคิด business model ที่มีรายได้สม่ำเสมอได้ (เช่น subscription) ก็จะมีชัยไปกว่าครึ่ง
  • Registering a Company การจดบริษัทเป็นเรื่องกระบวนการทางเอกสาร มันจะมีความลำบากของงานเอกสาร ภาษี บัญชี ถือเป็นภาระชีวิตในระดับหนึ่ง ถ้าประเมินว่า ณ ตอนนั้นยังไม่สามารถหาผลประโยชน์เข้าบริษัทแล้วมาหักลบกับภาระเหล่านี้ได้เป็นบวก ก็อาจจะยังไม่ต้องจดเป็นบริษัทก็ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้ากิจการมีขนาดใหญ่ในระดับหนึ่ง มีความซับซ้อนสูง (เช่น มีจ่ายออกรับเข้าจำนวนเยอะ) ก็ควรทำให้ถูกต้องไว้ตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมาตามล้างเช็ดในภายหลังซึ่งจะลำบากกว่ามาก (โดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ)
Keyword: