Unicorn Club: Founders Story

บทความน่าสนใจในแวดวง startup ของอเมริกาครับ Welcome To The Unicorn Club: Learning From Billion-Dollar Startups

ผู้เขียนบทความย้อนดูสถิติการลงทุนใน startup ของสหรัฐ 10 ปีย้อนหลัง (2003-2013) เพื่อหา "แพทเทิร์น" ของ startup ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้เขียนใช้เกณฑ์ว่าต้องมีมูลค่าตามราคาหุ้น (ไม่ว่าจะอยู่ในตลาดหรือไม่) ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป โดยผู้เขียนเรื่องบริษัทที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ว่า "Unicorn"

ผลปรากฏว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มี unicorn เกิดขึ้นในสหรัฐทั้งสิ้น 39 บริษัท หรือคิดเฉลี่ยง่ายๆ คือปีละ 4 บริษัท โดยมีบริษัทระดับ super unicorn (มูลค่ามากกว่า 100 billion) อยู่หนึ่งบริษัทคือ Facebook

การเกิดขึ้นของ unicorn ไม่ใช่เรื่องง่าย เทียบอัตราความสำเร็จจากบริษัทที่ได้รับเงินลงทุนทั้งหมดแล้ว โอกาสประสบความสำเร็จระดับ 1 billion มีแค่ 0.7% เท่านั้นเอง

สถิติที่น่าสนใจอื่นๆ

  • บริษัทด้าน enterprise มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าบริษัทสาย consumer
  • ระยะเวลาเฉลี่ยนับจากตั้งบริษัท มาจนถึงประสบความสำเร็จทางการเงิน (เช่น ขายหรือเข้าตลาด) อยู่ที่ 7 ปี ความสำเร็จต้องอดทนรอ
  • อายุเฉลี่ยของผู้ก่อตั้งที่ประสบความสำเร็จคือ 34 ปี ตรงนี้จะขัดกับเทพนิยาย "วัยรุ่นอายุ 20 กว่าๆ ลาออกจากมหาวิทยาลัย เปิดบริษัทในโรงรถแล้วเปลี่ยนโลก" อยู่มาก คือมันมีเทพนิยายแบบนี้อยู่จริง แต่เป็น exceptional case ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
  • ยิ่งเป็นบริษัทสาย enterprise ผู้ก่อตั้งยิ่งมีอายุเฉลี่ยมาก ในขณะที่สาย consumer มีอายุเฉลี่ยน้อย
  • แพทเทิร์นที่พบในบรรดาผู้ก่อตั้งบริษัทระดับ unicorn คือส่วนใหญ่เคยร่วมทีม ร่วมงาน ร่วมสถาบันกันมาก่อนเปิดบริษัท เรียกว่าเรียนรู้กันมาในระดับหนึ่งแล้วค่อยออกมาท่องยุทธจักรด้วยกัน
  • ผู้ก่อตั้งที่เป็นซีอีโอด้วย 76% อยู่กับบริษัทยืดจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จด้านการลงทุน แปลว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ ผู้ก่อตั้งที่เป็นแกนหลักจะอยู่กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง (บริษัทสาย enterprise นิยมเปลี่ยนตัวซีอีโอมากกว่าสาย consumer)
  • ค่าเฉลี่ยคือ 2 ใน 3 คนของทีมผู้ก่อตั้งจะอยู่กับบริษัทยืด นั่นแปลว่าจะมีคนออกไปกลางทางหนึ่งคนโดยเฉลี่ย
  • 80% ของบริษัท unicorn มีอย่างน้อยหนึ่งคนในทีมผู้ก่อตั้ง ที่เคยเปิดบริษัทมาก่อนแล้ว เรียกว่าประสบการณ์ช่วยนำทางให้ประสบความสำเร็จได้อีก
  • 90% ของบริษัท unicorn ทำธุรกิจตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่เปลี่ยนแผนธุรกิจกลางทาง (บริษัทที่เปลี่ยนแผนกลางทางแล้วยังสำเร็จ เป็นสาย consumer ทั้งหมด)

รายละเอียดอื่นๆ อ่านได้ตามลิงก์นะครับ ผมยกมาเฉพาะส่วนของผู้ก่อตั้งเท่านั้น

เหตุผลที่ยกมาก็เพราะว่า การเปิด startup เป็นกระบวนการที่ต้องเผชิญกับความท้อแท้อยู่เสมอ สิ่งที่ช่วยได้คือการเรียนรู้ว่า ปัญหาที่เราเจอในตอนนั้นไม่ใช่ปัญหาที่เราเจอคนเดียว บริษัทไหนๆ ก็ต้องเจอกับปัญหานี้ และสถิติเหล่านี้ก็บอกได้ว่าบริษัทระดับ unicorn ต้องผ่านอะไรมาบ้างจึงจะประสบความสำเร็จได้ระดับนี้ น่าจะพอเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนกำลังใจให้กับ founders ทุกท่านสู้ต่อไปครับ

Keyword: