Prepaid Data Simcard in USA

หมายเหตุ: ข้อมูลในบล็อกนี้ล้าสมัยแล้ว

แนะนำให้อ่านเวอร์ชันอัพเดตกว่าที่ การซื้อซิม 3G/4G แบบเติมเงิน เพื่อใช้เน็ตในสหรัฐอเมริกา ครับ (ข้อมูลปี 2016)

มีประสบการณ์โดยตรงมาแล้ว เขียนลงบล็อกไว้เป็นความรู้สำหรับคนที่จะไปอเมริกา แล้วอยากซื้อซิมแบบพรีเพดเพื่อใช้งาน data เป็นหลักนะครับ

Requirement ของผมคือไปอยู่ที่อเมริกาประมาณ 7 วัน ต้องการต่ออินเทอร์เน็ต 3G ผ่านมือถือเพื่อดู maps, ตอบอีเมล และหาข้อมูลอื่นๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา พื้นที่ใช้บริการคือนิวยอร์กย่านแมนฮัตตัน ซึ่งเจริญสุดๆ คงไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณอะไรมากนัก เป้าหมายคือใช้ซิมท้องถิ่น ไม่ใช่การเปิด data roaming ไปจากเมืองไทย

เนื่องจากโอเปอเรเตอร์ Big 4 ของอเมริกาดันมี 2 รายที่ใช้ระบบ CDMA คือ Verizon กับ Sprint ดังนั้นการนำโทรศัพท์ GSM จากเมืองไทยไปใช้คงไม่เวิร์ค ตัวเลือกของเราจึงเหลือแค่ AT&T กับ T-Mobile ที่เป็นระบบ GSM เท่านั้น

Sprint & T-Mobile

T-Mobile

กรณีของ T-Mobile จะง่ายมากเพราะบริษัทสนับสนุนการใช้แพกเกจแบบ pay per use ที่ไม่ติดสัญญาอยู่แล้ว มีซิม prepaid data พร้อมขายเสร็จสรรพทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน แถมราคาถูกเข้าถึงง่าย เอื้อมากๆ สำหรับคนไปเที่ยวครับ

  • 300MB 1 week for $15
  • 1.5GB 1 month for $25
  • 3.5GB 1 month for $35
  • แบบรายวัน - วันละ 3 ดอลลาร์ต่อ 24 ชั่วโมง

แต่การใช้งาน T-Mobile ก็มีข้อจำกัดหลายประการ ดังนี้

  • คลื่น 3G ที่รองรับคือ 1700MHz และ 1900MHz ต้องเช็คว่าโทรศัพท์รองรับด้วย
  • มีปัญหากับ iPhone
  • คุณภาพสัญญาณไม่ดีนัก พี่ที่ไปด้วยกันใช้ T-Mobile บอกว่า 3G มาๆ หายๆ

AT&T

เนื่องจากโทรศัพท์ของผมไม่รองรับคลื่น 3G ของ T-Mobile ทางเลือกเดียวคือ AT&T ซึ่งก็ยุ่งยากพอตัว เพราะ AT&T ไม่สนับสนุนระบบพรีเพดมากนัก (เน้นขายมือถือติดสัญญาเป็นหลัก) ความถี่ 3G ของ AT&T คือ 850 และ 1900

AT&T มีบริการ prepaid plan ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า GoPhone โดยมีทั้งแบบขายพ่วงมือถือฟีเจอร์โฟนราคาถูก และแบบซื้อแพกเกจแยกเอง รายละเอียดตามลิงก์

แพกเกจ prepaid ของ AT&T จำกัดมาก อันดับแรกคือเป็นแพกเกจ 1 เดือนเท่านั้น (ซื้อใช้เป็นเดือนๆ ไม่ติดสัญญา) ไม่มีแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ให้เลือก

ต่อมาคือเราต้องเลือกแพกเกจพื้นฐานที่รวมค่าโทรกับ SMS ไว้ก่อน ซึ่งแพกเกจต่ำสุดคือ $25 Monthly plan โทรออกได้ทั่วประเทศ 250 นาที, ส่งข้อความไม่จำกัด แต่ไม่มี data plan รวมมาด้วย

จากนั้นก็ต้องเลือกจ่าย topup ซื้อ data plan เพิ่มอีกทีหนึ่ง (ซื้อเฉพาะ data plan ไม่ได้) โดยคิดราคาตามปริมาณข้อมูล ดังนี้ (อัพเดตเท่าวันที่เขียนบล็อกนี้)

  • $25 for 1 GB
  • $15 for 200 MB
  • $5 for 50 MB

ผมดูสภาพแล้วการใช้งานคงต้องเลือกแพกเกจ $25 สำหรับ 1GB ดังนั้นต้องจ่ายเงินรวม $50 สำหรับ 1GB และโทรออก 250 นาทีครับ (มัดมือชกมาก)

วิธีการคือไปที่ร้าน AT&T เพื่อเปิดบริการ เผอิญว่าผมพลาดตรงนี้คือไปร้าน AT&T ใต้ตึก Rockefeller แล้วพนักงานบอกว่าเราต้องจ่ายค่าซิมอีก $25 ด้วย (รวมเป็น $75 แน่ะ) ซึ่งเราอ่านข้อมูลมาว่าค่าซิมฟรี แต่ตอนนั้นเพิ่งไปถึง ยังงงๆ แถมฝนตก ก็เลยตัดสินใจว่ามาถึงร้าน AT&T แล้วก็คงเหมือนกันหมดทุกที่ ไม่มีทางเลือก เลยยอมจ่าย $75 เพื่อแพกเกจ 1GB ไปดีกว่า

ปรากฏว่ามาเช็คกับร้าน AT&T อีกแห่งกลับไม่คิดค่าซิมซะงั้น เลยพอสรุปได้ว่าร้าน AT&T ใต้ตึก Rockefeller คงเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่ใช่ร้านของ AT&T โดยตรง อันนี้ถือว่าเสียค่าโง่ไป

การเปิดใช้ซิมต้องใช้สำเนาพาสปอร์ต (ถ่ายเอกสารได้ที่ร้านเลย) จ่ายเงินผ่านเครดิตการ์ดได้ และต้องเสียเวลา activate + เติมเงินอีกพอสมควร ส่วนคุณภาพสัญญาณดีเยี่ยม และสามารถ tethering ใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก Pay as You Go Sim with Data Wiki มีประโยชน์มากมาย

หมายเหตุ: ข้อมูลในนี้ล้าสมัยแล้ว แนะนำให้อ่านเวอร์ชันอัพเดตกว่าที่ การซื้อซิม 3G/4G แบบเติมเงิน เพื่อใช้เน็ตในสหรัฐอเมริกา ครับ (ข้อมูลปี 2016)

Comments

ผมเคยเดินถามร้าน AT&T กับ T-Mobile พบว่า AT&T ไม่แคร์เลยจริงๆ ลองถามไปแล้วบอกไม่มี ไม่ offer ผลิตภัณฑ์ใดๆ (ตอนนั้นมือถือไม่รองรับ 3G อยู่แล้ว เลยใช้ T-Mo ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร)

แต่ก็เพิ่งค้นพบว่าทีหลังว่า T-Mo มันใช้ย่าน 1700 MHz (เพราะมีคนอื่นมาซื้อตามแบบเรา แล้วใช้ 3G ไม่ได้)

ที่ Paris ก็มีแบบนี้นะ ร้านตัวแทนเห็นเป็นนักท่องเที่ยว คิดค่าซิมแพงมาก เดินไปร้าน orange ใกล้ๆ ถูกกว่าเยอะ

ข้อมูลดีมากเลยครับ ผมไม่ได้กลับไปนานแล้ว (ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีมือถือใช้กันแพร่หลายขนาดนี้ ตอนนี้จะกลับไปอีกที จัดการเรื่องมือถือไม่ถูกเลย!