On Journalism

มาบันทึกความเห็นเรื่อง "มติชน vs สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ" ไว้สักเล็กน้อย

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่ามันเป็นเรื่อง "การเมือง" (ที่ไม่ใช่การเมืองระดับชาติ แต่เกี่ยวพันกัน) ในวงการหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ผูกขาดโดยผู้เล่นรายเดิมๆ มาช้านาน ชนิดว่ารู้มุขทันกันหมด

กรณีนี้ก็คือฝ่ายที่ "ไม่เอาแดง" ใช้กลไกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มาบีบ "เครือมติชน" ที่มีจุดยืนอยู่ฝั่งเดียวกับคนเสื้อแดง

เรื่องก็คงจบโดยการถอนตัวของเครือมติชนออกจากสภาการหนังสือพิมพ์ และแยกกันอยู่ไม่ยุ่งกัน (ซึ่งมติชนคงไม่เสียอะไรเท่าไร แต่สภาการหนังสือพิมพ์ก็คงเสียความศักดิ์สิทธิ์ลงไปมาก)

จุดผกผันในเรื่องนี้คงเป็น "จดหมายของหมอวิชัยถึงอภิสิทธิ์" ที่อภิสิทธิ์เองก็ยอมรับว่าเคยได้รับจดหมายฉบับนี้ ถ้าไม่มีจดหมายฉบับนี้ รูปเกมคงต่างจากนี้มาก

แต่ในฐานะคนทำสื่อออนไลน์ เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญเลยแม้แต่น้อยสำหรับ journalism ในปัจจุบัน (โอเค ถ้ามองว่ามันเป็น powerplay ในวงการที่กระทบการเมืองระดับชาติด้วย อันนี้เป็นประเด็นจริงดังว่า)

ความหลากหลายของสื่อออนไลน์ ต้นทุนและกำแพงที่ลดลง ทำให้เกิดสื่อเฉพาะทางที่ตอบสนอง interest ของกลุ่มผลประโยชน์ได้มากขึ้น สื่อ mass จะลดบทบาทและอิทธิพลลงจากเดิม

การแข่งขันในวงการสื่อจะเข้มข้นและเสรีมากขึ้น คนเสพสื่อมีทางเลือก วัดกันที่คุณภาพ/จุดยืน ชอบอันไหนก็อ่านอันนั้น ยี่ห้อไหนทำไม่ดี คู่แข่งก็พร้อมจะแซงหน้าเสมอ (สื่อไทยห่วยหมด? ก็อ่านสื่อนอกแทนสิ!)

ส่วนเรื่องการกำกับดูแลด้วยระบบ "สภาการหนังสือพิมพ์" หรือ "สมาคมนักข่าว" แขนงต่างๆ เรียกว่าลืมไปได้เลย นี่อาจจะเป็น powerplay ครั้งสุดท้ายของการกำกับดูแลด้วยกลไกลักษณะนี้ด้วยซ้ำ

โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือ "มติชน" รับทราบเรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างดี ดังจะเห็นได้จากบทความ เหนือการควบคุม ของปราบต์ บุนปาน บก.ภาคออนไลน์ ที่ยกกรณีภาพฮิต "ยิ่งลักษณ์กินน้ำ" มาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

Add new comment